Post on 01/03/2019

“เมลิสสา เบอร์ตัน” ครูอังกฤษที่สอนให้เด็กผู้หญิงอินเดียรู้จักผ้าอนามัย แล้วระดมทุนซื้อเครื่องจักรผลิตใช้เอง

Melissa Berton

หนังสารคดีเรื่อง “Period. End of Sentence” เพิ่งคว้าออสการ์ 2019 จากรางวัลภาพยนตร์สารคดี-ขนาดสั้นยอดเยี่ยม โดยหนังความยาวไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องประจำเดือน และผ้าอนามัย ซึ่งในประเทศอินเดียเป็นเรื่องที่ไม่มีคนอยากพูด จนทำให้ผู้หญิงหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผ้าอนามัยคืออะไร แถมบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องมีประจำเดือน

คนเบื้องหลังที่มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดสารคดีเรื่องนี้คือ “เมลิสสา เบอร์ตัน” (Melissa Berton) คุณครูสอนภาษาอังกฤษคนหนึ่ง ตัวเธอไม่ได้สอนอยู่ที่ประเทศอินเดีย แต่เป็นครูอยู่โรงเรียนโอ๊ควูด ในนอร์ทฮอลลีวูด แอลเอ ที่อยู่ห่างจากป้ายฮอลลีวูดบนเมาท์ลีไม่ถึงสิบกิโลเมตร

สิ่งที่ทำให้ครูธรรมดาคนหนึ่ง สนใจเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของผู้หญิงคนอื่นในประเทศที่อยู่ไกลตัวเธอกว่าครึ่งโลก เกิดขึ้นเมื่อเธอได้รับรู้ว่า มีเด็กผู้หญิงวัยรุ่นจำนวนมากในอินเดีย ที่จำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียนเมื่อพวกเธอเริ่มมีประจำเดือน!!

“ฉันแค่อยากให้เด็กผู้หญิงเหล่านั้นได้ไปโรงเรียนตอนวันเบา ๆ เท่านั้นเองค่ะ ที่สหรัฐอเมริกานักเรียนหญิงที่มีประจำเดือนอาจแค่ลาป่วยไปสองสามวัน แต่ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ เมื่อมีประจำเดือนพวกเธออาจไม่ได้กลับไปเรียนอีกตลอดชีวิต”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เรียกว่า “ประจำเดือน” ถือเป็นหนึ่งในเรื่องต้องห้ามที่คนอินเดียส่วนใหญ่เลี่ยงที่จะพูดถึง หรือไม่ก็มองว่าประจำเดือนเป็นเลือดชั่วช้า เป็นของต่ำ ถึงขนาดมีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าวัดช่วงวันนั้นของเดือนเลยทีเดียว

เมื่อการมีประจำเดือนถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดถึง ยิ่งมีส่วนที่ทำให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวเรื่องนี้ถูกฝังกลบไว้ใต้พรม ทำให้หลายคนไม่รู้จักว่าการมีประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องเคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคน ไม่รวมไปถึงกลุ่มผู้ชายที่อยู่ห่างไกลความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง ซึ่งในสารคดีเรื่องนี้มีผู้ชายหลายคนที่ไม่รู้จักคำว่าประจำเดือนเลยด้วยซ้ำไป

ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ เมื่อมีประจำเดือนพวกเธออาจไม่ได้กลับไปเรียนอีกตลอดชีวิต

แต่ปัญหาไม่ได้หมดเพียงแค่นั้น การที่ไม่มองประจำเดือนเป็นเรื่องปกติยิ่งทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ในชมพูทวีปบางส่วน ต้องจัดการกับปัญหาส่วนตัวกันเอง ทั้งการใช้เศษผ้าเก่าซับเลือด ซึ่งบางทีก็เป็นเศษส่าหรีที่ใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เลวร้ายกว่านั้นคือบางคนที่ฐานะยากจนใช้เพียงเศษกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ หรือผ้าขี้ริ้วที่กำลังจะทิ้งมาทำความสะอาดเลือดด้วยซ้ำไป ผ้าอนามัยที่พวกเธอคราฟท์ขึ้นมาเองนี้ทำให้ชีวิตของพวกเธอยิ่งห่างไกลจากคำว่าสะอาดและถูกสุขอนามัยโดยสิ้นเชิง

ให้ลองนึกถึงโลกที่ไม่มีผ้าอนามัย ไม่ว่าจะเป็นแบบมีปีก ไม่มีปีก บางเฉียบ หรือจะ ซึมซับแห้งเร็วที่ทำให้ผู้หญิงสมัยใหม่ใช้ชีวิตได้อย่างปกติในวันนั้นของเดือนว่าจะอยู่ยากแค่ไหน การดูแลสุขอนามัยส่วนตัวอย่างยากลำบากนี้ ส่งผลกระทบให้เด็กผู้หญิงที่เพิ่งมีประจำเดือนในอินเดียจำนวนมากต้องยอมทิ้งการเรียน เก็บตัวอยู่ที่บ้านเงียบ ๆ รอวันนั้นผ่านไป

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผ้าอนามัยเป็นแรร์ไอเทมในอินเดีย มาจากการที่รัฐบาลอินเดียเคยให้ผ้าอนามัยอยู่ในหมวดรายการสินค้าฟุ่มเฟือย แถมเก็บภาษีสูงถึง 12% แม้ปัจจุบันภาษีตรงนี้จะถูกยกเลิกแล้ว แต่ก็ยังไม่ทำให้ปัญหาการเข้าถึงผ้าอนามัยหมดไป มีรายงานว่า 90% ของเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 21 ปีในอินเดียไม่มีผ้าอนามัยใช้ เนื่องจากผ้าอนามัยยังคงมีราคาแพงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ

ในฐานะครู เมลิสสา เบอร์ตัน ยอมไม่ได้ที่เห็นเด็กผู้หญิงหลายคนต้องละทิ้งการศึกษาเพียงเพราะวันนั้นของเดือน ส่วนในฐานะผู้หญิงเธอไม่อยากเห็นเพศแม่ต้องมาอดทนกับความยากลำบากในโลกที่ไม่มีผ้าอนามัย และในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเธอเชื่อว่า การช่วยให้อีกคนหนึ่งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

นั่นทำให้เธอได้รวมตัวกับเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่ง ก่อตั้งโครงการ The Pad Project เพื่อแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดคือ ผ้าอนามัยสะอาดและราคาถูก

“ตอนปี 2013 ตอนที่ได้รู้เรื่องผลกระทบจากประจำเดือนของเด็กผู้หญิงวัยรุ่นในประเทศด้อยพัฒนา ฉันก็ได้ยินว่ามีคนอินเดียที่ประดิษฐ์เครื่องจักรผลิตผ้าอนามัยราคาถูกได้ ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดได้ แต่ทางออกนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก เพราะเครื่องจักรที่ผลิตผ้าอนามัยราคาถูกนี่ดันมีราคาไม่ถูกไปด้วยนะสิ”

อย่างที่บอกไปแล้วว่า เบอร์ตัน เป็นคุณครูในย่านนอร์ทฮอลลีวูด ซึ่งวิธีแก้ปัญหาของชาวฮอลลีวูดจะมีอะไรดีไปกว่าการทำหนังล่ะ

เหมือนการรวมตัวของทีม ดิ อเวนเจอร์ แพชชันที่อยากให้ผู้หญิงทุกคนเข้าถึงผ้าอนามัยของ เมลิสสา เบอร์ตัน ดึงดูดทีมงานฝีมือดีมาร่วมงานหลายคน หนึ่งในนั้นคือ “ไรกา ซาทอมซี “(Rayka Zehtabchi) ผู้กำกับหญิงรุ่นใหม่ไฟแรง เชื้อสายอิหร่าน-อเมริกัน ที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Period. End of Sentence” นี้

เงินทุนในการจัดซื้อเครื่องจักรผลิตผ้าอนามัยนั้นได้มากจากการระดมทุนใน Kickstarter และบางส่วนเรี่ยไรจากผู้ปกครองนักเรียนและเพื่อนบ้านในระแวกนั้น ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 45,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,400,000 บาท แบ่งเป็นค่าเครื่องจักร 35,000 เหรียญสหรัฐ ที่เหลือสำรองไว้สำหรับวัตถุดิบสิ้นเปลืองในการผลิตอย่างใยฝ้ายและแผ่นผ้า ที่น่าจะเพียงพอต่อการผลิตในหนึ่งปี

เป้าหมายหลักของเราคือการเชื่อมชุมชนต่าง ๆ ในประเทศด้อยพัฒนาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยการส่งเครื่องผลิตผ้าอนามัยไปให้พวกเขา

โดยหนังเรื่องนี้ถ่ายทำที่เมืองฮาปูร์ (Hapur) ที่ห่างจากนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียเพียงแค่ 60 กิโลเมตร ถ้าแทนด้วยกรุงเทพมหานคร เมืองฮาปูร์น่าจะอยู่ประมาณอยุธยา ซึ่งแม้จะใกล้มหานครแต่สภาพความเป็นอยู่ของผู้หญิงที่ฮาปูร์แตกต่างจากเมืองหลวงอย่างเทียบกันไม่ติด

เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โครงการนี้เลยได้ให้ผู้หญิงในชุมชนนี้มาลงมือลงแรงกันผลิตผ้าอนามัยไว้ใช้เอง โดยมีค่าจ้างและจัดตารางงานอย่างละเอียด เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถผลิตผ้าอนามัยได้มากกว่า 18,000 ชิ้น นั่นทำให้มีงานใหม่เข้ามาคือพวกเธอต้องเปลี่ยนจากสาวโรงงานกลายเป็นเซลล์ขายผ้าอนามัยไปในตัว

ผ้าอนามัยที่พวกเธอช่วยกันทำนั้นมีชื่อว่า “Fly” เหมือนติดปีกสีขาวให้ผู้หญิงในสังคมนี้ได้โบยบินอย่างมีอิสระเสรี ตอนนี้สามารถชมเรื่องราวอันน่าทึ่งของพวกเธอในสารคดีสั้นคุณภาพระดับออสการ์เรื่อง “Period. End of Sentence” ได้เต็ม ๆ ที่ Netflix

“โครงการที่เราร่วมกันสร้างขึ้นมานี้ ไม่ได้แค่ระดมทุนทำหนังเพื่อเผยแพร่เท่านั้น แต่เป้าหมายหลักของเราคือการเชื่อมชุมชนต่าง ๆ ในประเทศด้อยพัฒนาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยการส่งเครื่องผลิตผ้าอนามัยไปให้พวกเขา”

 

ที่มา :
https://www.thepadproject.org/
https://oakwoodschool.org
http://www.awardsdaily.com

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

“คนหัวใจสีเขียว” ชวนแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการรณรงค์ให้คนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากไม้และเยื่อไม้ที่มีการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “Easy Choice to Save the World”

“ติ๊ก นามสมมติ” สาวข้ามเพศที่แดนหญิงทำให้มีเสรีภาพ

อุเทน เตชะไพบูลย์ เจ้าสัวเมืองไทย บิดา “ป่อเต็กตึ๊ง”

เลสลี่ ดีวาน ดอกเตอร์สาวที่แก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนด้วยขยะนิวเคลียร์

“พัสกร กมลสุวรรณ” ชายที่พยายามทำให้การเลือกใช้ถ้วยกระดาษ เป็นทางเลือกในการรักษ์โลกแบบง่าย ๆ

เนินชะลอความเร็วสุดนิ่ม จากการคำนวณของนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล “อาร์เทอร์ คอมป์ตัน”

อาชา เดอ โวส (Asha De Vos) นักวิจัยทะเลหญิงกับความสำคัญของ “อึ” วาฬ

“อเล็กซานดร้า สก็อตต์” สาวน้อย 4 ขวบ ที่ตั้งแผงขายน้ำมะนาวเพื่อหาเงินช่วยเพื่อนเป็นโรคมะเร็ง