Post on 09/07/2019

“หลบหน่อยหนูป๋าจะเต้น” มิค แจ็กเกอร์ ร็อคสตาร์รุ่นเก๋าที่แดนซ์ “ไม่กลัวตาย” มาตั้งแต่ยุค 60s

       หลาย ๆ คนน่าจะเคยฟังเพลงสุดฮิตอย่าง ‘Moves Like Jagger’ – Maroon 5 ที่ถูกปล่อยเมื่อปี 2011 พร้อมกับทำนองติดหู เสียงผิวปาก และท่าเต้นกวน ๆ ที่ชวนให้เราขยับตัวตามได้ไม่ยาก เนื้อเพลงโชว์ออฟต่อหน้าสาวของหนุ่มอดัม เลอวีน ที่จีบหญิงในผับด้วยการบอกว่าผมมีท่าเต้นแบบแจ็กเกอร์ (Jagger) ด้วยนะโว้ยอาจจะทำให้เราเกิดอาการเอ๊ะ ! ขึ้นมาได้ว่า ตาแจ็กเกอร์นี่มันใครหว่า ทำไมสาว ๆ ถึงต้องคลั่งไคล้กับท่าเต้นของเขาด้วย

ย่ำเท้าสลับไปมาเหมือนนักเต้นแท็ปแต่มั่วกว่า โบกไม้โบกมือ และโยกย้ายส่ายสะโพกแบบรั่วสุดขีด ซึ่งความมั่วและรั่วเหมือนเต้นเอาฮานี่แหละ คือจุดขายของชายที่ชื่อว่า มิค แจ็กเกอร์ (Mick Jagger) ที่สาวกเพลงร็อคแอนด์โรลรู้จักเขาในฐานะนักร้องนำขาแดนซ์ ประจำวงดนตรีร็อคจากเกาะอังกฤษอย่าง The Rolling Stones และเมื่อความรั่วของเขากลับกลายเป็นเพลงดังขึ้นมาอย่างนั้น ด้วยความฮาอันเป็นเอกลักษณ์ ก็ทำให้ป๋ามิคออกมาให้สัมภาษณ์ติดตลกผ่านรายการหนึ่งว่าผมไม่ได้เงินสักบาทเดียว เมื่อมีคนพูดถึงผมในเพลงดัง ๆ อย่างนั้น

มิก แจ็กเกอร์ ในปัจจุบัน

       มิค แจ็กเกอร์ คือฟรอนท์แมนที่แดนซ์กระจายจนกลายเป็นตำนาน แม้ว่าเวลาจะผ่านพ้นไป จากวัยหนุ่มจนวัยแก่ ที่ปัจจุบันอายุก็ปาเข้าไป 75 ปีแล้ว พี่ (หรือปู่) แก ก็ยังออกลวดลายได้แบบที่ไม่สนโรคประจำตัว ไม่กลัวร่างพังเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนอกจากความสามารถทางดนตรี และการเต้นที่กลายมาเป็นภาพจำของชายคนนี้ ก็มีการแต่งตัวนี่แหละที่บ่งบอกความเป็นมิค แจ็กเกอร์ได้ดีที่สุด

ชีวิตวัยเด็กของมิคเริ่มขึ้นในครอบครัวชนชั้นกลาง ชานเมืองทางตะวันตกของลอนดอน มิคเติบโตมาอย่างเรียบง่าย แต่นั่นก็คือเรื่องราวก่อนที่เขาจะรู้จักกับคีธ ริชาร์ด มือกีตาร์ไลน์อัพแรกของ The Rolling Stones การพบกับเพื่อนที่รู้ใจทางดนตรีทำให้มิคตัดสินใจลาออกจาก London School of Economics ที่เขาเป็นนักเรียนอยู่ และโดดเข้ามาร่วมวงกับคู่หูในปี 1962

ในวันที่โลกปรบมือให้กับความสำเร็จและชื่นชมกับเพลงฮิตอย่าง ‘Love Me Do’ (1962) ของ The Beatles จนถึงวันที่ภาพเดินแถวบนทางม้าลายที่ถนน Abbey ของเต่าทองทั้งสี่ จากอัลบั้ม Abbey Road จะกลายมาเป็นภาพจำของวงป็อบร็อค ยุค 60s

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง มิค กับวงของเขาเพิ่งจะเริ่มตั้งไข่ในอุตสาหกรรมดนตรี  และมีเพลง ‘Come on’ ในปี 1963  เป็นเพลงเปิดหัว แต่ใครจะไปรู้ว่าอีกไม่กี่ปีต่อมาเพลงดังอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘Sympathy For The Devil’, ‘(I Can’t Get No) Satisfaction’ หรือ ‘Wild Horses’ ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นวงที่ทั้งโลกรู้จักไม่น้อยไปกว่าวงสี่เต่าทองเลย

The Rolling Stones ในปี 1965

       ภาพลักษณ์ของ The Rolling Stones คือวงรวมดาวร้าย ที่ฝักใฝ่ในเรื่องเซ็กซ์ เหล้ายา และอะไรที่เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง หลายคนยกให้พวกเขาเป็นวงร็อคที่ไม่น่าเข้าใกล้ที่สุด จนกระทั่ง จอห์นนี รอทเทน (Johnny Rotten) จากวง Sex Pistols มาแย่งตำแหน่งนั้นไป

พวกเขาสร้างวัฒนธรรมใหม่ ๆ ให้กับวงการดนตรีในฐานะวง Anti – Beatles หรือวงที่วางตัวเองให้เป็นขั้วตรงข้ามของ The Beatles ที่ลุคจะออกไปทางคุณหนูดูดี ใส่สูทผูกเนคไทและเป็นขวัญใจสาว ๆ ซึ่งเป็นสไตล์ที่ The Rolling Stones ส่ายหน้า พร้อมกับบอกว่ากูไม่เอาด้วยหรอกโว้ย !”

หลังจากการแยกวงของ The Beatles เมื่อปี 1970 ก็เข้าสู่ช่วงพีคของ The Rolling Stones พวกเขากลายเป็นอะไรที่มีสไตล์ เมื่อสัญลักษณ์ประจำวงรูปปากและอมยิ้มถูกสกรีนลงบนเสื้อผ้าให้วัยรุ่นจับจ่ายซื้อหา ชื่อวงหินกลิ้ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงบลูส์ ชื่อ ‘Rollin’ Stone’ (1950) ของเจ้าพ่อเพลงบลูส์อย่าง มัดดี้ วอเตอร์ส (Muddy Waters) ก็กลายมาเป็นชื่อนิตยสารหัวดังฝั่งอเมริกาอย่าง Rolling Stone 

ความสำเร็จของวงการันตีได้ด้วยยอดขายที่ถล่มทลายและกระแสตอบรับอันร้อนแรงต่ออัลบั้ม Sticky Fingers (1971) ที่ถูกจัดให้เป็นอันดับที่ 63 ของอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล และยังเป็นวงที่ 4 จาก 100 วงที่ดีที่สุดตลอดกาล จากนิตยสาร Rolling Stone นอกจากนี้พวกเขายังได้รับการจารึกชื่อลงใน Rock and Roll Hall of Fame ในปี 1989 และ UK Music Hall of Fame ในปี 2004 อีกด้วย

         เรียกได้ว่า The Rolling Stones กลายเป็น The World’s Greatest Rock & Roll Band ในใจของใครหลาย ๆ คนเหมือนกับชื่อเพลงของพวกเขาเอง แต่แทนที่จะดีใจกับฉายาที่ทั้งโลกตั้งให้ ป๋ามิคกลับเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่ามันเป็นฉายาที่งี่เง่าที่สุดสำหรับมิคแล้ว มันไม่สำคัญเลยว่าเขาจะเป็นที่เท่าไหร่ ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกหรือไม่ สิ่งสำคัญคือการที่เขาได้ออกไปวาดลวดลายบนเวทีนั่นต่างหาก

มากกว่าการเป็นนักร้องที่ดีในวงที่ประสบความสำเร็จ อีกบทบาทของมิคคือการเป็นสุดยอดเอนเตอร์เทนเนอร์ ทุกครั้งที่ขึ้นเวที มิคจะสวมวิญญาณนักแสดงเพื่อให้สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นโลกของเขา เขาร้องและกระโดดโลดเต้นด้วยพลังงานอันเหลือเฟือ มิคไม่อายที่จะเต้นท่าบ้า ๆ บอ ๆ และไร้แบบแผนพวกนั้นแม้แต่น้อย

ผมไปอัดรายการเพลงตั้งแต่อายุ 15 – 16 ผมคุกเข่าและกลิ้งไปกับพื้น พ่อกับแม่ของผมโคตรไม่ชอบอะไรแบบนั้น แต่มิคก็ไม่คิดจะเก็บเอาคำตำหนิของพ่อแม่มาใส่ใจ

มิค แจ็กเกอร์แม่งคือร็อคสตาร์ที่โคตรเพอร์เฟ็กต์ ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่ามันอีกแล้ว มันหยาบคาย น่าเกลียด และฉลาดฉิบเป๋ง The Rolling Stones เป็นวงร็อคที่เจ๋งโคตร ๆ เพราะพวกมันไม่สนอะไรเลย นี่คือคำที่เอลตัน จอห์น นักร้องรุ่นใหญ่แห่งเกาะอังกฤษเคยกล่าวไว้ และมันคงไม่ได้ผิดไปจากความจริงสักเท่าใดนัก

มิคไม่เล่นกีตาร์ เขาไม่ใช่นักร้องนำประเภทที่จะมาพร้อมกับเครื่องดนตรีสักชิ้น แล้วตะบี้ตะบันโซโล่แข่งกับสมาชิกในวงอย่างสุดเหวี่ยง นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่มิคให้สำคัญกับการเต้นและการแต่งกาย เรามักจะเห็นเขาในเสื้อผ้าสไตล์แดนดี (Dandy) ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องแต่งกายของผู้ชายและผู้หญิงไว้ได้อย่างลงตัวอยู่เสมอ

  คุณต้องมองหาอะไรใหม่ ๆ คุณต้องทำให้ตัวเองสะดุดตาเข้าไว้ แต่ก็ดูดี และบ้าคลั่งเมื่อคุณอยู่บนเวทีนั่น นี่คือสิ่งที่มิคพูดไว้ถึงแรงบันดาลใจในการมิกซ์และแมทช์ชุดในแต่ละวัน

มันเป็นการแต่งตัวแบบที่ไม่มีศัพท์ระบุไว้ด้วยซ้ำนักออกแบบแอนนา ซุย (Anna Sui) แฟนตัวยงของ The Rolling Stones พูดถึงการแต่งกายของมิคในยุคที่เขาเริ่มออกลายมากกว่าความ Dandy ทั่วไปแจ็กเก็ตหนังและเครื่องแต่งกายแบบบลูส์ ๆ พวกนั้น ตบท้ายด้วยรองเท้าสีขาว มันแบบว่า ว้าว!”

เท้าความให้เข้าใจง่าย ๆ ยุคสมัยนั้นเรายังไม่ค่อยเห็นความหลากหลายในแฟชันของผู้ชายมากนัก นอกจากเสื้อนอกตัวยาวกับรองเท้าหนังขัดมันวับ แต่มิคหยิบทุกอย่างมาสวมใส่ได้อย่างเหมาะเจาะจนแทบจะเป็นแฟชันไอคอนของเหล่าหนุ่ม ๆ ที่รักการแต่งตัวในยุคนั้น

เส้นทางสายแฟชันของมิคนั้นชัดเจนไม่เป็นสองรองใคร จนมีหลายคนนิยามให้เขาเป็นเจ้าพ่อแฟชันที่มาก่อนเดวิด โบวี (David Bowie) เสียอีก เพราะมิคทำมาทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใส่กระโปรง เสื้อผ้ากรุยกราย หรือว่าสวมเสื้อขนเฟอร์หนา ๆ สักตัวขึ้นเวที เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่มิคอยากทำแล้วไม่ได้ลองทำ อย่างคำที่เขาเคยพูดไว้ว่า

อย่ากลัวที่จะปล่อยให้ตัวเองได้ทำอะไรต่อมิอะไร ตราบใดที่คุณยังดึงตัวเองกลับมาได้

ปัจจุบัน The Rolling Stones ยังคงทำวงต่อไป ยึดครองตำแหน่งวงที่อยู่มานานกว่า 50 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอายุวงที่หาได้ยากในวงร็อคเก่า ๆ ที่ทะเลาะกันจนยุบวงเป็นว่าเล่น  ซึ่งด้วยอายุที่มากขึ้น ก็ทำให้ป๋ามิคของเราเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บอยู่บ้าง โดยล่าสุด เมื่อต้นเดือนเมษายน 2019 ที่ผ่านมามิคแจ็กเกอร์ก็เพิ่งจะเลื่อนคอนเสิร์ตโซนอเมริกาเพื่อขึ้นเตียงให้หมอผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจไปหมาด ๆ

แต่มิค แจ็กเกอร์ ก็คือมิค แจ็กเกอร์ ความซ่าและบ้าพลังที่ขึ้นชื่อของเขาก็เซอร์ไพรส์แฟนคลับอีกครั้ง ด้วยการลงคลิปซ้อมเต้น โชว์ท่วงท่า ลีลาแบบแจ็กเกอร์ต้นฉบับอย่างสุดมันหลังจากพักฟื้นหลังผ่าตัดไปเพียงเดือนกว่า ๆ เท่านั้นเอง

ภาพจากคลิปที่ป๋าแกเต้นลืมแก่

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ (The People Junior)

ที่มา :

https://www.rollingstone.com/music/music-news/watch-mick-jaggers-post-heart-surgery-dance-moves-835705/

https://liveforlivemusic.com/features/mick-jagger-birthday/

https://www.backwardglances.com/mick-jagger-fashion-style-icon/

http://www.bbc.com/culture/story/20130702-mick-jaggers-inimitable-style

http://daman.co.id/styl-icon-mick-jagger/

https://www.nytimes.com/2016/11/10/fashion/rolling-stones-fashion-icons.html

http://www.bbc.com/culture/story/20130607-were-the-stones-underrated

https://www.telegraph.co.uk/culture/music/rolling-stones/9694545/Rolling-Stones-are-they-really-the-worlds-greatest-rock-n-roll-band.html


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

เบื้องหลังการคืนชีพ “ไดโนเสาร์” จากโชว์ “Walking with Dinosaurs”

ทอม ฮิดเดิลสตัน อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เขาลิขิตให้เป็นตัวร้าย

แฟรงกี แมนนิง สัญลักษณ์แห่งความสุขของนักเต้น Lindy Hop

นิโคไล คอสเตอร์-วัลดาอู ในนามอัศวินผู้หยิ่งยโส จนถึงเรียนรู้ที่จะมอบความรักอย่างถูกต้อง

ลี ชาตะเมธีกุล มือตัดต่อในตำนาน ผู้กลายเป็นกรรมการออสการ์คนใหม่

รีวิวคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ “Bolbbalgan4” ชั่วโมงเวทมนตร์กับสองนางฟ้าที่คอ acoustic ต้องประทับใจ

อุลตร้าแมน ยอดมนุษย์ผู้กำราบปีศาจร้ายในหัวใจเด็กและผู้ใหญ่มาตลอด 5 ทศวรรษ

สัมภาษณ์ เจสัน มราซ อัพเดทชีวิต 5 ปี จากการทำสวนอะโวคาโด ถึงตัวตนในปัจจุบัน