Post on 10/03/2019

“มิวนิค BNK48” กับฤดูใหม่ในวัย 17 ปี

Tsugi no Season ฤดูใหม่

“ทุก ๆ ครั้งที่เห็นฤดูเปลี่ยนผัน คืนวันเปลี่ยนไป ลมโชยมาพัดพากิ่งก้านสั่นไหว”

ลมของฤดูใหม่ในปีที่ 17 ได้พัดพามาเยือน นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล หรือ  “มิวนิค BNK48” สาวน้อยชอบวิ้งค์ ที่เกิดวันที่ 11 มีนาคมนี้

ทั้งร้อน ฝน หนาว ตลอด พ.ศ.2561 มีความทรงจำเกิดขึ้นมากมายกับ “มิวนิค” เป็นปีที่เส้นกราฟชีวิตขึ้นสุดและลงสุดในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ความรู้สึก เพราะมีทั้งดีใจสุด ๆ ร้องไห้มากที่สุด มียิ้มเห็นรอยแก้มขีด ๆ แบบกว้างที่สุด ปะปนคละเคล้ากันไป

“น้องมิว” ที่พี่ ๆ ในวงการเรียก เป็นดาราเด็กที่แฟนละครคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่พอสมควร เพราะมีผลงานมาตั้งแต่ตัวน้อย ๆ กว่า 20 เรื่อง นับตั้งแต่ “สื่อรักชักใยอลวน” ในปี 2551 รวมถึงงานโฆษณาและพิธีกรในรายการดิสนีย์คลับ

สิ่งที่ทำมาตั้งแต่เยาว์ คงไม่ยากที่มิวนิคจะต่อยอดในเส้นทางนักแสดง หรือการเป็นผู้ดำเนินรายการต่อไปได้ แต่ “เจ้าหญิงดิสนีย์” เลือกทางเดินที่ “ยากกว่าเดิม” ต้องใช้ “ความกล้า” ในการก้าวออกจาก safe zone อยู่ไม่น้อย เพราะเธอได้ตัดสินใจออดิชันสู่การเป็นสมาชิกวง BNK48 ที่ขึ้นชื่อว่า “ฝึกหนัก” และกฎข้อบังคับเยอะ

สาวเสียงใสในลุคแสกกลางเปิดเหม่ง อัดคลิปแนะนำตัวในวันที่ยังเป็นแคนดิเดต 94 คน ตอบข้อสงสัยว่า เพราะอะไรจึงมาสมัครเป็นสมาชิก BNK48 รุ่นที่ 2

“มิวเคยกลัวการร้องและการเต้นมาก่อน เพราะรู้สึกว่าตัวเองร้องเพลงไม่เพราะและเต้นไม่เก่ง แต่พอมิวเห็นพี่ ๆ BNK48 รุ่นที่ 1 ได้สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับแฟนคลับทุกคน ก็อยากลองพยายามก้าวข้ามความกลัว เพื่อที่จะได้สร้างความสุขและรอยยิ้มให้แฟนคลับทุกคนบ้าง”

สาวน้อยจากจังหวัดสมุทรปราการในฮูดเหลืองหมายเลข 74 ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 27 คนสุดท้ายของรุ่นที่ 2 มิวนิคต้องอำลารายการดิสนีย์คลับที่ผูกพันด้วยน้ำตา พร้อมโบกมือลาการแคสต์งานอื่น ๆ แทบทั้งหมด เพื่อเข้าสู่การฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นในโหมดเป็นไอดอลสาย 48 อย่างเต็มตัว

มิวนิคเล่าย้อนถึงความรู้สึกช่วงเข้าวงใหม่ ๆ กับ The People ว่า หลังจากเข้าวงมามีหลายช่วงที่เหนื่อยมาก ๆ  ช่วงแรกคือการปรับตัว เพราะไม่ใช่แนวทางที่เคยทำมาก่อน ทั้งการซ้อมเต้น การเรียนร้องเพลง 

“บางคนอาจเคยได้ยินคำกล่าวขานว่า การมาเป็น BNK หนักมาก ก็สุดจริง ๆ สุดกว่าที่หนูคิดไว้อีก”

รางวัลจากการเดินหน้าแบบไม่ลังเล ผลสุดท้ายในการประกาศเซ็มบัตสึของเพลง “ฤดูใหม่” เพลงรองในซิงเกิลที่ 4 นันท์นภัสได้รับการเลือกให้เป็นเซ็นเตอร์คนแรกของรุ่นที่ 2 พร้อมกับให้คำมั่นสัญญากับรุ่นพี่ในวันเดบิวต์ด้วยสปีชที่ไม่ยาว แต่เปี่ยมด้วยความหมายและคำมั่นสัญญา

“พวกเรารุ่นที่ 2 ต้องขอขอบคุณพี่ ๆ รุ่นที่ 1 ทุกคน ถ้าเกิดว่าไม่มีพี่ ๆ เป็นคนเริ่มก้าวเดินเส้นทางนี้ให้ ก็คงไม่มีพวกเราทั้งหมดในวันนี้” เธอหยุดกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมาหนึ่งฮึบ ก่อนพูดต่อว่า “พวกพี่สร้างฐานที่มั่นคงให้กับพวกเรา พวกเราก็สัญญาว่า จะเดินตามทางที่พี่ ๆ สร้างไว้ และจะเดินให้ไกลยิ่งขึ้น จะไม่ทำให้แฟนคลับ และพี่ ๆ ทุกคนผิดหวังค่ะ”

 

BNK Festival

“ยังมีเสียงเพลงที่อยากจะร้องให้ฟัง ทุกทำนอง ยังเร่าร้อนในใจอยู่ทุก ๆ ครั้ง ได้ยินใช่ไหม”

แสงไฟ เสียงเพลง บรรยากาศในงานการเลือกตั้ง  SENBATSU GENERAL ELECTION ในซิงเกิลที่ 6 บีบคั้นให้สาวน้อยขี้แยน้ำตารินเป็นทางลงสองแก้ม

มิวนิคต้องเผชิญกับ “ความกลัว” ว่า สิ่งที่เธอทำมาตลอดการเป็นเมมเบอร์อาจจะยังไม่ดีพอ จนไม่ติด 1-32 คนในการโหวต กลัวแฟนคลับจะผิดหวัง

แม้อันดับที่ออกมาอาจจะไม่สมดังใจปรารถนาในการติดเซ็มบัตสึเพลงหลัก แต่อันดับที่ 23 (7,374 คะแนน) ก็ยังทำให้เธอติดอยู่ในเพลงรอง

“ตอนแรกหนูยอมรับว่ากลัวมาก หนูกลัว กลัวทุกอย่างเลย แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว เพราะรู้ว่ามีทุกคนอยู่ข้าง ๆ ขอบคุณที่พาหนูมาอยู่ตรงนี้ หนูรู้ว่าทุกคนเหนื่อยและพยายาม ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ”

มิวนิค ยังคงมีเสียงเพลงที่อยากจะร้องให้ทุกคนได้ฟัง อยากจะพัฒนาทักษะนี้ให้ดียิ่งขึ้น มีดนตรีที่อยากจะเต้นให้ดู และไม่ว่าจะอยู่อันดับใด ก็จะทำให้พื้นที่ตรงนั้นมีสปอตไลท์ส่องลงมา ด้วยการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

สมาชิกเซ็มบัตสึซิงเกิล 5 บอกกับ The People ด้วยความร่าเริงว่า ยังสนุกกับการทำงานด้านนี้ แบบเดียวกับที่เป็นมาตั้งแต่เข้าวงการตอน 5 ขวบ จากการผลักดันของแม่ ทั้งที่ตอนนั้นยังแทบจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ

“หนูมารู้ตัวอีกทีก็ทำงานด้านนี้มาโดยตลอด และชอบไปโดยปริยาย ชอบเหมือนว่าวันนี้จะเจออะไร ชอบการที่ได้ออกไปทำงาน ได้ออกไปเจอคนเยอะ ๆ อาทิตย์ไหนเรียนอย่างเดียว ไม่ได้ออกไปข้างนอก จะรู้สึกเฉามาก ๆ ก็จะบอกหม่าม้าหางานให้หนูแคสต์ที (เสียงอ้อน ๆ)

ด้วยการเปลี่ยนแปลงทักษะจากการแสดงออกทางอารมณ์และการจดจำบทละคร มาเป็นการเพอร์ฟอร์มด้วยการเต้นออกท่าทางแทน มิวนิคเผยถึงเคล็ดลับในการแยกสกิลของตัวเองที่สนุกไปคนละแบบ

“ตอนเล่นละครกับหนังก็จำบท อ่านแล้วพูดให้เข้าปาก ไม่ได้พูดตรงเป๊ะแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เอาตรงที่เนื้อความยังถูกต้อง แต่พอมาเป็นสมาชิก BNK48 การฝึกซ้อม หนูจะใช้การวางบล็อกกิ้งที่บ้าน ใส่กระดาษเป็นเลข แปะไว้กลางบ้าน แล้วก็เดินตามบล็อกกิ้ง ต้องใช้ร่างกายจำว่าต่อไปเราจะเดินไปตรงไหนโดยที่ไม่ใช้หัวคิด เพราะถ้าใช้หัวคิด สีหน้าจะออกทันที เพราะขณะเต้นหน้าต้องยิ้มแย้ม ต้องเอนเตอร์เทนคนดู เลยใช้ร่างกายจำ แต่ถ้าเวลามีน้อย เร่งรีบจริง ๆ หนูจะใช้วิธีเต้นในหัว (หัวเราะ) นึกภาพตัวเองเต้น และต่อไปจะเดินไปบล็อกกิ้งไหน

“ตอนนี้หนูมีหลายอย่างที่อยากประสบความสำเร็จตามความตั้งใจที่หนูหวังไว้ ก็จะตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ”

 

Kimi no Koto ga Suki Dakara  ก็เพราะว่าชอบเธอ

“วินาทีที่ตัวเธอเป็นทุกข์และกังวล ในมุมหนึ่งยังมีคนที่พร้อมจะคอยฟัง จะคอยดูแลกำบังเธอ เมื่อฝนพรำอยู่เสมอด้วยร่มนี้”

สายสัมพันธ์ระหว่างไอดอลกับแฟนคลับ เป็นสิ่งที่ผูกพันกัน และมีพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ ไอดอลสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นกำลังใจให้แฟน ๆ ขณะเดียวกันเหล่ากองเชียร์ก็เป็นเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยมให้เมมเบอร์เช่นกัน หลายโปรเจ็กต์เกิดขึ้นในวันเกิดของมิวนิค #17thHappyMEWyear ทั้งการทำป้ายเบิร์ธเดย์ขึ้นที่สถานี MRT, ภายในเดอะมอลล์ บางกะปิ, การเซอร์ไพรส์ที่ตู้ปลา, การร่วมบริจาคเงินให้บ้านสัตว์พิการ, fansong ฯลฯ คือ สิ่งที่แฟนคลับหลาย ๆ บ้านจัดขึ้นเพื่อให้ “ยัยหนู” มีรอยยิ้มในวันสำคัญ

“หลีกมิวนัก” รับรู้ทั้งหมดพร้อมกล่าวขอบคุณกับแฟน ๆ ที่ทำให้วันเกิดปีนี้พิเศษสุด ๆ และยังเคยบอกใน “ไลฟ์แอป” ด้วยว่า ถ้ามีเวลาว่างจะดูกระแสโซเชียล โดยเธอทำอัลบั้มไว้ในโทรศัพท์ เป็นอัลบั้มแห่งกำลังใจ แคปข้อความ เซฟคำให้กำลังใจดี ๆ จากแฟน ๆ เก็บไว้อ่าน ยามที่เธอเหนื่อยหรือผิดหวังเพื่อเป็นพลังให้ตัวเองฮึดสู้อีกครั้ง

กับกระแส #มิวนิคหล่อนะรู้ตัวยัง จากการแต่งตัวเท่ ๆ บอย ๆ สาวน้อยฝากขอบคุณแฟน ๆ ผ่าน The People ที่ตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งที่รออยู่ในปีนี้ นอกเหนือจากงานในฐานะเมมเบอร์ และหนัง SisterS กระสือสยาม ที่กำลังจะออกฉายแล้ว ยังมี ซีรีย์เรื่อง “one year 365 วัน บ้านฉันบ้านเธอ” อีกด้วย

สาวน้อยวิ้งค์เก่งให้คำมั่นกับทุกคนระหว่างไลฟ์ว่า อยากทำงานตรงนี้ไปอีกนาน ๆ เพราะยังสนุกกับงานอยู่

“หนูอยากอยู่ตรงนี้ไปอีกนานมาก ๆ ยังไม่มีความคิดอยากจะออก หรือ อยากจะพอ ยังอยากสนุก อยากออกไปเต้นให้ทุกคนดูอยู่”

ก็เพราะว่าชอบเธอ อาจจะเป็นสิ่งที่แฟนคลับบอกกับมิวนิค แต่การแสดงอย่างเต็มที่ผ่านโชว์ต่าง ๆ ของเธอ คล้ายเป็นคำตอบที่ย้อนไปยังแฟน ๆ ว่า “ก็ชอบเธอเหมือนกัน”

 

SisterS กระสือสยาม

เรื่องย่อ หนัง “SisterS กระสือสยาม” ที่จะฉายพร้อมกันทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศในวันที่ 4 เมษายนนี้ เป็นเรื่องราวความรักความผูกพันของ “โมรา” ที่รับบทโดย “มิวนิค” และ “วีณา” โจโจ้-พลอยยุคล โรจนกตัญญู สองสาวพี่น้อง เมื่อคนหนึ่งกำลังรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามสายเลือดนักล่า และอีกคนต้องฝึกฝนวิชาเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาตญาณนักฆ่า จากความแค้นที่ฝังลึกในอดีตกับกระสือคู่อาฆาต นำไปสู่การต่อสู้กับชะตากรรมที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะสิ้นสุดอย่างไร

มิวนิค อธิบายให้ The People ฟังว่า  เธอรับบทเป็นโมรา เด็กคนหนึ่งที่ป่วย ไม่สามารถทำในสิ่งที่่ตัวเองอยากทำได้ ไม่ได้เที่ยวกับเพื่อน อยากกินอะไรก็ไม่ได้กิน  ต้องกินยาทุกวัน และร่างกายอ่อนแอมาก ๆ โดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร

“หนังเรื่องนี้เป็นแนวระทึกขวัญ แต่ก็มีสอดแทรกความรักแบบพี่น้อง มีความโรแมนติกชาย-หญิง มีแอ็กชัน คิวบู๊ เป็นความสัมพันธ์พี่น้องในมุมมองใหม่ อยากให้ทุกคนไปดู เพราะว่าเป็นหนังครบรส และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่หนูแสดงนำด้วย” (ติดตามบทสัมภาษณ์ โจโจ้ และ มิวนิค เกี่ยวกับหนัง SisterS กระสือสยาม เต็ม ๆ ได้ใน The People เร็ว ๆ นี้ )

ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์ที่มีทั้งฉากบู๊ หวาดเสียว เลือดสาด หรือ เลิฟซีน ก็เลี่ยงไม่ได้ว่า อาจจะมี “ดรามา” ตามมา

เจ้าของบทบาทโมรา ระบุว่า เรื่องนี้ถ่ายทำตั้งแต่ยังไม่เข้ามาเป็น BNK48 และอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าคือ “การแสดง” ไม่ใช่ชีวิตจริง

“ถามว่ากลัวดรามาไหม หนูก็กลัวอยู่แล้วค่ะ แต่หนูจะดีใจมาก ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็แปลว่าทุกคนอินกับสิ่งที่หนูทำ ถ้าเขาจะดราม่าก็แปลว่าเขาอินกับสิ่งที่หนูเล่น หนูจะมองว่ามันเป็นผลตอบรับที่ดี”

มิว-นันท์นภัส ซึ่งเป็นนักแสดงมาตั้งแต่ 5 ขวบ กล่าวต่อด้วยความภูมิใจว่า “กระสือสยาม” ทำให้ได้พัฒนาทักษะด้านการแสดงขึ้นไปอีกขั้น

“หนูว่าเรื่องนี้อัพสกิลล์การแสดงของเราขึ้นไปเยอะมาก ๆ มันเป็นบทพิสูจน์ของหนูเลยว่า ทุกคนจะเห็นหนูแสดงในบทบาทนี้ได้ดีแค่ไหน อยากให้ทุกคนเปิดใจรับหนังไทยมากขึ้น ซึ่งอนาคตก็อยากให้ SisterS ไปไกลระดับโลกเหมือนกัน”

เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากได้ในวันเกิดปีนี้ มิวนิค ยิ้มโชว์แก้มขีดอีกครั้งก่อนตอบด้วยใบหน้าอิ่มเอมว่า หนังเรื่องนี้ตั้งใจมาก ๆ ตัวเองก็ตื่นเต้นและเฝ้ารอดูวันฉายเหมือนกัน เพราะถ่ายทำมายาวนาน

“ของขวัญวันเกิดของหนูปีนี้ ก็อยากให้หนังเรื่อง SisterS ปัง ๆ ค่ะ”

 

เรื่อง: rushdcplus

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ