Post on 08/09/2020

“มินเนียน” เผ่าพันธุ์สีเหลืองสุดป่วนที่หลายคนหลงรัก

จากตัวละครลูกสมุนที่มีไว้เพื่อสร้างสีสัน ดันมีหนังแอนิเมชันภาคหลักเป็นของตัวเองได้ อะไรคือสาเหตุที่ผู้ชมหลงรัก “มินเนียน” (Minions) มากขนาดนี้? คงต้องเริ่มจากการแนะนำว่า “มินเนียน” คืออะไรเสียก่อน

“มินเนียน” ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Despicable Me (2010) เป็นเรื่องราวของ “มิสเตอร์กรูว์” วายร้ายที่หมายจะขโมยดวงจันทร์ ตอนนั้นเราจะได้เห็นเหล่ามินเนียนทำหน้าที่เป็นลูกน้องซึ่งคอยปฏิบัติตามคำสั่งต่าง ๆ ของมิสเตอร์กรูว์ แต่เพราะความป่วน เด๋อด๋า เซ่อซ่า และวุ่นวาย การทำภารกิจร้าย ๆ ส่วนใหญ่จึงมักล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่นั่นก็คือจุดที่สร้างสีสันและความฮาให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้

เหล่ามินเนียนที่แม้จะมีร่างกายสีเหลือง มีนิ้วเพียง 3 นิ้ว และรูปร่างเหมือนยาแคปซูลคล้าย ๆ กันไปหมด แถมยังชอบใส่เอี๊ยมยีนส์และชอบกินกล้วย แต่ที่จริงพวกเขามีรายละเอียดบางอย่างแตกต่างกัน อาจจะเป็นความสูง จำนวนเส้นผม หรือจำนวนดวงตาที่บ้างก็มีแค่ตาเดียว บ้างก็มีสองหรือสามตา และแม้จะสื่อสารกันด้วยภาษาประหลาด ๆ แต่พวกเขาก็เข้าใจภาษาอังกฤษ และมีชื่ออเมริกันอย่าง เดฟ พอล ทิม มาร์ค บ๊อบ ทอม ฟิล ฯลฯ เป็นของตัวเอง

ในภาพยนตร์ Minions (2015) ภาคหลักของมินเนียน ทำให้เราได้รู้ว่า เผ่าพันธุ์ของพวกเขาอยู่บนโลกมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ (ราว 60 ล้านปีที่แล้ว) แต่การดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มินเนียนมีไว้เพื่ออะไร?

ในแอนิเมชันเรื่อง Despicable Me (2010) และ Despicable Me 2 (2013) เราได้เห็นเหล่ากองกำลังมินเนียนทำหน้าที่เป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ให้กับวายร้าย พวกเขาทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสร้างอาวุธทำลายล้าง ปฏิบัติการเรื่องชั่วร้าย ไปจนถึงงานง่าย ๆ อย่างการทำความสะอาดบ้าน และดูแลลูก ๆ ของมิสเตอร์กรูว์ เรียกได้ว่าสั่งให้ทำอะไรก็ทำหมด ทั้ง ๆ ที่ดูไปก็ไม่ได้มีนิสัยเลวร้าย แต่ทำไมเหล่ามินเนียนถึงต้องภักดีกับมิสเตอร์กรูว์ขนาดนี้?

คำตอบของคำถามข้อนี้ เฉลยในหนังภาคหลักของมินเนียนเช่นกัน เพราะเนื้อเรื่องของแอนิเมชันคือการที่เหล่ามินเนียนกำลังตามหาเจ้านายวายร้ายที่ร้ายที่สุดคนใหม่ (เป็นช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะเจอกับมิสเตอร์กรูว์) อาจเพราะมีชีวิตอยู่มายาวนานจนไม่มีอะไรเป็นเป้าหมาย เหล่ามินเนียนที่หลงรักความวุ่นวายจึงต้องการเจ้านายสักคน ที่สั่งให้พวกเขาทำอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าเจ้านายธรรมดา ๆ ก็น่าเบื่อเกินไป คำสั่งของเหล่าวายร้ายยังน่าสนใจเสียกว่า

แต่ก็ไม่ใช่ว่าวายร้ายทุกคนจะน่าสนใจสำหรับเหล่ามินเนียน ในภาคหลักเราได้เห็นเหล่ามินเนียนไปเดินช็อปปิ้งวายร้ายที่ Villain Convention (Villain-Con) เพื่อหาเจ้านายที่ถูกใจด้วย

เพราะคาแรคเตอร์อยู่ไม่สุข ชอบเอะอะโวยวาย แถมยังไร้เหตุผล หลายคนจึงอาจไม่ชอบใจพวกเขานัก แต่หลายคนก็หลงรักมินเนียนด้วยเหตุผลเดียวกัน เมื่อเทียบกับแอนิเมชันจากค่ายคู่แข่งอย่าง พิกซาร์ (Pixar) ที่เรามักจะเห็นความสมจริงของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือมวลอารมณ์ในหัว ก็ล้วนมีเหตุผลในการกระทำกันทั้งสิ้น แต่เหล่ามินเนียนจาก อิลลูมิเนชัน เอนเตอร์เทนเมนต์ (Illumination Entertainment) กลับเป็นตัวละครที่แทบไม่มีเหตุมีผลอะไรเลย

ขณะที่แอนิเมชันจากพิกซาร์ สร้างตัวละคร ของเล่นที่พูดได้ ปลาที่พูดได้ รถที่พูดได้ แม้แต่สัตว์ประหลาดก็ล้วนพูดภาษาอังกฤษได้ สตูดิโออิลลูมิเนชันจึงท้าทายกระแสเหล่านั้นด้วยการสร้างหนังไม่มีซับไตเติล ที่มีตัวละครพูดภาษามินเนียน (ว่ากันว่าเป็นส่วนผสมของภาษาสเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาเลียน รวมถึงรัสเซียกับเกาหลีอีกนิดหน่อย) ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเข้าใจ มันจึงอาจเป็นเหตุผลให้เหล่ามินเนียนมักจะแสดงออกทางสีหน้าและท่าทาง เพื่อให้คนเข้าใจว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่

จะว่าไปคาแรคเตอร์ของเหล่ามินเนียนก็คล้ายกับเด็ก ๆ ทั้งในด้านดีและแย่ พวกเขาไร้เดียงสาแบบแสบ ๆ รักความสนุกสนาน จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น ๆ เชื่อฟัง บางทีอาจจะดื้อหรืองอแงบ้าง แต่ก็ตั้งใจทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมาย ทั้งตลก เจ้าอารมณ์ และน่ารัก เหมือนกับเด็ก ๆ และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่เด็ก ๆ รักมินเนียนเช่นกัน

สำหรับผู้ใหญ่ ก็อาจเพราะความคิดและการกระทำอันเป็นอิสระของมินเนียนเป็นสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้ง่าย ๆ บางครั้งที่เราอยากจะทำตัวเจ้าอารมณ์ หัวเราะและร้องไห้กับอะไรที่ไม่มีเหตุผล เราก็มักพบว่ามันช่างทำได้ยากเหลือเกินเมื่อเติบโตขึ้น การได้รู้จักกับเหล่ามินเนียน จึงคล้ายกับการเจอตัวตนในวัยเด็กที่หายไปเนิ่นนานของพวกเรา

ต่อให้ไม่เคยดูแอนิเมชันของมินเนียนมาก่อน วันนี้ใครก็ต้องเคยเห็นสิ่งมีชีวิตสีเหลืองอยู่บนป้ายบิลบอร์ด เสื้อยืด กระเป๋า สติ๊กเกอร์ หรือของเล่นจากร้าน McDonald’s กันมาบ้างแล้ว เหล่ามินเนียนจับจองพื้นที่รอบ ๆ ตัวเราไปแทบหมด มินเนียนกลายเป็นมาสคอตประจำของสตูดิโออิลลูมิเนชัน ซึ่งก็ราวกับจะรับประกันว่า ผลงานต่อ ๆ ไปของค่ายนี้จะยังคงนำเสนอความไร้เดียงสาที่แฝงไว้ด้วยความแสบและซนของวัยเด็กออกมาได้อย่างสนุกสนานและงดงามต่อไปเรื่อย ๆ นั่นเอง

 

 

https://www.vox.com/2015/7/10/8928069/minions

https://www.theloop.ca/minions-exposed/

https://www.theatlantic.com/entertainment/archive/2015/07/minions-origin-story-uber-villain-favorite-groupies-despicable-me/398186/

https://corporate.comcast.com/news-information/news-feed/universal-pictures-minions-makes-animated-movie-history

 


Related