Post on 10/09/2021

‘ศูนย์พักคอยมัสยิดนูรุ้ลยากีน’ จากสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ สู่สถานที่พักพิงทางกายของผู้ป่วยโควิด-19

ในซอยสุขสวัสดิ์ 14 มัสยิดขนาดสูง 3 ชั้นตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบงัน ผู้ป่วยโควิด-19 บางรายยืนคุยกับญาติพี่น้องอยู่ห่าง ๆ โดยมีหน้ากากอนามัยและรั้วของมัสยิดคั่นกลางระหว่างบทสนทนา  บริเวณหน้ามัสยิดแวดล้อมไปด้วยร้านรวงไร้ผู้คน เหลือเพียงป้ายที่บ่งบอกว่าเคยเป็นร้านอาหารมาก่อน ส่วนอาคารสอนศาสนาถูกเปลี่ยนเป็นห้องครัวและห้องเก็บของรับบริจาค 

นี่คือบรรยากาศของ ‘มัสยิดนูรุ้ลยากีน’ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ในวันที่แปรเปลี่ยนเป็นศูนย์พักคอยสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 

“home isolation คือพักอยู่กับบ้านแล้วเดี๋ยวจะมียามา มีอาหารมา แต่ผมดูแล้วชาวบ้านที่ได้รับประโยชน์จากตรงนี้น้อยมาก …ก็มีชุมชน มีพวกเรานี่แหละดูแลชุมชนกันเอง… เพราะเราทิ้งไม่ได้ ถ้าให้เขากลับไป เขาก็พาโควิด-19 ไปติดคนอื่นอีกมากมาย เขาสามารถที่จะเสียชีวิตได้เลย ถ้าเราไม่ดูแล ไม่ช่วยเขา”

‘สุภาพ บูรณะศิล’ ประธานชุมชนมัสยิดนูรุ้ลยากีน เล่าถึงจุดเริ่มต้นการก่อตั้งศูนย์พักคอยแห่งนี้ ซึ่งเคยเกือบจะต้องปิดตัวลง แต่ภายในเวลาราว 1 เดือน สถานการณ์ค่อย ๆ ดีขึ้นจนถึงวันที่มีอาหาร น้ำ ยา และสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 หลายสิบคน ได้ค่อย ๆ ลดจำนวนลงจนเหลือเพียงหลักหน่วย 

และนี่คือเรื่องราวของชุมชนมัสยิดนูรุ้ลยากีนที่ลุกขึ้นมาช่วยกันรับมือกับโรคระบาด ตั้งแต่วันแรกที่เผชิญกับวิกฤต จนถึงวันที่หลายชีวิตได้รอดพ้นจากโควิด-19 

เพราะไม่อาจทอดทิ้งพี่น้องในชุมชน

ราวเดือนสิงหาคม 2021 เมื่อเริ่มมีผู้ป่วยโควิด-19 ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้า ทำให้การระบาดเริ่มรุนแรงและรวดเร็ว จนกระทั่งชุมชนแห่งนี้มีผู้ป่วยโควิด 63 คน จากกลุ่มเสี่ยงที่เข้ารับการตรวจทั้งหมด 150 คน สุภาพ บูรณะศิล ประธานชุมชนแห่งนี้จึงเริ่มปรึกษากับกรรมการมัสยิด และกรรมการชุมชนเพื่อจะเปลี่ยนมัสยิดที่ว่างเปล่าในช่วงโควิด-19 ให้กลายเป็นศูนย์พักคอยที่รองรับผู้ป่วยจำนวน 60 เตียง จากความร่วมมือของหลายฝ่าย เช่น รองผู้ว่าฯ ศักดิ์ชัย บุญมา จิรเสกข์ วัฒนมงคล เขตจอมทอง ทางศูนย์ 29 โรงพยาบาลบางปะกอก 9 สน.บางมด และอาสาสมัครอีกหลายชีวิต

“แต่ก่อนเคยประกอบพิธีทางศาสนาที่มัสยิด แล้วก็ช่วงโควิด-19 เยอะ ๆ เขาก็ประกาศให้ปิดมัสยิด แล้วก็ให้มาทำการละหมาดที่บ้าน ก่อนหน้านี้ก็ละหมาดที่บ้านมาพักหนึ่งแล้วครับ ก็ทำให้มัสยิดว่างเปล่า …เราเลยมีความคิดที่จะเปิดมัสยิดเพื่อเป็นศูนย์พักคอย ให้คนที่ติดโควิด-19 ในชุมชน ได้มาพักอยู่ที่นี่ เพื่อรอโรงพยาบาล รอเตียง

“ตอนแรก ๆ หาที่ตรวจยังหายากเลย เราต้องไปซื้อชุดตรวจมาให้คนที่เราสงสัยกันเอง เราก็ไปซื้ออะไรมาเอง ซึ่งมันใช้งบประมาณทั้งหมดครับ …แต่เดือนที่ผ่านมา โชคดีที่มีทั้งศูนย์ 29 แล้วก็มีโรงพยาบาลบางปะกอก 9 คอยช่วยเหลือ 

“ส่วนหน่วยงานรัฐ ผมว่าเขาก็คอยช่วยนะ แต่เขาก็มีขีดจำกัดของเขา ซึ่งเขาไม่มีงบที่จะมาลงให้ เราก็ต้องต่อสู้กันเอง ซึ่งเราไม่สามารถที่จะปล่อยชาวบ้านในชุมชนของเราแย่ไปกว่านี้ได้”

การก้าวพ้นวิกฤตของศูนย์พักคอยที่เกือบจะปิดตัว 

หนึ่งในกำลังสำคัญที่ทำให้ชุมชนมัสยิดนูรุ้ลยากีนก้าวผ่านวิกฤต คือทีมอาสาสมัครที่เป็นคนในชุมชน บ้างก็ตกงานมาก่อน บ้างก็เคยติดโควิด-19 และกักตัวครบ 14 วัน บ้างก็เป็นชาวบ้านทั่วไปที่มีกำลังหรือความสามารถพอจะช่วยเหลือคนละไม้คนละมือ

“เหมือนญาติพี่น้องกันทั้งนั้นเลย เพราะเราอยู่กันแบบสันติวิธี คนโน้นช่วยคนนี้ คนนี้ช่วยคนโน้น คอยดูแลกัน มีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ”

ส่วนงบประมาณตั้งต้น มาจากการบริจาคของพี่น้องภายในชุมชนและภายนอกชุมชนร่วมกันลงขัน ซึ่งเกือบจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก

“เขาก็บริจาคมา มียอดประมาณ 100,000 ได้ครับ วันที่หนัก ๆ ก็คือผมจะทำอาหารเลี้ยง 3 มื้อ มื้อละ 120 กล่อง แล้วจะทำให้ทีมงานกินด้วย วันหนึ่งก็ใช้ประมาณ 7,500 – 8,000 บางวันก็ 10,000 บาทก็มี

“พวกเราเปิดมา เพราะว่าเรามีตังค์เป็นแสนก็จริง แต่ว่าเงินหนึ่งแสน ถ้ามองดี ๆ แล้ว เราอยู่ได้ไม่เกินครึ่งเดือน แต่เราก็ยื้อมาจนเป็นเดือนกว่า เพราะว่าเราเซฟให้มากที่สุด ก็มีพี่น้องคนในชุมชน คนนอกชุมชน มาบริจาคมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้ผมไม่อยากได้ของบริจาคแล้วครับ ถ้าได้ก็เอานะครับ แต่เราจะไม่ปิด แล้วเราก็จะยื้อให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ หรือว่าให้โควิด-19 หมดไปครับ 

“ต้องขอขอบคุณพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นในชุมชน หรือว่านอกชุมชน บริษัทห้างร้าน หรือว่าใครที่ช่วยเหลือมา ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือว่าสิ่งของ ทำให้ศูนย์พักคอยมัสยิดนูรุ้ลยากีนอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง แล้วได้อยู่สู้กับมันไปอีกนานเลย ขอบคุณมาก ๆ ครับ”

ผู้คนที่ตกหล่นจากการเยียวยา

แม้สถานการณ์โควิด-19 ในชุมชนมัสยิดนูรุ้ลยากีนจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ และเกิน

กำลังการรับมือในระดับชุมชน คือปัญหารายได้ที่ขาดหายไป เพราะบางโรงงานปิดตัวลง หรือบางบริษัทที่ลดเวลาการทำงานโดยไม่มีเงินเยียวยา ทำให้บางครอบครัวมีรายได้ไม่เพียงพอจะเลี้ยงปากท้องของสมาชิกภายในบ้าน

“คนหาเช้ากินค่ำมีผลกระทบมาก ๆ ครับ ตกงานอยู่กับบ้านไม่มีอะไรกิน ผมถึงบอกว่า ถ้าเป็นไปได้ รัฐบาลให้คนละ 5,000 ซึ่งผมมองว่า คนที่ได้คือมีโทรศัพท์ คนที่ได้คือเข้าสู่ระบบ แล้วผู้ป่วยติดเตียงล่ะ คนป่วยยากไร้ คนจนไร้ที่พึ่ง แล้วก็คนที่เข้าระบบไม่ได้ล่ะ 

“อยากจะให้มองว่า คนที่ลำบากมีอีกเยอะมาก ๆ เลย อย่างน้อย ๆ หนึ่งเลย เขาไม่มีโทรศัพท์ เขาไม่ได้ตังค์แน่นอนเลย …ถ้าเกิดเป็นไปได้ ผมอยากจะให้ทางหน่วยงานราชการเนี่ย ลองมาเช็กดู แล้วลองมาช่วยดู ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมพูด แต่ที่พูดเพราะเห็นเขาลำบากเยอะแยะมากมายจริง ๆ ครับ”

ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ผู้คนในชุมชนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาทำอาหาร ถามไถ่สถานการณ์ และพูดคุยกันอย่างอบอุ่นในอาคารหน้ามัสยิด กระทั่งสิ้นเสียงฝน ผู้ป่วยโควิด-19 สามรายที่หายดีแล้ว ค่อย ๆ ทยอยกันเดินออกมาจากศูนย์พักคอย หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาอุ้มเด็กน้อยที่เพิ่งหายป่วย แม้จะมีหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า แต่รอยยิ้มและความโล่งใจของเธอได้ส่งผ่านสายตาออกมาอย่างแจ่มชัด เช่นเดียวกับบรรยากาศในชุมชนที่ค่อย ๆ อบอวลด้วยความหวังขึ้นมาทีละน้อย

ศูนย์พักคอยมัสยิดนูรุ้ลยากีนแห่งนี้ จึงนับเป็นภาพการสะท้อนถึงการเกื้อกูลกันของคนในชุมชนท่ามกลางสถานการณ์อันแสนสิ้นหวัง แต่มากไปกว่านั้น ศูนย์พักคอยยังสะท้อนถึงข้อจำกัดของการทำ home isolation และการบริหารจัดการของรัฐที่ยังคงมีผู้คนตกหล่นจากการช่วยเหลืออีกจำนวนมาก


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Senior Photographer

หัวหน้าช่างภาพ The People

Related

“ผมไม่ใช่ผู้ชุบชีวิตลิโด้ แต่คือพวกคุณทุกคน” สัมภาษณ์ เทพอาจ กวินอนันต์ กับแนวคิดการบริหารธุรกิจเฉพาะตัว

สัมภาษณ์ ธีรพันธ์ เงาจีนานันต์ ผู้กำกับ “ไกลบ้าน” ผลกระทบผู้ลี้ภัย และความสะเทือนใจผ่านแผ่นฟิล์ม

สัมภาษณ์ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์: เปียโน ดนตรี โรแมนติก กับชีวิตใหม่ที่ปล่อยวางจากความสมบูรณ์แบบ

สัมภาษณ์ ศุกลวัฒน์ คณารศ แด่ความเจ็บปวดในวันนั้น ด้วยความสุขในวันนี้

‘4MIX’ จากจุดเริ่มต้นเป็นเด็กคัฟเวอร์สู่เส้นทางชีวิตศิลปินหน้าใหม่ ‘วงไอดอลผู้นิยามตัวเองว่าเป็น LGBTQ แบนด์’

“มีแค่ประชาธิปไตยที่อนุญาตให้เราเข้าถึงและตรวจสอบได้อย่างเต็มที่” ธนกร วงษ์ปัญญา ผู้สื่อข่าว THE STANDARD กับประสบการณ์รายงานข่าวในสถานการณ์ความรุนแรง

บทสัมภาษณ์ ‘NINO’ เส้นทางแห่งภาพยนตร์และดนตรี ของชายที่ลุกขึ้นยืนจากจุดต่ำสุดของชีวิตด้วยการกดบีต

สัมภาษณ์ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ประวัติศาสตร์ปรุงแต่งในโลกภาพยนตร์