Post on 22/01/2019

หมีเซียะ สาวสองพันปีจากฮ่องกง ผู้หลงรักประเทศไทย

“นานแล้วไม่ได้เจอกันนะคะ ฉันคิดถึงทุกคนมากๆ ค่ะ ฉันรักคนไทยทุกคนมากๆ ค่ะ”

นี่คือประโยคที่ หมีเซียะ นักแสดงฮ่องกงชื่อดังพูดออกมาเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน ขณะเดินทางมายังประเทศไทยในงานแถลงข่าวเปิดตัวแพลทฟอร์มวิดีโอออนไลน์สตรีมมิง MVHub ที่จะสร้างปรากฏการณ์ปลุกตลาดหนังจีน-ซีรีส์จีนในประเทศไทยอีกครั้ง

แม้จะเป็นเพียงประโยคสั้นๆ แต่ก็สะท้อนถึงความรัก ความผูกพันระหว่างเธอกับประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ในฐานะนักแสดงต่างชาติเพียงไม่กี่คนที่เดินทางมาสร้างความสัมพันธ์อันดีกับไทยอยู่บ่อยครั้ง

สำหรับ หมีเซียะ (อ่านตามสำเนียงจีนได้ว่า หมี เสว่) มีชื่อจริงว่า มิเชล ยิม ไหว่หลิง เป็นนักแสดงหญิงฮ่องกงที่มีชื่อเสียงมากในยุคทศวรรษที่ 70 และ 80 หรือประมาณ 30-40 ปีก่อน เธอเริ่มฝึกฝนการแสดงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 โดยเข้าเรียนการแสดงที่โรงเรียนสอนการแสดงของชอว์บราเดอส์ ก่อนเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว

ตลอดชีวิตการแสดงของเธอมีผลงานหลายเรื่อง เช่น ความรักในหอแดง (Dream of the Red Chamber), จิ้งจอกภูเขาหิมะ (Flying Fox of Snowy Mountain), ศึกสองนางพญา (Princess Cheung Ping), ฤทธิ์หมัดสะท้านบู๊ลิ้ม (Tai Chi Master), นักชกผู้พิชิต (The Legendary Fok), แผ่นดินรักแผ่นดินเลือด (The Radical City), จิ๋นซีฮ่องเต้ (The Rise of the Great Wall), 13 ฮ่องเต้ตำนานจักรพรรดิราชวงศ์ชิง (The Rise and Fall of Qing Dynasty) ฯลฯ ทำให้เธอได้รับฉายาว่า “ราชินีภาพยนตร์กำลังภายใน”

แต่ผลงานที่ทำให้เธอโด่งดังที่สุด คงหนีไม่พ้นการรับบทนำ “อึ้งย้ง” ในละครเรื่อง มังกรหยก ปี พ.ศ. 2519 ซึ่งตอนนั้นถือได้ว่าเป็นละครโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเอเชียรวมถึงประเทศไทย และเป็นบทบาทที่เธอชื่นชอบมากที่สุดด้วย

“บทบาทที่ฉันโปรดปรานที่สุด ก็เป็นบทบาทที่ทุกคนโปรดปรานเหมือนกันคือ ‘อึ้งย้ง’ ในมังกรหยก ฉันอยู่ในวงการมานาน ทำงานร่วมกับ TVB เยอะมาก รวมไปถึงละครเรื่อง Moonlight Resonance ที่ทำให้ได้รับรางวัล TVB Anniversary Award สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมประจำปี 2008 เป็นอีกบทบาทที่ต้องถ่ายทอดอารมณ์ และได้แสดงฝีมือออกมามากทีเดียว”

หมีเซียะนับเป็นอีกหนึ่งดาราที่เดินทางมายังประเทศไทยบ่อยครั้ง ไม่เพียงแค่การเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนวันหยุดทุกปี แต่ยังมาร่วมกิจกรรมสร้างสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างไทยกับฮ่องกง หรือในเวลาที่ประเทศไทยประสบปัญหา เธอก็ยังให้กำลังใจและทำกิจกรรมดีๆ ที่ประเทศไทยหลายครั้ง

ยกตัวอย่าง เหตุการณ์สำคัญที่เธอเดินทางมาไทยเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวหลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เธอเดินทางมาพร้อม เยิ่น ต๊ะ หัว เพื่อสักการะศาลท้าวมหาพรหม รวมไปถึงการเดินทางมาไทยเพื่อสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 “ฉันรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พอทราบว่าใกล้ถึงเวลาปิดการเข้ากราบ จึงเดินทางมาจากฮ่องกงในช่วงเช้า… ฉันรู้สึกซาบซึ้งที่เห็นคนไทยมากราบพระบรมศพกันมากมายขนาดนี้”

เช่นเดียวกับการส่งกำลังใจให้น้อง “ทีมหมูป่า” ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ส่งตรงมาจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงเป็นคลิปว่า “เราชาวฮ่องกง ขอเป็นกำลังใจให้ทีมหมูป่า และทีมปฏิบัติงาน เด็กไทยสู้ ๆ คนไทยสู้ๆ”

นี่ยังไม่นับการมีโอกาสมากมายที่เคยร่วมงานแสดงภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง เช่น หงส์หยก (2523) ร่วมกับ สรพงศ์ ชาตรี และ พิสมัย วิไลศักดิ์, นักฆ่าขนตางอน (2525) ร่วมกับ สรพงศ์ ชาตรี และ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และ สิงห์จ้าวพยัคฆ์ (2523) ร่วมกับ ไชยัณห์ สรไกร และ สุพรรษา เนื่องภิรมย์

ไม่แปลกใจที่เราเคยเห็นหมีเซียะให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ได้มาเมืองไทย และยังกล่าวอีกว่ารู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นคนไทยคนหนึ่งไปแล้ว

ใน ThaiPBS มีการวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “นอกจากความสวยแบบสาวสองพันปีที่หลายคนชื่นชม อิทธิพลทางการแสดงและความเป็นซูเปอร์สตาร์ของดาราวัย 60 ปี ยังมีส่วนในการเผยแพร่ภาพลักษณ์และวัฒนธรรมจีน ความเป็นซูเปอร์สตาร์ของหมีเซียะ มีส่วนให้วัฒนธรรมจีนเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น และมีผลต่อการประชาสัมพันธ์ด้านภาพลักษณ์แดนมังกร”

สอดคล้องกับเธอที่ให้สัมภาษณ์ถึงเอกลักษณ์ของละครฮ่องกงว่า “แฟนคลับชาวไทยเติบโตมากับละคร TVB มาถึงทุกวันนี้กลิ่นอาย อรรถรส หรือเอกลักษณ์ของละครฮ่องกงตั้งแต่สมัยก่อนมาถึงปัจจุบันไม่เคยเปลี่ยน เพราะเราพยายามนำวัฒนธรรมฮ่องกง เดินเข้ามาในใจของทุกคนในเอเชีย”

ท้ายที่สุดแล้วเธอกล่าวถึงประเด็นการแข่งขันทางธุรกิจละครว่า ทั่วทั้งเอเชียมีการแข่งขันที่สูง การแข่งขันเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าเปรียบเทียบ พราะแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่างกัน หมีเซียะจึงอยากให้คนเข้ามาติดตามเรื่องราววัฒนธรรมฮ่องกง และให้มาทำความเข้าใจใหม่ผ่านละครฮ่องกงในยุคปัจจุบัน

“ตอนนี้ทีมงานฮ่องกงทุ่มทุน ทุ่มใจ ทุ่มแรงทุกอย่างในการผลิตละคร เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้คนเอเชียทุกคนติดตามค่ะ”

ปัจจุบันหมีเซียะอายุ 63 ปี ซึ่งไม่นานมานี้เทรนด์ #10yearschallenge ก็มีภาพของเธอเปรียบเทียบว่าหน้าตาไม่เปลี่ยนไปเลย ยังคงดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี และน่ารักเหมือนดั่งเดิม

เคล็ดลับของเธอก็คือ อารมณ์ดีอยู่เสมอ ไม่เครียด รับประทานอาหารดีๆ และออกกำลังสม่ำเสมอ ซึ่งจะสะท้อนออกมาเป็นรอยยิ้มอันสดใสของเธอ ไม่ว่ากี่ปีก็ยังเหมือนเดิม

 

ที่มา


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง