Post on 19/10/2020

แมทธิว เพอร์รี เบื้องหลังความฮาของ “แชนด์เลอร์ บิง” ใน Friends คือการฝ่ามรสุมยาเสพติด

สามนักแสดงซีรีส์ Friends จากซ้าย: แมทท์ เลอบลังก์, เดวิด ชวิมเมอร์ และ แมทธิว เพอร์รี

ในบรรดาซีรีส์ตลกซิทคอมจากทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่า Friends คือหนึ่งในซีรีส์ยอดนิยมอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ตลอดระยะเวลาออกอากาศในปี 1994 – 2004 ทางช่อง NBC ของอเมริกา ไม่เพียงมีเรตติงสูง มีจำนวนคนดูในแต่ละฤดูฉายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน และยังได้รับเสียงชื่นชม กวาดรางวัลไปครองเป็นว่าเล่น ปัจจุบันถึงจะสิ้นสุดการฉายไปแล้ว ยอดการรับชมผ่านเคเบิลทีวี ดีวีดี บลูเรย์ รวมทั้งในสตรีมมิงแต่ละเจ้าก็ไม่ได้น้อยลงเลย ยิ่งทำให้ซีรีส์มีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้ตอนออกอากาศครั้งแรก

สาเหตุที่ Friends ได้รับความนิยมสูงไม่มีตก เป็นเพราะความสนุก ความตลกโปกฮาของตัวเรื่องไม่มีเจือจางลงตามความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ดูเมื่อไหร่ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เสมอ แถมพอบทจะดราม่าก็เล่นเอาน้ำตาไหลได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ เคมีที่เข้าขากันของ 6 นักแสดงนำ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน (Jennifer Aniston), คอร์ทนีย์ ค็อกซ์ (Courteney Cox), ลิซ่า คัดโรว์ (Lisa Kudrow), แมทท์ เลอบลังก์ (Matt LeBlanc), แมทธิว เพอร์รี (Matthew Perry) และ เดวิด ชวิมเมอร์ (David Schwimmer) ก็ช่วยให้พวกเขาถ่ายถอดตัวละคร 6 เพื่อนซี้ เรเชล กรีน, โมนิก้า เกลเลอร์, ฟีบี้ บูเฟย์, โจอี้ ทริบิอานี่, แชนด์เลอร์ บิง และ รอสส์ เกลเลอร์ จนคนดูเชื่อว่าพวกเขามีชีวิตและเป็นเพื่อนที่รักกันสุดหัวใจจริง ๆ และเมื่อความเชื่อนั้นเกิดขึ้นแล้ว คนดูก็พร้อมจะเดินเคียงข้างกันไปด้วยจนสุดทาง

ในบรรดาตัวละครทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่า “แชนด์เลอร์ บิง” คือตัวละครที่คนดูรักและเอ็นดูมากที่สุด เขาเป็นตัวละครหนุ่มสายฮา ผู้มีปมครอบครัวร้าวฉานในวัยเด็ก เลยใช้การปล่อยมุก เรียกเสียงหัวเราะเป็นกลไกในการป้องกันตัวเอง ทุกฉากที่เขาปรากฏตัวจะต้องมีมุกเสียดสีแสบคันออกมาจากปากเสมอ ที่แม้ปฏิกิริยาของเพื่อน ๆ จะไปในทางฮากริบ แต่คนดูมักจะฮาก๊าก

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการรับบทแชนด์เลอร์ บิง ผู้เปี่ยมด้วยความสดใสและเสียงหัวเราะ เพอร์รีมาพร้อมชีวิตชวนตกใจ เพราะกว่าครึ่งของระยะเวลาออกอากาศ Friends ในช่วงที่เขาต้องรับบทตัวละครที่สดใสที่สุด ชีวิตส่วนตัวของเขากลับสวนทางเมื่อมันกำลังพังขั้นสุด โดยเป็นผลมาจากปัญหาการติดเหล้าและยาเสพติด

ก่อนจะรับบทนี้ นักแสดงผู้มีเชื้อสายแคนาดาอยากเอาดีกับการเป็นนักแสดงตลกมาแต่ไหนแต่ไร แต่ถึงจะได้เล่นซีรีส์หลายเรื่อง เขาก็มักได้รับบทตัวประกอบต๊อกต๋อยเป็นหลัก จนกระทั่งในปี 1994 เมื่อเขามาคัดตัวเป็นหนึ่งในนักแสดงหลักของซีรีส์ Six of One ที่ในเวลาต่อมาจะเปลี่ยนชื่อเป็น Friends แล้ว ปรากฏว่าเขาฝากผลงานเข้าตาชนิดที่ว่าไม่มีใครเหมาะสมกับบทแชนด์เลอร์ บิง มากเท่ากับเขาคนนี้อีกแล้ว

นั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตการทำงานของเขาและเพื่อนร่วมจออีก 5 คน หลังออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 26 กันยายน 1994 พวกเขาก็โด่งดังชั่วข้ามคืนทันที เขาไม่ใช่นักแสดงไร้ชื่ออีกต่อไป แต่เป็นนักแสดงสุดฮอตในซีรีส์สุดฮิตที่มีคนดูทั้งประเทศ ชื่อเสียงมาพร้อมกับเงินทองที่ใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด มีรายงานว่าค่าตัวของนักแสดงทั้ง 6 คนในซีซันแรกอยู่ที่ประมาณ 22,500 ดอลลาร์ต่อตอน และเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในซีซันที่ 9 และ 10 ค่าตัวของพวกเขาแต่ละคนพุ่งไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ต่อตอนเลยทีเดียว! 

ช่วงแรก ๆ เพอร์รีก็เหมือนกับทุกคนที่มีความสุขกับเงินและชื่อเสียง แต่หลังอยู่กับมันไปได้สักระยะ เขาพบว่าสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นความสุข กลับไม่สามารถอุดช่องโหว่ใหญ่ ๆ ในใจได้ และทำให้เขาหันหน้าเข้าหาเหล้าและของมึนเมาต่าง ๆ

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญจริง ๆ เกิดขึ้นในปี 1997 เมื่อเพอร์รีประสบอุบัติเหตุจากการเล่นเจ็ทสกี เป็นผลให้เขาต้องใช้ยาแก้ปวดในการรักษา แน่นอนว่าเขากลับมามีสภาพร่างกายแข็งแรง แต่หลังหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว เพอร์รีก็ยังใช้ยานี้ต่อ “ตอนแรกผมชอบความรู้สึกที่ได้เสพ” แต่เขาก็ต้องการมันมากขึ้น ๆ จนสุดท้ายก็ถอนตัวไม่ขึ้น อาการของนักแสดงหนุ่มหนักชนิดที่ว่าความทรงจำในช่วงนั้นหายไปเลย “ผมจำช่วงเวลา 3 ปีระหว่างซีซันที่ 3 ถึง 6 ของ Friends ไม่ได้เลย” เพอร์รียอมรับ

แน่นอนว่าปัญหาดังกล่าวทำให้แฟน ๆ ซีรีส์อึ้งไม่น้อย เพราะยากจะเชื่อว่าเขากำลังติดเหล้าติดยาหนักในชีวิตจริง เนื่องจากแทบไม่ปรากฏร่องรอยว่าเพอร์รีเล่นไม่ดีหรือมีปัญหาออกหน้าจอเลย ไหวพริบปฏิภาณดีเยี่ยมของเขาในการรับบทแชนด์เลอร์ บิง ยังดีเยี่ยม ยังคงถ่ายทอดตัวละครที่จิกกัดเพื่อน ๆ รวมถึงตัวละครอื่น ๆ ในซีรีส์ด้วยมุกตลกเสียดสีในจังหวะจะโคนที่ใช่และเข้าเป้าเสมอ

แถมในช่วงเวลาที่เพอร์รีค่อย ๆ ตกลงไปในเหวลึก แชนด์เลอร์ บิง ของเขายังพบกับความเปลี่ยนแปลงทางความคิดครั้งสำคัญ จากชายที่เข้ากับผู้หญิงไม่เก่ง ในหัวมีแต่เรื่องลามก และดูเหมือนเป็นเด็กที่ไม่ยอมโต ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเพราะเจอรักแท้กับ “โมนิก้า เกลเลอร์” แชนด์เลอร์ บิง ลบนิสัยเจ้าชู้ กลายเป็นคนรักเดียวใจเดียว อยากมีลูกและครอบครัวที่สงบสุขเรียบง่าย

ถึงคนดูจะไม่เห็นว่าปัญหาของเพอร์รีส่งผลต่อการรับบทตัวละครอย่างไร แต่สิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากที่เคยมีเนื้อมีหนัง จู่ ๆ ช่วงรอยต่อระหว่างซีซันที่ 6 และ 7 เขากลับผอมซูบอย่างผิดหูผิดตา 

เมื่อเห็นดังนี้ เพื่อนนักแสดงทุกคนต่างพยายามช่วยเหลือเพอร์รีให้กลับมาดีดังเดิม แมทท์ เลอบลังก์ ผู้รับบทเป็น “โจอี้ ทริบิอานี่” รูมเมทของแชนด์เลอร์ บิง ตัวละครที่มักจะต้องให้แชนด์เลอร์ บิง ช่วยเหลือบ่อยที่สุด กลับกลายเป็นว่าในชีวิตจริง เลอบลังก์เป็นฝ่ายที่ต้องช่วยเพอร์รี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก จนถึงจุดหนึ่งเขายอมรับว่า “เรื่องแบบนี้คุณต้องให้เขาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”

แต่เพอร์รียืนยันว่า ต่อให้จะเหลวแหลกแค่ไหน เขาจะยึดกฎเหล็กว่าจะไม่ดื่มเหล้าในกองถ่ายเด็ดขาด แม้ว่าบ่อยครั้งจะมากองถ่ายในสภาพเมาค้าง แฮงก์โอเวอร์หนัก ๆ ก็ตาม

ตลอดช่วงเวลาที่สร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คน เพอร์รีเข้า ๆ ออก ๆ สถานบำบัดเป็นว่าเล่น แต่ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน ๆ อย่างจริงจัง ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะกลับมาเป็นคนดีขึ้น “ผมได้เรียนรู้ว่าเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องข้องแวะเหล้าและยาเสพติดอีกต่อไป” จนกระทั่งในช่วง 2-3 ฤดูฉายสุดท้าย เขาก็กลับมาเข้ารูปเข้ารอยเต็มตัว จนหนึ่งในผู้สร้างซีรีส์ Friends อย่าง มาร์ทา คอฟฟ์แมน (Marta Kauffman) ดีใจที่เขากลับมาเป็นผู้เป็นคน “ฉันจำไม่ได้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ตัวตนของเขาหายจากโลกนี้ไป”

ปัจจุบัน เพอร์รียังเข้ารับบำบัดรักษาอาการติดเหล้าติดยา แม้ว่าตัวเขาจะกลับมามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์นานแล้ว (ยกเว้นสภาพร่างกายที่บอบช้ำภายในจนยากจะกลับมาสมบูรณ์ 100%) แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนที่โด่งดังที่สุดและเจอมรสุมชีวิตหนักที่สุด เพอร์รีให้เหตุผลที่ยังบำบัดต่อเนื่องว่า “คนเราไม่มีทางฟื้นคืนกลับมาได้สมบูรณ์แบบชั่วข้ามคืนหรอกครับ มันต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป”

นอกเหนือจากการทำงานตามปกติ เพอร์รียังหาโอกาสจัดแคมเปญรณรงค์ช่วยเหลือผู้ที่เผชิญกับปัญหาติดเหล้าติดยาแบบเขาให้กลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง ทั้งยังเป็นหัวเรือใหญ่ทำละครเวทีเรื่อง The End of Longing โดยเอาประสบการณ์จากการติดเหล้าติดยามาถ่ายทอดตีแผ่ให้ผู้คนได้รู้ โดยใช้เวลาเพียง 10 วันเขียนบทจนเสร็จสมบูรณ์ และได้รับเสียงตอบรับที่ดีไม่น้อย 

แต่เสียงตอบรับที่ดีแค่ไหน ก็ไม่น่าปลาบปลื้มเท่ากับมีคนมาขอคำปรึกษา “ถ้าเกิดมีคนป่วยเป็นโรคติดเหล้าเดินเข้ามาหาผม แล้วถามว่า ‘ได้โปรดช่วยผมให้หยุดเหล้าทีได้ไหม’ ผมจะตอบว่า ‘ได้ครับ ผมรู้วิธีดีเลย’ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับผม”

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2020 คือวันครบรอบ 26 ปีของซีรีส์ Friends แม้จะไม่ได้จัดยิ่งใหญ่อลังการเมื่อเทียบกับงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี แต่ทีมนักแสดง Friends ยังคงเป็นที่รักมาก ๆ ของคนดูทั่วโลก และผู้คนยังแอบหวังว่า สักวันพวกเขาจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งบนจอ ซึ่งก็มีข่าวลืออยู่เป็นระยะ ๆ ว่าทั้ง 6 คนสนใจอยากทำตอนพิเศษ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำจริง ๆ

ถึงวันนั้นจะยังมาไม่ถึง อย่างน้อยตราบใดที่นักแสดงทุกคนยังมีชีวิตดี แมทธิว เพอร์รี ไม่หันหน้าไปหวนคืนสู่วังวนเดิมอีก ต่อให้จะไม่มีโอกาสได้ดู Friends ตอนพิเศษ แต่สำหรับแฟน ๆ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

 

ที่มา

https://www.biography.com/news/matthew-perry-addiction-friends

https://meaww.com/the-sad-tragic-life-of-mathew-perry-you-did-not-know-about

https://www.imdb.com/title/tt0108778/?ref_=nv_sr_1

https://www.imdb.com/name/nm0001612/?ref_=tt_cl_t5

 

เรื่อง: ปารณพัฒน์ แอนุ้ย

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

One Punch Man – ไซตามะ ซูเปอร์ฮีโรผู้ปิดทองหลังพระ

ศิลปะกับศิลปิน ตัดสินงานศิลปะโดยตัดขาดจากศิลปินโดยสิ้นเชิงได้หรือ?

อกหัก รักคุด มนุษย์ไม่สนใจ เบื้องหลังความ “อยากตาย” ของแมว “ทอม” จาก ทอม แอนด์ เจอร์รี

ยูวัล แฮรารี:จินตนาการ วิปัสสนา สามี เบื้องหลังความสำเร็จ Sapiens สู่ 21 Lessons

โดโลเรส อัมบริดจ์: อาจารย์ผู้ไม่สมควรถูกเรียกว่าอาจารย์มากที่สุด

“หลบหน่อยหนูป๋าจะเต้น” มิค แจ็กเกอร์ ร็อคสตาร์รุ่นเก๋าที่แดนซ์ “ไม่กลัวตาย” มาตั้งแต่ยุค 60s

แค่เชื่อก็เป็นได้ ผ่านสายตาและมุมมองชีวิตของสี่สาว BLACKPINK

ดอร่า มาร์เกซ: Dora the Explorer มากกว่า “แบ็คแพ็ค” คือการสอนภาษาเด็กวัยก่อนเรียน