Post on 01/04/2020

Medical Detection Dogs ฝึกหมาให้ดมกลิ่นหาโควิด-19

หมามีทักษะในการจำแนกกลิ่นเป็นเลิศ ด้วยประสาทรับกลิ่นที่มีความแม่นยำกว่ามนุษย์เป็น 10,000 เท่า มันถูกฝึกให้ดมหาสิ่งของต่าง ๆ มานาน แม้กระทั่งโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งถึงตอนนี้มีการใช้หมาในการดมหาโรคความดันต่ำ พาร์กินสัน หรือโรคมะเร็งมาสักระยะหนึ่งแล้ว (มีงานวิจัยที่ระบุว่า ความแม่นยำในการดมหามะเร็งของหมาจากเลือดตัวอย่างมีสูง 97 เปอร์เซ็นต์ – Science Daily)

ช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดอย่างรุนแรง จึงมีความพยายามที่จะฝึกให้น้องหมาดมหาโรคร้ายชนิดนี้เช่นกัน 

“Medical Detection Dogs กำลังมองถึงความเป็นไปได้ว่า เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์จะมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดของโคโรนาไวรัสได้หรือไม่

“ทางมูลนิธิประสบความสำเร็จหลังใช้เวลาเป็นปี ๆ ในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ถึงเบื้องหลังประสาทในการรับกลิ่นของหมา และเชื่อว่าหมาสามารถตรวจหาโรคชนิดนี้ได้ งานของเราอยู่ภายใต้หลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัดเสมอ และที่ผ่านมาก็ได้สร้างงานวิจัยที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนหลายสิบชิ้นซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า โรคแต่ละโรคล้วนมีกลิ่นเฉพาะตัว” ส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์ของ Medical Detection Dogs องค์กรการกุศลที่ฝึกหมาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในอังกฤษระบุ

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Medical Detection Dogs สถาบันเวชศาสตร์เขตร้อนและสุขอนามัยแห่งลอนดอน (LSHTM) และ มหาวิทยาลัยเดอรัม (Durham) โดยใช้บุคลากรที่เคยร่วมกันพิสูจน์ว่าหมาสามารถดมหาโรคมาลาเรียจนประสบความสำเร็จกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง

ทางองค์กรกล่าวว่า การฝึกหมาให้ดมหาโควิด-19 ก็ใช้วิธีการเดียวกับการดมหาโรคอื่น ๆ ที่พวกเขาเคยทำได้สำเร็จมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง พาร์กินสัน และการติดเชื้อแบคทีเรีย และพวกมันยังสามารถรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย มันจึงสามารถบอกได้ว่า ใครบ้างที่เป็นไข้

“โดยหลักการเราเชื่อว่า หมาสามารถตรวจหาโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน” ดร.แคลร์ เกสต์ (Clair Guest) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Medical Detection Dogs กล่าว ก่อนเสริมว่า

“เป้าหมายก็เพื่อให้หมาสามารถคัดกรองใครก็ตาม รวมถึงบุคคลที่ไม่แสดงอาการ ช่วยให้เรารู้ว่าจำเป็นต้องตรวจใครคนไหน นี่จะเป็นวิธีการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่ล่วงล้ำ พร้อมทำให้แน่ใจว่า ชุดตรวจที่มีอย่างจำกัดของ NHS (สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษ) จะถูกนำไปใช้ตรวจเมื่อถึงคราวจำเป็นเท่านั้น” 

ศาสตราจารย์ เจมส์ โลแกน (James Logan) หัวหน้าแผนกควบคุมโรคของ LSHTM กล่าวว่า “จากงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า หมาสามารถตรวจจับกลิ่นมนุษย์ที่ติดโรคมาลาเรียได้ด้วยความแม่นยำที่สูงมาก สูงยิ่งกว่ามาตรฐานการวินิจฉัยโรคที่ตั้งโดยองค์การอนามัยโลก

“เรารู้ว่าโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ อย่างเช่น โควิด-19 มันเปลี่ยนกลิ่นตัวของเรา ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงมากที่หมาจะสามารถตรวจจับได้ ด้วยวิธีการวินิจฉัยใหม่นี้มันอาจช่วยพลิกวิธีการรับมือกับโควิด-19 ได้ภายในระยะเวลาอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งจะส่งผลอย่างมากทีเดียว”

ด้านศาสตราจารย์ สตีฟ ลินด์ซีย์ (Steve Lindsay) จากมหาวิทยาลัยเดอรัม ยังชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ในระยะยาวของการฝึกหมาให้ตรวจจับโควิด-19 หลังการระบาดของโรคสงบลง โดยหมาตรวจโควิด-19 เหล่านี้ อาจถูกส่งไปประจำตามสนามบินเพื่อให้สามารถตรวจหาผู้เป็นพาหะได้อย่างรวดเร็ว และป้องกันการกลับมาระบาดอีกครั้ง

Medical Detection Dogs ประกาศความตั้งใจนี้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2020 โดยในขั้นแรกพวกเขาจะต้องหาวิธีที่จะนำเอากลิ่นของเชื้อไวรัสจากคนไข้มาให้น้องหมาดม “อย่างปลอดภัย” (การแพร่เชื้อจากคนสู่สัตว์หรือสัตว์สู่คนเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ในฮ่องกงเคยมีรายงานการตรวจพบผลบวกอย่างอ่อน ๆ [weak positive] ในหมาของคนไข้โควิด-19 ทั้งนี้จากรายงานของ Southe China Morning Post)

จากนั้นก็จะใช้เวลาในการฝึกฝนโดยตั้งเป้าว่า หลังผ่านการฝึกอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 6 สัปดาห์หลังจากนี้ เหล่าน้องหมาก็จะสามารถลงพื้นที่สู่แนวหน้าช่วยค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ หรือจะเป็นประชาชนทั่วไปในพื้นที่สาธารณะ

 


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ

Related

นิลสัน ปาปินโย: คุณปู่ยูทูเบอร์ มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ได้เพราะการ “ขอบคุณ”

ฮัชพัพพี เซเลบ IG ผู้วางแผนขโมยเงินกว่าร้อยล้านเหรียญจากทีมพรีเมียร์ลีก

สเตฟานี บูซารี: นักข่าวที่ออกมาแฉการโกหกของรัฐบาลไนจีเรีย

รอน ฟินลีย์ นักเลงชาวสวน ผู้ปลูกผักแบบกองโจรบนทางเท้า ช่วยชุมชนที่หิวโหยในลอสแอนเจลิส

ลา กาตรินา โครงกระดูกสาวพราวเสน่ห์แห่งเทศกาล Día de Muertos ในเม็กซิโก

เกาหลีใต้ ทุนนิยมกับประสบการณ์ คุมโควิด โดยไม่ปิดเมือง

คาม กมลาตัล: หญิงชราอินเดียที่ช่วยต่อชีวิตผู้ยากไร้ด้วยอาหารราคา 1 รูปี

โฮเซ มูฮิกา : อดีตประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก