Post on 11/08/2020

มอลลี่ วีสลีย์: ยอดคุณแม่ผู้เปี่ยมด้วยความรักและความกล้าหาญ

“แม่สุดแกร่งในวรรณกรรม แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือใคร ?” คำตอบของหลายคนอาจแตกต่างกันไป บางคนยกให้ลิลลี่ พอตเตอร์ เป็นยอดคุณแม่ที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อลูกชาย นักอ่านอีกส่วนอาจยกให้ นาร์ซิสซา มัลฟอย เป็นคุณแม่ยอดเยี่ยมที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก และก็มีอีกหลายคนที่ลงความเห็นตรงกันว่า มอลลี่ วีสลีย์ ก็นับเป็นคุณแม่สุดแกร่งที่สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยสองมือของเธอเอง

มอลลี่ เพรอเว็ต (Molly Prewett) เด็กสาวเลือดบริสุทธิ์ที่เข้าเรียนโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มด และเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ระหว่างปี 1960-1967 ถูกหมวกคัดสรรเลือกให้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์ ช่วงที่เรียนอยู่เธอออกเดตกับ อาเธอร์ วีสลีย์ เคยลอบออกไปเดินเล่นชมจันทร์จนโดนภารโรง อะพอลเลอัน พริงเกิ้ล จับได้และทำโทษอาเธอร์พร้อมฝากรอยแผลเป็นจนถึงทุกวันนี้ ส่วนมอลลี่โดนรูปภาพสุภาพสตรีอ้วนดุ เพราะกลับหอนอนตอนตี 4 ของวันถัดมา เธอได้เล่าวีรกรรมวัยเด็กด้วยรอยยิ้มให้เด็ก ๆ ฟัง ท่ามกลางสายตาตะลึงพรึงเพริดของ บิล วีสลีย์ ที่ไม่คิดว่าแม่ก็มีวีรกรรมแสบตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน

หลังจบจากฮอกวอตส์ เธอตัดสินใจแต่งงานกับอาเธอร์ เปลี่ยนนามสกุลเป็น มอลลี่ วีสลีย์ (Molly Weasley) อาศัยอยู่ในบ้านโพรงกระต่าย และมีลูกด้วยกันทั้งหมด 7 คน ทั้งเธอและสามีเป็นคู่รักที่ไม่ทะเยอทะยาน ไม่ใช้เส้นสายใหญ่โตผลักดันให้ตัวเองก้าวหน้าเร็วขึ้น ซึ่งนางวีสลีย์เคยเล่าว่าที่สามีตัวเองไม่ก้าวหน้าด้านอาชีพไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง แต่รัฐมนตรีฟัดจ์มองว่าชายคนนี้มีความรู้สึกผูกพันกับมักเกิ้ลมากเกินไป จนขาดความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของการเป็นพ่อมดที่ดี แต่ถึงอาเธอร์จะถูกมองว่าเป็นผู้ชายแสนธรรมดา มอลลี่ก็ยังรักเขาไม่ต่างจากครั้งที่เดตกันในโรงเรียน

แม้มอลลี่จะไม่เข้าทำงานที่กระทรวงเวทมนตร์เหมือนผู้วิเศษคนอื่นที่มีความสามารถโดดเด่น (หลายคนอาจไม่รู้ว่าเธอสามารถปรุงยาเสน่ห์ที่ซับซ้อนได้สำเร็จตอนเป็นนักเรียน) แต่เธอก็ยังคงเต็มไปด้วยอุดมการณ์ เมื่อลอร์ดโวลเดอร์มอร์กลับมาอีกครั้ง เธอยืนยันกับดัมเบิลดอร์ว่าตนกับสามีพร้อมทำงานให้ภาคี โดยไม่สนว่าการยืนข้างอาจารย์ใหญ่ฮอกวอตส์จะทำให้เธอกลายเป็นคนนอกกฎหมาย หรือเป็นรายชื่อแรก ๆ ที่ผู้เสพความตายจะตามจัดการ ความมุ่งมั่นของเธอแสดงให้เห็นว่าการเลือกเป็นแม่บ้านไม่ใช่การตัดสินใจผิดพลาด หรือเป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาด เพราะการเลือกเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกคือความต้องการแท้จริงที่เธอจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ

หากมองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแค่แม่บ้านธรรมดา ไม่เก่ง ไร้ประสบการณ์ทำงานหรือการต่อสู้ก็คิดว่าคงผิดถนัด เธอเป็นผู้หญิงที่มีความกล้า เป็นสมาชิกภาคีนกฟินิกซ์ ยอมเอาบ้านโพรงกระต่ายของตัวเองเป็นแหล่งกบดานในภารกิจย้ายแฮร์รี่ออกจากบ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ต และยอมให้สมาชิกครอบครัววีสลีย์เกือบทั้งหมดเสี่ยงชีวิตทำงานให้ดัมเบิลดอร์เพื่อต่อต้านอำนาจของจอมมาร นางวีสลีย์มองว่าความถูกต้องคือสิ่งควรค่าที่จะเสี่ยง ดังนั้นการเป็นแม่บ้านไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินว่าเธอไม่เก่ง ไม่กล้า หรือไม่มีความสามารถ

การที่สมาชิกครอบครัวเกินครึ่งอยู่ในภาคีนกฟินิกซ์สร้างความกังวลลึก ๆ ให้แก่มอลลี่ เธอเผยความกลัวที่สุดในจิตใจออกมาเมื่อครั้งเผชิญหน้ากับบ็อกการ์ต (สิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนรูปร่างได้ดั่งใจ สามารถแปลงกายเป็นสิ่งที่ผู้พบเห็นหวาดกลัวมากที่สุด) เห็นสามีตัวเองตาย ลูกชายตายทีละคน แฮร์รี่ตาย เพราะเธอรู้ถึงความเสี่ยงที่ทุกคนต้องแลกเมื่อลุกขึ้นต่อต้านจอมมาร ถึงเธอจะกลัว แต่มอลลี่ไม่เคยแสดงตัวว่าอยากออกจากภาคีเลยสักครั้ง

ในด้านการเป็นแม่บ้าน มอลลี่ก็มีทักษะที่ยอดเยี่ยม สามารถดูแลบ้านที่มีสมาชิกมากถึง 9 คน ได้เป็นอย่างดี ดูจากโต๊ะในห้องนั่งเล่นที่ถูกขัดจนเงาวับ ครัวสะอาดสะอ้าน หนังสือมากมายเกี่ยวกับการทำอาหารและดูแลบ้าน เธอทำอาหารอร่อยมาก แม้จะมีเงินไม่มากแต่เธอสามารถใช้วัตถุดิบธรรมดาเนรมิตอาหารค่ำสุดหรูที่มีของโปรดหลายอย่างของแฮร์รี่ เธอใช้ไม้กายสิทธิ์เสกคาถาปรุงอาหารได้ยอดเยี่ยมเสียจนรอนเข้าใจผิดเป็นสิบปี คิดว่าแม่สามารถเสกอาหารแสนอร่อยขึ้นมาได้เลย ทั้งที่จริงไม่มีใครสามารถเสกอาหารจากความว่างเปล่าได้  

นอกเหนือจากความกล้า มอลลี่ยังเป็นผู้หญิงที่จิตใจดี โอบอ้อมอารี และเป็นมิตรกับคนส่วนใหญ่ ย้อนกลับไปยังการพบกันครั้งแรกระหว่างเธอกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายเดินมาถามวิธีไปชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ มอลลี่ยินดีบอกแฮร์รี่ว่าต้องทำยังไง และรู้สึกสงสารเขาตั้งแต่แรกเห็นเพราะเด็กชายเดินทางมาคนเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น มอลลี่เคยดุลูกสาวเพราะอยากขึ้นรถไฟไปดูแฮร์รี่คนดัง สอนมารยาทว่าแฮร์รี่ไม่ใช่สัตว์ในสวนสัตว์ที่หนูจะไปจ้องดูได้ตามใจ แถมเธอยังส่งขนมฟัดจ์กับเสื้อกันหนาวที่ถักเองมาให้เด็กชาย ทุกปีหลังจากนั้น นางวีสลีย์นั่งถักสเวตเตอร์หลายตัว ทำขนมจำนวนมากส่งให้เด็ก ๆ ครบทุกคน ซึ่งเสื้อไหมพรมกับผ้าพันคอทำเองที่จะได้ทุกคริสต์มาสสร้างความรู้สึกอบอุ่น และสัมผัสได้ถึงความรักเต็มเปี่ยม

เมื่อแฮรี่ต้องทำภารกิจที่สามของการประลองเวทไตรภาคี เขาคิดว่าคงไม่มีใครมาให้กำลังใจเพราะตัวเองไม่มีครอบครัวเหลืออยู่แล้ว (แน่นอนว่าครอบครัวเดอร์สลีย์คงไม่มาฮอกวอตส์แน่นอน) แต่มอลลี่ก็พาบิลมาร่วมเชียร์ในภารกิจสุดท้าย จูบแฮร์รี่ที่แก้ม และอวยพรให้เขาโชคดี

นอกจากเด็ก ๆ ที่รับความรักจากมอลลี่อย่างเต็มที่ มือปราบมารสาวจอมซุ่มซ่ามอย่าง นิมฟาดอร่า ท็องส์ ก็มักแวะเวียนมาดื่มชาที่บ้านโพรงกระต่าย นำปัญหาในใจมาปรึกษากับนางวีสลีย์เพื่อขอคำแนะนำ เหตุที่ทำให้เธอเป็นที่นับถือไว้วางใจจากแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ และท็องส์ เป็นเพราะความรักและความเมตตาของเธอไม่ได้จำกัดอยู่แค่สมาชิกครอบครัวเท่านั้น  

หลายครั้งมอลลี่ก็สลัดคราบคุณแม่ใจดีเป็นแม่ผู้เข้มงวด แม้จะรักและเป็นห่วงลูกมากแต่ทุกอย่างต้องมีขอบเขต เมื่อครั้งที่เฟร็ด จอร์จ กับ รอน ขโมยรถฟอร์ดแองเกลียปรับแต่งเองแบบผิดกฎหมายของอาเธอร์ บินข้ามครึ่งประเทศไปรับแฮร์รี่ เธอตำหนิลูกชายทั้งสามอย่างรุนแรง กล่าวตักเตือนให้เด็ก ๆ รู้ถึงผลของการขโมยรถเหาะออกไปขับเล่นอาจทำให้มักเกิ้ลเห็น อาจเปิดเผยตัวตนของผู้วิเศษ และจะทำให้อาเธอร์ถูกไล่ออกจากงาน รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่นางวีสลีย์อาจไม่ได้บอกลูกตรง ๆ คือความกังวลใจกลัวว่าพวกเขาได้รับอันตราย

เหตุการณ์ขโมยรถครั้งแรก มอลลี่ไม่ตำหนิแฮร์รี่ เพราะเธอไม่ได้ขอให้พวกเขาขับรถเหาะไปรับสักหน่อย” นับเป็นเหตุผลที่เข้าท่าและยอมรับได้ แต่สำหรับการขโมยรถครั้งที่สองของรอน มอลลี่จะไม่ยอมให้เกิดความผิดซ้ำสอง เธอทำให้รอนได้รับบทเรียนจำไม่ลืมด้วยการส่งจดหมายกัมปนาทมากลางห้องโถงใหญ่ฮอกวอตส์

มอลลี่เป็นผู้หญิงเก่งที่จริงจังกับความถูกต้อง เป็นแม่ที่ลูก ๆ เคารพเกรงใจ แม้เฟร็ดกับจอร์จจะชอบแหกกฎ แต่พอโดนเฮอร์ไมโอนี่ขู่ว่าจะเขียนจดหมายไปฟ้องนางวีสลีย์ ฝาแฝดถึงกับร้องเสียงหลงว่า เธอต้องไม่ทำอย่างนั้นนะ!” หรืออย่างตอนที่รอนทิ้งแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ระหว่างตามหาฮอครักซ์ รอนไม่กล้ากลับบ้านเพราะกลัวคำตำหนิและสายตาผิดหวังจากแม่ การทำให้ลูก ๆ ตัวแสบกลัวได้ขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดที่อยากให้เด็ก ๆ ทุกคนรักษากฎระเบียบของสังคมได้เป็นอย่างดี

ถึงมอลลี่จะมีด้านดีเผยให้เห็นอยู่เสมอ ความใจดี อ่อนโยน รักความยุติธรรม แต่เธอก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในระหว่างการประลองเวทไตรภาคี เธอเคยต่อว่า เอม็อส ดิกกอรี่ พ่อของเซดริกเพราะเชื่อบทความของริต้า สกีตเตอร์ ที่เขียนข่าวแฮร์รี่แบบใส่สีตีไข่ พูดเตือนเอม็อสว่า “ริต้า สกีตเตอร์ เขียนเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อนเสมอ นึกว่าคุณจะรู้เรื่องนี้ ทำงานอยู่ที่กระทรวงแท้ ๆ”

แม้รู้ดีว่าริต้าไม่ใช่นักข่าวที่ยอดเยี่ยมและเคารพจรรยาบรรณสื่อ แต่กลับเชื่อบทความซุบซิบ ‘เบื้องหลังรักสลายของแฮร์รี่ พอตเตอร์’ ในนิตยสาร ‘แม่มดรายสัปดาห์’ ที่เขียนวิจารณ์เฮอร์ไมโอนี่ว่าเป็นแฟนกับแฮร์รี่เพราะเขาโด่งดัง แต่สุดท้ายทิ้งเด็กชายผู้รอดชีวิตไปเดตกับ วิกเตอร์ ครัม นักกีฬาควิดดิชเพราะเขามีชื่อเสียงมากกว่า การเสพข่าวซุบซิบทำให้พอช่วงเทศกาลอีสเตอร์มาถึง นางวีสลีย์ส่งไข่ช็อกโกแลตใบเล็กกว่าไข่ไก่ให้เด็กสาว แต่ส่งไข่ขนาดเท่าไข่มังกรให้ลูกคนอื่น ๆ รวมถึงแฮร์รี่ และแสดงท่าทีเย็นชาเมื่อเจอกับเฮอร์ไมโอนี่ จนแฮร์รี่ต้องรีบบอกว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่แฟนของเขา เธอถึงกลับมามีท่าทีโอบอ้อมกับเด็กสาวเหมือนเดิม

นอกจากเฮอร์ไมโอนี่ อีกหนึ่งคนที่โดนท่าทีเย็นชาห่างเหิน คือ เฟลอร์ เดอลากูร์ เด็กสาวจากวิทยาลัยเวทมนตร์โบซ์บาตง ที่ออกเดตกับบิลลูกชายคนโตของบ้าน มอลลี่ จินนี่ รวมถึงเฮอร์ไมโอนี่ไม่ค่อยชอบเฟลอร์ มองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นพวกสาวสวยนิสัยเสีย การแสดงออกต่าง ๆ ของเธอช่างขัดหูขัดตาจนน่ารำคาญ ประกอบกับหลายครั้งเฟลอร์ชอบพูดไม่คิด เคยเผลอวิจารณ์ความเป็นอยู่ที่บ้านโพรงกระต่ายว่าก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ หลายเหตุผลทำให้นางวีสลีย์คิดว่าสาวฝรั่งเศสคนนี้อาจไม่ได้รักบิลจริง ๆ แต่หมั้นกับเขาเพราะบิลเป็นผู้ชาย

เมื่อบิลโดนมนุษย์หมาป่าโจมตีจนหน้าเสียโฉม อาจมีอุปนิสัยแบบมนุษย์หมาป่า นางวีสลีย์ตัดสินเฟลอร์ไปก่อนว่าเธอจะต้องทิ้งลูกชายตัวเองไปแน่ ๆ จึงร้องไห้อยู่ข้างเตียงลูกชาย บ่นพึมพำว่าเขาเกือบจะได้แต่งงาน แต่มอลลี่คิดผิด เพราะเฟลอร์ประกาศกร้าวว่าอยากแต่งงานกับบิล ไม่สนว่าบิลจะหน้าตาเป็นยังไง เพราะเธอสวยพอสำหรับเราทั้งคู่อยู่แล้ว สุดท้ายแม่ยายกับลูกสะใภ้สามารถปรับความเข้าใจกันได้สักที

อีกหนึ่งกรณีน่าสนใจเกี่ยวกับมอลลี่คือการดวลกับ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ แม่มดตัวร้าย เชี่ยวชาญเรื่องคำสาปต้องห้าม ชื่นชอบเห็นคนถูกทรมาน นอกจากฝีมือที่ยอดเยี่ยม เบลล่ายังเต็มไปความวิปริตที่กระหายต่อสู้ ฝีมือกับความคลั่งของเธอทำให้เบลล่าได้เป็นลูกสมุนคนสำคัญของลอร์ดโวลเดอมอร์ ในสงครามฮอกวอตส์ เธอดวลแบบสามต่อหนึ่งกับเฮอร์ไมโอนี่ จินนี่ และลูน่า รับมือเด็กสาวสามคนได้แบบสบาย ๆ และเกือบยิงคำสาปพิฆาตโดนจินนี่อีกด้วย

“อย่ายุ่งกับลูกสาวฉัน นังลูกหมา!” มอลลี่พุ่งเข้ามาปกป้องเด็ก ๆ ไล่พวกเธอออกไปเพื่อท้าดวลแบบตัวต่อตัวกับมือขวาของจอมมาร พร้อมกับห้ามเด็กคนอื่นที่จะเข้ามาช่วย ตะโกนลั่นว่า “ถอยกลับไป! หล่อนเป็นของฉัน!” คำพูดนี้ทำให้เบลลาทริกซ์ยิ้มเยาะ สบประมาทว่านางวีสลีย์ประเมินตัวเองสูงเกินไป เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ชอบมองว่ามอลลี่เป็นแม่บ้านไม่ใช่นักรบ

ถึงท่วงท่าการโบกไม้กายสิทธิ์อาจไม่สง่างามเท่าศาสตราจารย์มักกอนนากัล หรือน่าเกรงขามเหมือนเบลลาทริกซ์ แต่ฝีมือการเสกคาถาของเธออยู่ในระดับยอดเยี่ยม สามารถต่อสู้กับผู้เสพความตายชื่อดังได้แบบสูสี ท้ายที่สุดแม่บ้านที่หลายคนมองข้ามก็สามารถพิชิตยอดขุนพลของโวลเดอมอร์ได้สำเร็จ เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์ ถูกสังหารทั้งที่กำลังยิ้มเยาะคู่ต่อสู้ ตอกย้ำความจริงที่ว่า มอลลี่ วีสลีย์ เป็นผู้หญิงที่มีความสามารถหลากหลายมากจริง ๆ

แม้เธออาจไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติของใครหลายคน มีข้อบกพร่องหลายอย่าง ซ้ำยังเคยมองคนด้วยอคติส่วนตัว แต่มอลลี่ วีสลีย์ ถือเป็นหญิงแกร่งที่สุดคนหนึ่งของโลกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นยอดคุณแม่ที่เลี้ยงลูก ๆ 7 คน ให้เติบโตมาอย่างดี เป็นหญิงสาวจิตใจดีที่คอยช่วยเหลือคนอื่น เลือกยืนอยู่ข้างความยุติธรรม ไม่หวั่นไหวต่อคำขู่ใด ๆ และเลือกใช้ชีวิตตามต้องการโดยไม่สนคำครหาดูถูก เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไรมากที่สุด

 

ที่มา

เจ.เค. โรว์ลิง. 2543. แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิง. 2544. แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ห้องแห่งความลับ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิง. 2544. แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิง. 2546. แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิง. 2547. แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิง. 2550. แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เครื่องรางยมทูต. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์

 

เว็บไซต์

https://www.wizardingworld.com/features/chapter-that-made-us-fall-in-love-with-molly-weasley

https://www.carrotsformichaelmas.com/2013/05/05/8-reasons-molly-weasley-is-a-great-literary-mama/

https://harrypotter.fandom.com/wiki/Molly_Weasley

https://www.reddit.com/r/harrypotter/comments/7jrllt/was_molly_as_good_a_mother_as_many_people_think/

https://www.mugglenet.com/2016/03/molly-weasley-a-mother-to-us-all/

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+