Post on 19/11/2021

พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล: จากนักร้องดูโอ สู่นักแสดงโกอินเตอร์ที่ได้กระทบไหล่ 007 ใน ‘The Misfits’

“หลายคนมองว่าหน้าแบบนี้ไม่น่าชอบแอ็กชัน แต่จริง ๆ ผมมาสายนี้เลย แอ็กชัน สตั๊นต์ บางทีผมก็เล่นสตั๊นต์เองตอนอยู่จีน ผมก็มีบ้างบางซีนที่ให้รถชนเอง วิ่ง ๆ อยู่แล้วก็ให้รถพุ่งมา ผมก็กระเด็น แล้วก็มีเบาะอยู่ข้าง ๆ จะได้ไม่ต้องใช้สลิงเสียเวลา แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ถูกพูดถึงสักเท่าไร”

จากเวทีนักร้องดูโอ ‘กอล์ฟ – ไมค์’ สู่เวทีการแสดงอย่างเต็มตัว ‘ไมค์ – พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล’ ก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงดังชาวไทยที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแดนมังกรภายใต้ชื่อ ‘ไมค์ แองเจโล่’ (Mike Angelo) 

ไมค์เริ่มแสดงซีรีส์จีนเรื่องแรกในบทปีศาจผมยาว จากเรื่อง ‘Wu Xin: The Monster Killer’ (2015) หรือ ‘อู๋ซิน จอมขมังเวทย์’ ก่อนจะได้เป็นนักแสดงนำอย่างเต็มตัวในเรื่อง ‘My Little Princess – รักวุ่นวาย ฉบับยัยเจ้าหญิง’ (2016) นอกจากนี้ยังมีซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ตามมาอีกทั้ง ‘Surprise’ (2015) ‘Legend of Nine Tails Fox’ (2016) และ ‘Mr. Swimmer’ (2018)

Wu Xin: The Monster Killer

ส่วนในปี 2021 นี้ ไมค์ได้เดินทางข้ามซีกโลกเพื่อรับบทเป็น ‘วิค’ ชายหนุ่มผู้รักระเบิดจนกลายมาเป็นมือวางระเบิดสุดฮอตในภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์เรื่อง ‘The Misfits’ ทั้งยังได้ประกบคู่กับนักแสดงระดับตำนานอย่าง ‘เพียร์ซ บรอสแนน’ (Pierce Brosnan) อดีตสายลับ 007 และนักแสดงคนอื่นอย่าง ‘รามี จาเบอร์’ (Rami Jaber) ‘นิค แคนนอน’ (Nick Cannon) และ ‘เจมี่ ชุง’ (Jamie Chung)

The People ชวนไมค์บอกเล่าเรื่องราวบนเส้นทางนักแสดงสายอินเตอร์ ตั้งแต่ความแตกต่างของวัฒนธรรมในกองถ่ายแต่ละประเทศ ประสบการณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Misfits ความประทับใจต่อการทำงานร่วมกับเพียร์ซ บรอสแนน และเคล็ดลับที่เขาใช้ในการเข้าถึงทุกบทบาทเพื่อให้ผู้ชมอินไปกับทุกวินาทีที่มีไมค์ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

The Misfits

กองถ่ายไทย จีน และฮอลลีวูด

จากประเทศไทยสู่ประเทศจีน และมุ่งสู่ฮอลลีวูด ไมค์เล่าให้ฟังว่า กระบวนการทำงานของแต่ละประเทศค่อนข้างที่จะคล้ายคลึงกัน เว้นแต่เพียงวัฒนธรรมของแต่ละกอง

“ผมรู้สึกว่ามันแตกต่างกันแค่ที่วัฒนธรรมของกองมากกว่า ไม่ใช่วัฒนธรรมของประเทศ แต่ละกองอยู่ที่รสนิยมและสไตล์ของโปรดิวเซอร์และผู้กำกับด้วยว่าเป็นแนวทางไหน รวมถึงอยู่ที่ข้อตกลงระหว่างนักแสดงแต่ละท่าน

“ปกติที่ผมทำงานจะคล้ายกัน ทำงานเป็นเวลา เลิกเป็นเวลา เลิกก็คือเลิก ไม่ทันก็ค่อยถ่ายใหม่ แล้วก็จะมีบอกว่าพักกี่วัน สวัสดิการทุกอย่างก็เหมือน ๆ กันครับ อยู่ที่วัฒนธรรมจริง ๆ”

ส่วนเรื่อง Culture shock ในแต่ละประเทศ ไมค์บอกว่าเขาสามารถรับมือและเข้าใจวัฒนธรรมที่พบเจอได้เป็นอย่างดี เพราะเพื่อนของเขาก็มาจากหลากหลายประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันไม่ว่าจะทำงานที่จีนหรือที่ฮอลลีวูดคือความตื่นเต้น ซึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Misfits ไมค์ก็ได้ประสบการณ์ใหม่อย่างเต็มเปี่ยม

หนุ่มนักวางระเบิดแห่ง The Misfits

ครั้งนี้ไมค์รับบทเป็น วิค ชายหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระเบิด ซึ่งความชอบด้านนี้ถือว่าตรงกับความชอบของไมค์ด้วย

“ผมเป็นคนที่ชอบในเรื่องเทคโนโลยีอยู่แล้ว ก่อนที่ผมจะได้รับบทนี้ ผมก็มีศึกษาหาความรู้เป็นงานอดิเรกส่วนตัวคือไปสร้างหุ่นยนต์ ใช้พวก Arduino (บอร์ดไมโครคอนโทรเลอร์แบบ Open Source) หรือ Raspberry Pi (เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว) ผมก็เรียนรู้ตามยูทูบ ก็มีความรู้พื้นฐานพวกนี้อยู่นิด ๆ หน่อย ๆ”

ส่วนเรื่องการรับบทเป็นวิค ไมค์เล่าว่าตัวบทนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็มีการนิยามคำว่า ‘เนิร์ด’ (Nerd) ซึ่งเป็นหนึ่งในคำนิยามของวิคที่ไม่เหมือนกันระหว่างทีมผู้สร้างกับไมค์

“ภาพที่เขาเห็นเนิร์ดกับภาพที่เราเห็นมันอาจจะต่างกัน พอพูดถึงเนิร์ด เราอาจจะนึกถึงเด็กเอเชียที่ผมเรียบแปล้ ใส่แว่นตา หรือใส่กางเกงสูง ๆ ขึ้นมา ใส่เสื้อโปโล ซึ่งผมก็บอกว่า เนิร์ดมันไม่ได้ถูกพรีเซนต์ออกมาผ่านการแต่งตัวหรือเสื้อผ้า เนิร์ดสมัยนี้มันสามารถพรีเซนต์ผ่านอินเนอร์ข้างในได้ มันก็เลยกลายเป็นวิคออกมาที่แต่งตัวเนี้ยบ หล่อ เท่ แต่ความเนิร์ดด้านในของเขามันออกมาผ่านการแสดงคาแรกเตอร์ของเขามากกว่าว่า เขามีมุมเนิร์ดอยู่ข้างใน”

นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดผู้คนของวิคแล้ว ความฉลาดและความเชี่ยวชาญของเขาก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้ผู้ชมหลงรักไม่แพ้ตัวละครอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพียร์ซ บรอสแนน

กระทบไหล่ 007 ในกองถ่าย

“เราคาดว่ามันจะวุ่นวาย มันจะตระหนก แต่พอของจริงมันไม่เป็นแบบนั้นเลย มีแค่วันแรกที่เราเจอ 007 มายืนอยู่ตรงหน้าเรา มันช็อกนิดหนึ่ง แต่หลังจากที่ทำงานไป ด้วยความที่เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ ใจดีมาก ทำให้นักแสดงทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย บวกกับวัฒนธรรมการทำงานของเขามันสบาย ๆ ก็เลยค่อนข้างสบาย ๆ กับทุกคน”

หลังจากนักแสดงนั่งเครื่องมาพบกันที่ดูไบและรับประทานอาหารร่วมกันในคืนนั้น วันต่อไปก็เริ่มเปิดกล้องแสดงกันทันที

“ยังดีที่ไม่ได้เป็นการถ่ายทำทุกวัน หรือถ่ายถึงดึกดื่น ทุกคนมีเวลาพักผ่อนของตัวเอง เราก็ชวนกันไปเที่ยว ไปสถานที่สวย ๆ กัน

“ส่วนเรื่องที่ประทับใจ อันที่รู้สึกว่าได้เข้าใกล้เพียร์ซอย่างจริง ๆ จัง ๆ นอกจากแค่พูดคุยกับจับมือเขาคือ ตอนที่เขามาจับหัวผม เหมือนเราอยู่ในทะเลทรายแล้วผมมันปลิวฟูฟ่อง เขาก็เหมือนมาจับหัวเราเล่น ปัดผมให้ แล้วก็มีโมเมนต์ที่เขากำลังวิดีโอคอลกับคนที่บ้าน ผมก็อยู่ในเฟรมพอดี เขาก็เดินเข้ามาในเฟรมแล้วทักทายทุกคนกัน เราก็ทักทายกันไปมา มันน่ารักดี”

สำหรับไมค์แล้ว ความเป็นกันเองในกองถ่ายถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการที่นักแสดงสามารถเข้ากันได้ดีจะช่วยผลักดันในเรื่องการแสดงด้วย

“พอเราเข้ากันได้ดี เราสามารถคุยกันได้ว่า ในฉากนี้เราจะแสดงอันนี้ เราแสดงแบบนี้กันดีไหม มันจะได้ไม่ดูต่างคนต่างมาจากคนละที่ มันดูเป็นทีม เพราะในเรื่องนี้ทุกคนเป็นทีมเดียวกัน เราต้องรู้สึกว่าเราเป็นทีมเดียวกันจริง ๆ”

ท่ามกลางกองถ่ายที่เต็มไปด้วยทีมงานและนักแสดงจากหลายประเทศ ไมค์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแทนชาวเอเชียที่เดินทางไปไกลถึงเวทีโลก

อีกหนึ่งตัวแทนนักแสดงเอเชียบนเวทีโลก

“ในปัจจุบันค่อนข้างที่จะเปิดรับชาวเอเชียให้ไปร่วมงานกับทางฮอลลีวูดโปรดักชันได้มากขึ้น เราก็จะเห็นตัวอย่างอยู่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งผมก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เป็นตัวแทนที่สามารถไปทำงานตรงนี้ได้ ก็เท่ากับว่าความพยายามของเราค่อนข้างที่จะประสบความสำเร็จขึ้นมาในระดับหนึ่ง”

เมื่อพูดถึงพื้นที่การเปิดรับนักแสดงและทีมงานชาวเอเชีย ไมค์มองว่าเรากำลังอาศัยอยู่ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญ แต่โลกกลับไม่ได้กว้างอย่างที่คิด ซึ่งเป็นผลดีต่อโอกาสของชาวเอเชีย รวมถึงทุกคนทั่วโลก

“ตอนนี้โลกมันแคบลงไปเยอะเลย คนเข้าหาทุกคนได้เร็วยิ่งขึ้น แล้วในอนาคตอันใกล้มันก็จะเร็วขึ้นอีก อย่างตอนนี้ก็มี Metaverse ซึ่งในอนาคตมันก็จะมีความใกล้ชิดกันขึ้นระหว่างแฟน ๆ กับผม ก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะมาเจอผมใน Metaverse เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้เราเข้าถึงโลกภายนอก หรือเข้าถึงสถานที่ที่เคยคิดว่ามันไกลตัวจากตอนนี้ได้เร็วขึ้น

“ผมมองว่าโอกาสสำหรับคนเอเชียที่จะได้ไปสู่ตลาดโลกก็จะมีเยอะขึ้น แล้วตอนนี้งานทางฝั่งเอเชียเองก็เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในตลาดโลกเช่นเดียวกัน”

การก้าวเข้าสู่เวทีโลกคือเป้าหมายที่ไมค์ – พิรัชต์วางเอาไว้ให้กับตัวเองในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสายโปรดักชันหรือการแสดงก็ตาม

นักแสดงจากกองถ่าย The Misfits

ความฝันในวงการบันเทิง

“ผมเป็นคนเซตเป้าหมายอยู่เรื่อย ๆ เหมือนเราทำธุรกิจ เราระบุเป้าหมายว่าเราจะไปให้ถึงตรงนี้ แล้วเราก็ระบุงานไว้เลยว่า เราจะไปถึงเป้าหมายตรงนั้นได้อย่างไร เราก็ทำตามแต่ละงานไปเรื่อย ๆ แน่นอนว่ามันจะมีผิดพลาดบ้าง แต่พอไปถึงเป้าหมายนั้นแล้ว ในปีหน้าเราก็ต้องตั้งเป้าหมายใหม่ว่าเราจะไปไหนต่อ

“ส่วนตัวผมจะตั้งไว้ทั้งเป้าหมายระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น ระยะสั้นก็จะเป็นเรื่องยิบ ๆ ย่อย ๆ ปีนี้จะทำอะไรบ้าง แต่ถ้าใหญ่ ๆ เลยก็คืออย่างปีนี้ เป้าใหญ่ไปฮอลลีวูด ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องมาดูเป้าหมายระยะกลางกับระยะสั้นแล้วว่าจะทำอะไร เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายระยะยาวให้ได้ แล้วก็ต้องมองว่าเราจะเป็นนักแสดงต่อไป หรือในอนาคตเราจะผันตัวไปมีส่วนร่วมเบื้องหลังด้วย กำกับ โปรดิวเซอร์ แล้วสายงานนี้เราถนัดไหม”

ไมค์บอกว่าเขามีแผนในการสร้างภาพยนตร์เป็นของตนเอง แต่ในช่วงนี้เขายังทำเป็นงานอดิเรกเท่านั้น

“ตอนนี้ก็มีฝึกกำกับ ตัดต่อ ฝึกตัวเองไป ผมก็ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพราะไม่มีใครที่อยู่ ๆ ไม่ได้เรียนสายนี้มาแล้วทำได้เลย มันก็ต้องไปเรียนรู้จากคนที่เขาเก่งก่อน ก็คือ ‘learn from the best’ ก่อน แล้วจากนั้นก็เอาความรู้ที่ได้เรียนไปปรับใช้ในงานของตัวเอง แน่นอนว่างานแรก ๆ ผมก็ต้องมีพลาด แต่ถ้าผมไม่พลาด ผมก็ไม่ได้เรียนรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาผลงานต่อไป ซึ่งผมเป็นพวกชอบทดลองอะไรพวกนี้อยู่แล้ว ก็ไม่มีอะไรเสียหายกับการทดลองในงานที่เราทำอยู่แล้ว”

เมื่อพูดถึงแนวภาพยนตร์ที่ไมค์ชอบ เขาบอกว่าแท้จริงแล้ว เขาชื่นชอบภาพยนตร์แอ็กชันเป็นพิเศษ แต่น้อยคนนักจะรู้

“มันไม่ค่อยมีโอกาสให้ผมไปเล่นแนวนี้เท่าไร แต่ในอนาคตถ้ามันไม่มีโอกาสก็ why not สร้างเองไปเลยครับ ผมคิดอย่างนี้

“หลายคนมองว่าหน้าแบบนี้ไม่น่าชอบแอ็กชัน แต่จริง ๆ ผมมาสายนี้เลย แอ็กชัน สตั๊นต์ บางทีผมก็เล่นสตั๊นต์เองตอนอยู่จีน ผมก็มีบ้างบางซีนที่ให้รถชนเอง วิ่ง ๆ อยู่แล้วก็ให้รถพุ่งมา ผมก็กระเด็น แล้วก็มีเบาะอยู่ข้าง ๆ จะได้ไม่ต้องใช้สลิงเสียเวลา แต่ก็ไม่ได้ถูกพูดถึงสักเท่าไร”

ไมค์บอกว่าเขาจะไม่เล่นสตั๊นต์เองหากไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ โดยเขาต้อง ‘จินตนาการ’ ได้ว่าร่างกายของเขาจะไปในทิศทางไหน เกิดเหตุการณ์อย่างไร ไปทางไหนต่อ แล้วจะไม่บาดเจ็บ

“ถ้าผมรู้สึกว่าผมจะบาดเจ็บ หรืออาจจะพลาดได้ ผมจะไม่ทำ เพราะสุดท้ายมันจะลำบากที่กองมากกว่า มันไม่คุ้มเสี่ยง ผมใช้สตั๊นต์ไปเลยดีกว่า แต่ถ้าผมชัวร์ว่าผมทำได้ ผมทำได้ทุกอย่าง เพราะผมเป็นนักแสดงที่ต้องโผล่หน้าออกไป ถ้าผมไปต่อไม่ได้ กองมันต้องหยุด ความเสียหายมันหนักกว่านั้น”

ไมค์ยังคงเล่าความฝันของเขาเกี่ยวกับการแสดงหนังแอ็กชันต่อ ซึ่งเขาบอกว่าไม่ค่อยมีใครทราบว่าเขาสามารถเล่นแอ็กชันได้ ส่วนสกิลในการแอ็กชันของเขามีมาตั้งแต่ช่วงที่เป็นนักร้อง ‘กอล์ฟ – ไมค์’ เพราะมีทั้งการเต้นและการตีลังกา แต่ความชอบนั้นมีที่มาจากการดูภาพยนตร์แล้วรู้สึกชอบมากกว่า ซึ่งการดูภาพยนตร์และฝึกฝนตัวเองของไมค์ก็นำมาสู่การเป็นนักแสดงมืออาชีพจวบจนปัจจุบัน โดยไมค์ได้แบ่งปันเทคนิคในการแสดง 3 ข้อของเขาให้ฟัง

เทคนิคการแสดงของไมค์ พิรัชต์

“ถ้ายกตัวอย่างตอนที่ผมอยู่จีน แล้วยังพูดภาษาจีนไม่ได้จะท่องบทอย่างไร ผมต้องท่องก่อนคืนหนึ่งจนกว่าเราจะจำได้ ท่องให้เหมือนเวลาเราท่องบทสวดมนต์ ก็คือเราไม่รู้ความหมาย แต่เราสามารถพูดมันออกมาได้โดยที่ไม่ต้องคิด ท่องไปเลย

“หรือบางทีเวลาเราอยู่หน้าฉาก เราสามารถวิชวล สร้างภาพในหัวได้ด้วย มันจะตลกนิดหนึ่งนะ เช่นคำว่า ‘ฉีก้วย’ แปลว่า แปลก ‘ฉี’ ผมก็จำว่า ฉี่ ‘ก้วย’ ก็คือกล้วย เวลาเราแสดงมันก็จะมีพวกภาพเหล่านี้ เหมือนเป็นจออยู่ข้างหน้าผม แต่เป็นจอที่คิดขึ้นเอง มโนขึ้นเองนะ ผมก็จะจำเป็นรูป ๆ แล้วพูดต่อ ใส่บทไป แล้วก็ต้องแยกอีกประสาทหนึ่งเพื่อแยกอารมณ์ ประสาทอารมณ์ ประสาทความจำ แล้วก็ประสาท marking พื้น marking กล้อง เป็นอีกเทคนิคที่ผมใช้บ่อย

“อีกอันคือเทคนิคตาแห้งเพื่อเรียกน้ำตา แล้วค่อยบิวต์อารมณ์แทรกเข้าไป ไม่กะพริบตาค้างไว้ เดี๋ยวน้ำตามันจะค่อย ๆ เอ่อมา เอ่อมาผมก็ยัดแทรกอารมณ์เข้าไปแบบอัดเต็ม ตอนแรกจะใส่มานิดหนึ่งก่อนเพื่อไม่ให้เยอะ แล้วหลังจากนั้นก็ใช้เทคนิคตาแห้ง น้ำตาก็จะค่อย ๆ ออก แล้วผมก็อัดเทคนิคอารมณ์เข้าไปกระแทกมันอีกทีให้มันระเบิดออกมา ก็จะมีเทคนิคค่อนข้างเยอะ

“เพราะบางทีเวลาเราเล่น แค่ฉากนี้เราต้องร้องเป็นสิบรอบ พลังเราต้องเต็มทั้งสิบรอบ ไม่ลดลง แล้วบางทีมันมีเรื่องของความต่อเนื่องว่า เมื่อกี้เราร้องไห้ตาข้างขวา เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการเลี้ยงน้ำตาข้างขวา เพื่อให้มันหยดตามจังหวะที่คนนั้นพูด ไม่อย่างนั้นเวลาตัดต่อมันจะตัดต่อยาก น้ำตาหยดก่อนก็ไม่ได้ หลังไปเยอะก็ไม่ได้ ต้องตรงจังหวะ มันจะมีเทคนิคเยอะ”

จากประสบการณ์ที่ไมค์คร่ำหวอดในวงการบันเทิงมานาน เขาเริ่มสั่งสมเทคนิคการแสดงจนเกิดเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของตนเองขึ้น เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการมุ่งสู่อาชีพนักแสดงระดับโลก ทั้งหมดคือเรื่องราวของไมค์ – พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล กับความถนัดที่ถักทอต่อยอดจนความฝันของเขายิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า เราอาจจะได้เห็นไมค์อยู่ในภาพยนตร์ระดับโลกเรื่องใหม่ หรือเห็นเขาสร้างโอกาสให้ตัวเองเพื่อนำทางสู่ภาพยนตร์สายแอ็กชันที่เขาชื่นชอบ

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ:

ภาพยนตร์เรื่อง The Misfits (2021)

https://www.facebook.com/MikeDAngeloInternationalFanpage/posts/2111281872281384/ 

https://www.facebook.com/MikeDAngeloInternationalFanpage/posts/the-misfits-2020-cr-ramijaber1-we-will-look-for-you-and-we-will-find-you-themisf/2361016217307947/ 


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

แว่นวิดีโอ: ร้านขายหนังเถื่อน ผู้ส่งต่อวัฒนธรรมหนังนอกกระแสให้แก่สังคมไทย 

ไบรอัน เมย์: ‘(52665) Brianmay’ ดวงดาวนำทางชีวิต ของนักดนตรีที่ใช้ปิ๊กเป็นเหรียญหกเพนนี

วิลสัน: จากโรงงานบรรจุเนื้อ สู่บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาที่สร้าง ‘ลูกบอลเพื่อนรัก’ ของคนติดเกาะใน ‘Cast Away’

เชฟ ‘อันโดนี หลุยส์ อดูริซ’ เจ้าของร้าน Mugaritz ที่ได้ 2 มิชลินสตาร์และทำเมนูซูชิจาก ‘รา’ (ที่กินได้)

Voice of Baceprot: ร็อกไปให้พระเจ้าได้ยิน วงเมทัลหญิงสวมฮิญาบที่แต่งเพลงขอพระเจ้าเล่นดนตรี

อิญญากิ โกดอย (Iñaki Godoy) เด็กชายวัย 18 ผู้กลายเป็นว่าที่เจ้าแห่งโจรสลัด ‘ลูฟี่’ จาก ‘One Piece’

Frankie Valli – Can’t Take My Eyes Off You: เบื้องหลังเพลงรักคู่ป็อปคัลเจอร์ ที่ถูกคัฟเวอร์มากกว่า 300 เวอร์ชัน

‘การุณ’ จากตัวประกอบ Eternals สู่ช่างภาพผู้มีโปสเตอร์เป็นของตัวเอง และฟุตเทจของเขาอาจถูกนำมาทำสารคดี