Post on 13/08/2021

ทำไมคนไทยอยากได้บ้านที่อยู่เย็น แต่ฝรั่งชอบ Home sweet home

เคยสงสัยกันไหมว่าเวลาที่คนไทยพูดถึงบ้าน โดยเฉพาะเวลาขึ้นบ้านใหม่เรามักจะอวยพรกันว่าขอให้ ‘อยู่เย็นเป็นสุข’ ในขณะที่ฝรั่งเขาชอบพูดถึงบ้านกันว่า ‘Home sweet home’ 

สำหรับเมืองไทยหลายคนน่าจะพอเดาได้ว่า เพราะพื้นที่ประเทศเราตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น คนในแถบนี้เลยต้องการที่พักอาศัยเอาไว้หลบแดดร้อน ๆ ยิ่งมีลมพัดเบา ๆ ให้เย็นสบายด้วยยิ่งดี ซึ่งถ้าใช้วิธีคิดแบบเดียวกันประเทศในเขตหนาวเย็นก็น่าจะโหยหาความอบอุ่นจากบ้านมากกว่าที่จะเป็น Home sweet home จริงไหม แล้วทำไมฝรั่งถึงกลับชอบพูดว่า Home sweet home

ก่อนที่จะไปหาคำตอบเรื่องนี้ เรามาดูกันว่าทำอย่างไรให้บ้านของเราอยู่แล้วเย็นสบายกัน แน่นอนทุกวันนี้ถ้าอยากให้บ้านเย็น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจริง ๆ คือ เครื่องปรับอากาศดี ๆ สักเครื่อง คำถามคือว่าเวลาที่พูดถึงเครื่องปรับอากาศคุณภาพดี เราต้องดูกันที่ตรงไหนบ้างละ

วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เราแยกระหว่างเครื่องปรับอากาศคุณภาพเยี่ยมออกจากเครื่องปรับอากาศธรรมดา ๆ มีอยู่ 4 เรื่อง คือ

1. ระบบการทำงาน 

เราอาจไม่ถึงกับต้องไปรื้อเครื่องออกมาดูแผงวงจรข้างใน หรือศึกษาระบบนำความร้อนให้วุ่นวาย แต่ควรเลือกเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพราะห้องเล็กหรือห้องที่ใหญ่ไม่เท่ากันอาจจะเหมาะกับเครื่องปรับอากาศที่มีขนาด Btu/h ไม่เท่ากัน หรืออาจพิจารณาลักษณะการใช้งานของห้องประเภทต่าง ๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น ห้องที่มีการเข้าออกห้องบ่อย ๆ หรือมีคนใช้งานเยอะ ๆ ทำให้อุณหภูมิไม่คงที่อาจจะเหมาะกับเครื่องปรับอากาศระบบ Non-inverter มากกว่า ในขณะที่ห้องที่จำเป็นต้องเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศเป็นระยะเวลานาน ๆ เช่น 7-8 ชั่วโมงขึ้นไป อาจจะเหมาะกับเครื่องปรับอากาศระบบ Inverter มากกว่า ซึ่งจะเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องของการรักษาอุณหภูมิของห้องให้คงที่ ลดอัตราการใช้พลังงานสิ้นเปลืองและประหยัดไฟได้มากกว่า เป็นต้น

2. ความประหยัด 

การประหยัดไฟก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยวัดคุณภาพของเครื่องปรับอากาศได้ เพราะเครื่องปรับอากาศที่ดีจะใช้พลังงานน้อยแต่ให้ความเย็นฉ่ำ ซึ่งแอร์บางรุ่นอาจจะเย็นเหมือนกันแต่แลกมาด้วยบิลค่าไฟตอนสิ้นเดือนที่เห็นแล้วตัวเย็นจนช็อกได้ไม่แพ้กัน โดยปัจจัยหลักที่คนนิยมใช้ในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศในปัจจุบันก็คงจะพิจารณาถึงฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันมีแบ่งเกณฑ์ฉลากเบอร์ 5 สูงสุดถึง 3 ดาว ยิ่งดาวเยอะ ก็ยิ่งประหยัดไฟ ส่วนที่รองลงมาสามารถพิจารณาจากค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ratio) หรือค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานตามฤดูกาลของเครื่องปรับอากาศ ยิ่งตัวเลขยิ่งสูง การประหยัดพลังงานยิ่งมีประสิทธิภาพ

3. ความทนทาน และการรับประกัน 

แน่นอนว่าของดีมีคุณภาพต้องใช้ได้นาน เครื่องปรับอากาศที่มั่นใจในคุณภาพและความทนทานของสินค้าตัวเองเลยกล้ารับประกันนานหลายปี

4. มาตรฐานที่มากกว่าแค่เครื่องทำความเย็น

สมัยนี้เครื่องปรับอากาศจะแค่ช่วยทำให้บ้านเย็นอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องใส่ใจสุขภาพของผู้อยู่อาศัยไปพร้อมกัน เราเลยจะเห็นว่าเครื่องปรับอากาศแข่งกันในเรื่องระบบกรองอากาศสุดล้ำ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ แบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส ที่ปะปนมาในอากาศเข้ามาในห้องได้

ซึ่งเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty เป็นแบรนด์คุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานอาศัยอยู่บ้านได้อย่างสบายใจ เพราะไม่มีที่ไหน เย็นใจเท่าบ้าน ด้วยชื่อเสียงที่สร้างความเชื่อมั่นมาอย่างยาวนานของ Mitsubishi Heavy Duty ในเรื่อง เย็นเร็ว ทนทาน ประหยัดไฟ รับประกันด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 สูงสุด 3 ดาว พร้อมการรับประกัน 5 ปีทุกชิ้นส่วน

โดยเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Inverter แท้ทั้งระบบ แล้วยังมีให้เลือกหลายรุ่น ให้เหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละบ้าน ไม่ว่าจะเป็น

รุ่น ZSXS (FUYU Series) 

เครื่องปรับอากาศระบบ Inverter แท้ทั้งระบบ ทั้งแผงวงจรอัจฉริยะ PAM ควบคุมความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์กระแสตรง DC สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วรอบในการทำงานให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้อง ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น วาล์วอิเล็กทรอนิกส์ EEV ควบคุมอัตราการไหลของสารทำความเย็นเพื่อให้วงจรสารทำความเย็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด และมอเตอร์กระแสตรง มีความแม่นยำในการควบคุมความเร็วรอบ ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าเครื่องปรับอากาศแบบเดิม ๆ แล้วยังกล้ารับประกัน 5 ปีทุกชิ้นส่วน

พร้อมฟังก์ชัน Jet flow ระบบกระจายความเย็นสุดล้ำ ที่มีการออกแบบช่องลมโดยใช้เทคโนโลยีเครื่องบินเจ็ท ทำให้ส่งลมเย็นได้ไกลสูงสุด 11 เมตร และ Hi power การใช้งานโหมดพลังสูง เร่งความเร็วให้ห้องเย็นตามที่กำหนดภายในเวลา 15 นาที แล้วยังมีระบบ 3D auto ฟังก์ชันกระจายลมอัตโนมัติแนวตั้ง 6 รูปแบบ แนวนอน 8 รูปแบบ ส่งลมเย็นกระจายให้อุณหภูมิเย็นเท่ากันทั่วทั้งห้อง

รวมไปถึงระบบกรองอากาศที่ช่วยให้หายใจได้มั่นใจยิ่งขึ้นด้วย Allergen clear filter แผ่นฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติทำลายเชื้อโรคและก่อต้านสารก่อภูมิแพ้ Nano air filter กรองฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ ก๊าซพิษ กำจัดกลิ่น ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส ตามมาตรฐาน RoHs ไปจนถึง Self clean ช่วยไล่ความชื้นในคอยล์เย็น ช่วยยับยั้งกลิ่นอับและการเจริญเติบโตของเชื้อรา และระบบทำลายเชื้อโรคและต่อต้านสารก่อภูมิแพ้อีกด้วย

ที่โดดเด่นสำหรับเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น FUYU series คือเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Motion sensor จับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานแล้วปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ระบบ Auto off ปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง ไปจนถึง ECO operation ระบบประหยัดพลังงานที่ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างสมดุลในขณะที่เรายังรู้สึกเย็นสบายเหมือนเดิม

รุ่น YVS & YXS (AKI & YUKI Series)

นอกจากการเป็น Inverter แท้ทั้งระบบ ที่มีฟังก์ชัน Jet flow ส่งลมเย็นได้ไกลสูงสุด 11 เมตร เร่งความเร็วให้ห้องเย็นภายในเวลา 15 นาที และ 3D Auto ส่งลมเย็นกระจายให้อุณหภูมิเย็นเท่ากันทั่วทั้งห้อง

เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty รุ่น AKI และ YUKI Series ยังมี ระบบกรองอากาศ 24 Hour ION ที่ช่วยปล่อยไอออนลบ ให้อากาศสดชื่น บริสุทธิ์เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ระบบ Self clean ฟังก์ชันการทำความสะอาดตัวเอง ไล่ความชื้นในคอยล์เย็น ช่วยให้คอยล์เย็นแห้งยับยั้งกลิ่นอับและการเจริญเติบโตของเชื้อรา

ทำให้แน่ใจว่าอากาศเย็นสบายที่ได้จากเครื่องปรับอากาศรุ่น AKI และ YUKI Series จะบริสุทธิ์ปลอดภัย โดยเฉพาะมีฟิวเตอร์ Anti-allergy & Activated carbon air filter แผ่นกรองดักจับ กำจัดสารก่อภูมิแพ้ ดูดซับก๊าซอันตรายและฝุ่นละอองในอากาศ และ Nano air filter กรองฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ ก๊าซพิษ กำจัดกลิ่น ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส ตามมาตรฐาน RoHs ได้อีกด้วย

นอกจากแผ่นฟอกอากาศชนิดต่าง ๆ ที่แถมมาให้กับเครื่องปรับอากาศแล้ว ศูนย์บริการ Mitsubishi Heavy Duty ยังมีแผ่นฟอกอากาศชนิดต่าง ๆ จัดจำหน่ายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแผ่นฟอกอากาศ N95 Equivalent Carbon Air Filter ที่มีคุณสมบัติกรองฝุ่นชนิดต่าง ๆ ป้องกันแบคทีเรีย เชื้อราและไวรัส กำจัดกลิ่นและกรองควันพิษ ก๊าซพิษทุกชนิด

รู้วิธีการง่าย ๆ ในการทำให้บ้านของเราเย็นสบายกันแล้ว กลับมาเรื่องที่มาของประโยค Home sweet home หรือบ้านแสนสุข ที่ได้ถามในตอนต้นบทความกัน สาเหตุที่เราได้ยินคำว่า Home sweet home กันบ่อย ๆ มีที่มาย้อนกลับไปในปี 1823 หรือเกือบสองศตวรรษที่แล้ว โดยประโยคนี้มาจากชื่อเพลงยอดนิยมที่ เซอร์ เฮนรี โรว์เลย์ บิชอป (Sir Henry Rowley Bishop) เป็นผู้ประพันธ์ และแต่งเนื้อร้องโดย จอห์น โฮเวิร์ด เพน (Howard Payne) นักเขียนบทละครและนักแสดงชาวอเมริกัน ซึ่งเพลง Home, Sweet Home ถูกนำมาใช้ในละคร Clari หรือ The Maid of Milan ในปี 1823 นั่นเอง 

ความโด่งดังของละครเรื่องนี้มีส่วนทำให้ประโยคนี้ติดหูคนที่ได้รับชมละคร จนกลายเป็นประโยคที่ถูกนำไปใช้ซ้ำต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเวลาคนได้กลับถึงบ้านหลังจากที่จากไปเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งประโยคต้นฉบับในละครเรื่องนี้ร้องไว้ว่า

“Mid pleasures and palaces though we may roam, Be it ever so humble, there’s no place like home. Home! Sweet, sweet home! There’s no place like home.”

สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่เย็นเป็นสุข หรือ Home sweet home บ้านก็เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งทุกคนก็น่าจะรู้สึกไม่ต่างกันว่าไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านของตัวเอง เพราะไม่มีที่ไหน เย็นใจเท่าบ้านของเราอีกแล้ว

 


The People

กองบรรณาธิการ

กราฟิกดีไซน์สไตล์เป็ด ๆ สนใจศิลปะหลายแขนง และเชื่อว่าความสวยอยู่ที่มุมมอง

Related

เควิน แพลงค์ อดีตเด็กเสเพล ผู้สร้างอาณาจักรชุดเกราะ Under Armour

ชางเผิง เจา: จากเด็กปั๊ม-ขายเบอร์เกอร์ สู่ผู้ก่อตั้ง Binance แพลตฟอร์มซื้อขายเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของโลก

เคน คูตารากิ: ‘พระบิดาแห่งเกม PlayStation’ ผู้พลิก SONY รอดพ้นจากล้มละลาย

จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ แม่ทัพ Prop Tech สิริ เวนเจอร์ส เชื่อมต่อนวัตกรรมสตาร์ทอัพกับวิถีชีวิตลูกบ้านแสนสิริ

ซันดาร์ พิชัย: อะไรที่ทำให้ชาวอินเดียคนหนึ่ง ใช้เวลาทำงาน 11 ปี ในการก้าวมาเป็นซีอีโอของ Google

ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ปรับลุค Lotus ปั้น Omazz ครองใจคนสายนอน

ฐนสรณ์ ใจดี ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตอบโจทย์ธุรกิจและไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

นภัส เปาโรหิตย์: นักการตลาดที่ใช้ความจริงเปลี่ยนภาพจำประเทศไทย