Post on 08/02/2021

อาดาจิ มิซึรุ : ผู้เล่าเรื่องความเยาว์วัย พลังและความฝันของวัยรุ่น ผ่านการ์ตูนกีฬาอันอบอุ่น

คู่พี่น้องฝาแฝดที่ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน (TOUCH!), สองตระกูลที่ไม่ถูกกัน แต่ฝั่งลูกของทั้งสองบ้านกลับมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน (ROUGH), น้องชายที่พบว่าพี่ชายที่จากไปได้กลายเป็นผีที่อายุเท่าเดิม และรอเขากลับมาที่บ้านอยู่เสมอ (Q&A) 

พล็อตการ์ตูนที่เรียบง่าย แต่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละมุนละไม ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ในงานของ ‘อาดาจิ มิซึรุ’ อันเป็นที่รักของเหล่านักอ่านมากว่า 50 ปี

อาดาจิ มิซึรุ เป็นนักเขียนการ์ตูนคนแรกในประเทศญี่ปุ่นที่มียอดขายรวมมากกว่า 200,000,000 เล่มจากผลงานทุกเรื่อง แต่กว่าที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างในทุกวันนี้ เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง มารู้จักเรื่องราวของนักเขียนการ์ตูนผู้กลายเป็นเจ้าของทีมเบสบอล และต้องใช้เวลากว่า 9 ปีเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นนักเขียนการ์ตูนที่แท้จริง

 

สองพี่น้องอัจฉริยะแห่งกุนมะ

อาดาจิ มิซึรุ เกิดในจังหวัดกุนมะ เขาเป็นน้องคนสุดท้องที่มีพี่ชายสองคนและพี่สาวหนึ่งคน มิซึรุสนิทกับ ‘อาดาจิ ซึโตมุ’ พี่ชายคนรองมากที่สุด ทั้งคู่มักจะชวนกันไปอ่านหนังสือการ์ตูนที่ร้านแถวบ้านด้วยกันเสมอ จนเกิดเป็นความฝันร่วมกันที่จะเป็นนักวาดการ์ตูนให้ได้

สองพี่น้องเริ่มต้นความฝันด้วยการส่งผลงานให้กับร้านเช่าการ์ตูนในจังหวัด โดยซึโตมุเป็นคนวาดหลัก และมิซึรุเป็นผู้ช่วย การ์ตูนของพวกเขาเป็นที่นิยมอย่างมาก ถึงขนาดถูกเรียกว่าเป็น “สองพี่น้องอัจฉริยะแห่งกุนมะ” เลยทีเดียว

เมื่อผลงานเป็นที่ยอมรับแล้ว มิซึรุในวัยมัธยมฯ ต้นเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น เขาส่งผลงานการ์ตูนสั้นชื่อว่า ‘มุชิโตะ โชเน็น’ เข้าประกวดตามคำแนะนำของพี่ชายในสาขานักเขียนหน้าใหม่ของ COM นิตยสารการ์ตูนแห่งหนึ่งในสมัยนั้น ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้ถูกตีพิมพ์จริงและก็ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ 2 

ช่วงมัธยมฯ อาดาจิ มิซึรุ ได้รู้จักกับกีฬาเบสบอล เขาหลงใหลในกีฬาชนิดนี้มาก แต่ที่น่าแปลกใจคือกีฬาชนิดเดียวที่เขาได้มีส่วนร่วมกลับเป็นยิมนาสติก และบางที นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ว่าทำไม 2 ชมรมนี้มักจะอยู่ในการ์ตูนของมิซึรุอยู่เสมอ

 

ความจริงคือความจริง

เมื่อเรียนจบมัธยมฯ ปลาย มิซึรุได้ปฏิเสธการเรียนต่อในสาขาบัญชีตามที่ครอบครัวคาดหวัง เขาตัดสินใจมุ่งหน้าสู่โตเกียวพร้อมกับซึโตมุพี่ชายเพื่อความฝันในการเป็นนักวาดการ์ตูน

แต่เมื่อมาถึงโตเกียว มิซึรุก็พบกับความจริงว่าเขาเป็นเพียง ‘น้องชายของอาดาจิ ซึโตมุ’ และผลงานที่เขาส่งไปตามสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ก็พากับเงียบหาย

ต้องบอกก่อนว่าในช่วงเวลานั้น ซึโตมุผู้พี่ได้กลายเป็นนักเขียนการ์ตูนอาชีพไปแล้ว แต่ซึโตมุก็ยังคอยให้คำแนะนำกับน้องชายอยู่เสมอ นอกจากนี้เขายังเป็นคนฝากฝังให้มิซึรุได้เป็นผู้ช่วยของ ‘อิชิอิ อิซามิ’ นักเขียนการ์ตูนที่มีผลงานชื่อดังในเวลานั้นอย่าง ‘ฮิคารุ 750’ 

แต่ฝีมือของมิซึรุก็ยังน่าเป็นห่วง เขามักจะลงสีผิดพลาดอยู่บ่อย ๆ จนทำให้อาจารย์อิชิอิต้องเอ่ยปากว่า “ตกลงนี่นายคิดจะวาดรูปฆ่าเวลาอย่างนั้นเหรอ” ได้ยินแบบนั้น มิซึรุถึงกับเสียกำลังใจไปเลย เขาท้อแท้หนักขึ้นขนาดจะล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักวาดการ์ตูนทิ้งไปซะ แต่คนที่คอยให้กำลังใจเขาก็คือพี่ชายอย่างซึโตมุนั่นเอง 

เมื่อได้สติกลับมา มิซึรุก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการ์ตูนที่เขารัก แต่ก็พบเข้ากับปัญหาอีกเมื่อกองบรรณาธิการต่างเห็นตรงกันว่า ตัวการ์ตูนของมิซึรุสวยและดูอ่อนหวานเกินไป ทำให้ไม่เข้ากับแนวเรื่องสายบู๊ล้างผลาญที่กำลังเป็นที่นิยมในเวลานั้น ทำให้เขาลองหันเข้าสู่วงการการ์ตูนความรักในนิตยสารผู้หญิงแทน ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ไม่มีใครเห็นด้วยกับเขาเลย แม้แต่พี่ชายที่อยู่ข้างเขามาโดยตลอดก็ตาม แต่กลับกลายเป็นว่าเขากลับมารู้สึกดีในการวาดการ์ตูนอีกครั้ง

 

ฝันที่กลายเป็นจริง

ตลอดช่วงเวลากว่า 9 ปีที่ผ่านมา มิซึรุใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเป็นผู้ช่วยวาดภาพประกอบและลงสีให้กับนักเขียนท่านอื่น แต่เขากลับไม่เคยมีโอกาสได้ลองวาดผลงานของตัวเองจริงจังสักครั้งเดียว

จนในที่สุด ปี 1978 มิซึรุได้มีผลงานเป็นของตัวเองเรื่องแรกชื่อว่า ‘Nine’ เป็นเรื่องราวของตัวละครเอกทั้ง 2 คนที่แอบชอบหญิงสาวคนเดียวกัน ก่อนจะรู้ว่าเธอคือลูกสาวโค้ชทีมเบสบอลของโรงเรียน พวกเขาทั้งคู่จึงเข้าร่วมชมรมและแข่งขันกันเพื่อเอาชนะใจเธอให้ได้ 

การ์ตูนเรื่องนี้ทำให้มิซึรุได้กลายเป็นนักเขียนการ์ตูนเต็มตัว เพราะมันเป็นที่นิยมและถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก จนเปิดโอกาสให้เขาได้เริ่มเขียนผลงานอื่น ๆ ตามออกมาด้วย และกลายเป็นการ์ตูนระดับตำนานหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น TOUCH!, H2, KATSU!, CROSS GAME, ROUGH, มิยูกิ และอีกมากมาย

“Nine เป็นการ์ตูนจุดเปลี่ยนในชีวิตผม ก่อนหน้านี้ผมเคยถูกปฏิเสธอยู่หลายครั้ง แต่เพราะการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้อ่านทุกท่านจากการ์ตูนเรื่องนี้ ทำให้ผมมีความมั่นใจในผลงานของตัวเองมากขึ้น ต้องขอบคุณทุกคนจริง ๆ ครับ”

 

เรื่องราวของความรักและความอดทน

เป็นเวลากว่า 50 ปีมาแล้วที่ อาดาจิ มิซึรุ ได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาให้เหล่านักอ่านได้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนกว่า 15 เรื่อง แอนิเมชันซีรีส์ และภาพยนตร์ Live Action รวมถึงผลงานที่ทำร่วมกับศิลปินและแบรนด์ต่าง ๆ อีกด้วย

ปัจจุบัน อาดาจิ มิซึรุ ไม่ได้เป็นแค่นักเขียนการ์ตูนเท่านั้น แต่เขายังเป็นเจ้าของทีมเบสบอลที่ชื่อ ‘Vitamin A’ แต่เพราะงานที่ยุ่งมาก ทำให้เขาแทบไม่ค่อยได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับทีมเท่าไรนัก แต่ตัว A ในชื่อนั้นก็มาจากชื่อต้นของเขาอย่าง Adachi นั่นเอง

เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อความสำเร็จเหล่านี้ เขากลับตอบอย่างเรียบง่ายว่า ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน

“ตอนที่ผมจากบ้านเกิดมาพร้อมกับพี่ชายในวัย 19 ปี ผมคิดเพียงแค่อยากจะวาดการ์ตูนไปจนถึงอายุ 25 เท่านั้น หลังจากนั้นผมให้เป็นเรื่องของอนาคต

“แต่ที่ผลงานของผมยังอยู่ได้ในปัจจุบัน ก็ต้องขอบคุณเหล่านักอ่านทุกท่าน ทีมงานทุกคน และพี่ชายที่ไม่เคยหยุดหวังในตัวผม”

อาจารย์อิชิอิได้เล่าว่าในสมัยที่มิซึรุเป็นผู้ช่วยของเขานั้น ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน มิซึรุก็จะพูดว่า “ผมไม่ง่วงหรอกครับ” และทำงานต่อไปอย่างขะมักเขม้น มีบ้างที่ท้อจนพูดออกมาว่า “อย่างผมจะเป็นนักเขียนการ์ตูนได้ไหมนะ” แต่สุดท้ายมิซึรุก็จะกลับมาตาลุกวาวเวลาได้เห็นต้นฉบับทุกครั้ง

“การ์ตูนเนี่ย สุดยอดจริง ๆ เลยนะครับ!”

 

ที่มาของเนื้อหาบางส่วน

บันทึกเรื่องจริงของอาดาจิ มิซึรุ

https://we-love.gunma.jp/area/adachimitsuru

 

เรื่อง: ทศพล เหลืองศุภภรณ์

ภาพ: www.tiendagourmet.co


วัยรุ่นตอนปลาย นักทดลองเล่าเรื่องสมัครเล่น ความฝันสูงสุดคือมีประตูไปไหนก็ได้

Related

เทะสึกะ โอะซะมุ ตำนานแห่งปรมาจารย์ ต้นกำเนิด “เจ้าหนูปรมาณู” ทั้งชีวิตอุทิศเพื่อการ์ตูน

แอนดี วอร์ฮอล: เจ้าพ่อ ‘ป็อปอาร์ต’ ผู้เปลี่ยน ‘กระป๋องซุป’ ให้จัดจ้าน แล้วเรียกมันว่า ‘ศิลปะ’

ทรังคซ์ – จอห์น คอนเนอร์ แห่ง Dragon Ball ผู้ทำให้เบจิต้ากลายเป็นมนุษย์พ่อ

ผีน้อยแคสเปอร์ ผีที่อยากเป็นเพื่อนกับคน กับเบื้องหลังที่ชีวิตรู้จักแต่ความสูญเสีย

มาร์วิน เกย์ นักร้อง Sexual Healing ผู้ตายด้วยน้ำมือพ่อแท้ ๆ

ริก อัลเลน มือกลองแขนเดียวแห่งวง Def Leppard ชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

Radiohead – Creep: ร่วงหล่นลงหลุมรัก เบื้องหลังเพลงอกหักที่โดนใจ “ฆาตกร”

เมื่อศาสนาต่อต้านความงดงามของเกย์ ‘แดน เรย์โนลด์ส’ จึงส่งเสียงเพื่อ LGBTQIA+ ผ่าน ‘Believer’ ภาพยนตร์ชื่อเดียวกับเพลงดังของ ‘Imagine Dragons’