Post on 22/08/2019

“โมะโมะฟุกุ อันโด” บิดาแห่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่อาจไม่ได้เป็นคนญี่ปุ่น

ถ้าถามว่าชาติแรกที่คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือที่เรียกติดปากกันว่า “มาม่า” คือประเทศอะไร เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยตอบถูกว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย แต่ถ้าถามต่อไปอีกว่า คนที่คิดอาหารกินด่วนสุดอร่อยนี้เป็นใครมาจากไหน หลายคนอาจตอบกันไม่ถูก

“โมะโมะฟุกุ อันโด” (安藤百福) คือนามของชายผู้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แม้ชื่อจะเป็นญี่ปุ่น แต่ชาติกำเนิดที่แท้จริงของเขาอาจไม่ใช่อย่างเช่นที่เห็น ประวัติความเป็นมาของบิดาแห่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น ซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนต้องปูเสื่อหยิบบะหมี่ถ้วยรสโปรดมาต้มน้ำรอระหว่างเลื่อนจออ่านกันเลยทีเดียว

ตามประวัติ โมะโมะฟุกุ อันโด เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ.1910 ก่อนการโคจรเข้ามาใกล้โลกของดาวหางฮัลเลย์เพียงไม่กี่วัน ชื่อแรกหลังลืมตาดูโลกคือ อู๋ ไป่ฝู (吳百福) เขาเกิดในตระกูลอู๋ หนึ่งในตระกูลนักธุรกิจผู้มีฐานะในเมืองเจียอี้ เมืองใหญ่ทางภาคตะวันตกของเกาะไต้หวัน ซึ่งขณะนั้นยังถูกปกครองภายใต้ร่มธงเคียวกูจิตสึกิ ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น


เนื่องจากบิดามารดาคือ อู๋ ชือ อวี้ และ อู๋ เชียน ลวี โชคร้ายเสียชีวิตตั้งแต่เขายังแบเบาะ เด็กชายไป่ฝู จึงถูกเลี้ยงดูโดยคุณปู่ซึ่งเปิดร้านขายส่งผ้าในเมือง ที่มีส่วนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเริ่มกิจการขายเสื้อผ้าของตัวเองในไทเปซึ่งเป็นเมืองหลวงของไต้หวัน เมื่อมีอายุได้ 22 ปี โดยลงทุนกว่า 190,000 เยน ก่อนจะคิดการใหญ่ขยายกิจการเสื้อผ้าไปยังประเทศญี่ปุ่นในปีต่อมา นั่นทำให้เขามีโอกาสได้เหยียบแผ่นดินอาทิตย์อุทัยเป็นครั้งแรก

ไป่ฝู ก่อตั้งโรงงานตัดเย็บและร้านค้าในโอซากา พร้อมกับสมัครเรียนธุรกิจที่มหาวิทยาลัยริทสุเมอิคันไปด้วย ระหว่างที่กิจการเติบโตไปได้ดี การแพร่อำนาจของกองทัพเลือดซามูไร ไฟสงครามก็หวนกลับมาทำลายกิจการของเขาจนแทบล้มละลาย โรงงานตัดเย็บเล็ก ๆ ถูกทิ้งระเบิดจนไม่เหลือซาก ผ้าดิบและเครื่องจักรกลในโรงงาน กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ภายหลังการยกธงขาวของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น เศรษฐกิจทั่วประเทศตกต่ำ กิจการต่าง ๆ พากันล้มละลาย แน่นอนว่ากิจการเล็ก ๆ ที่ไป่ฝูก่อตั้งมากับมือก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่นั่นยังไม่ใช่จุดนิวโลว์ของกราฟชีวิต ในปี 1948 ไป่ฝูถูกจับข้อหาหลบเลี่ยงภาษี ต้องไปนอนเล่นในคุกอยู่นานสองปี เรื่องนี้เขาอธิบายภายหลังว่าไม่ได้มีเจตนาเลี่ยงภาษี แต่เพราะเป็นคนใจดีชอบให้ทุนการศึกษากับนักเรียนที่การเงินมีปัญหา เลยถูกเหมารวมว่าใช้วิธีนี้ในการหลีกเลี่ยงภาษีไปด้วย

ฝันของชายคนนี้ไม่ได้มอดไหม้ไปในกองไฟ เขาลุกขึ้นมาลงทุนครั้งใหม่ในธุรกิจอาหาร โดยเริ่มต้นจากการขายเกลือ เวลานั้นเกาะไต้หวันเพิ่งได้รับอิสรภาพจากญี่ปุ่น เขาจึงต้องเลือกว่าจะถือสัญชาติไหนระหว่างไต้หวัน หรือ ญี่ปุ่น ซึ่งเขาตัดสินใจเลือกเป็นคนจีน เนื่องจากหากตอนนั้นเปลี่ยนสัญชาติเป็นญี่ปุ่น ทรัพย์สินและที่ดินทั้งหมดของเขาบนเกาะไต้หวัน มีโอกาสที่จะถูกทางการริบไปได้

จนกระทั่งปี 1966 เขาถึงเปลี่ยนสัญชาติมาเป็นพลเมืองญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว โดยใช้นามสกุล อันโด ตาม มาซาโกะ อันโด ภรรยาคนที่สาม ซึ่งเป็นหญิงสาวที่มีเลือดลูกพระอาทิตย์ไหลเวียนอยู่เต็มตัว

ลืมบอกไปว่า อู๋ ไป่ฝู แต่งงานทั้งหมดสามครั้ง ครั้งแรกกับหญิงไต้หวัน ตอนเขาอายุ 18 ปี ภรรยาคนที่สองเจอกันในกรุงไทเปเมื่อปี 1938 และ มาซาโกะ อันโด บุตรสาวคนที่สามของตระกูลอันโด ที่ต้นตระกูลของเธอเป็นนักบวชชินโตในศาลเจ้านิโฮนมัทซึ ในเมืองฟูกูชิมะ ซึ่ง ไป่ฝู หนุ่มนักธุรกิจจากเกาะฟอร์โมซา ได้จดทะเบียนสมรสกับเธออย่างเป็นทางการเมื่อปี 1945 ปีเดียวกับที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง และมีลูกด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ โคคิ อันโด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิสชินฟูดส์ โฮลดิ้งส์ จำกัด คนปัจจุบัน

ไป่ฝู หรือ โมะโมะฟุกุ อันโด ตามการอ่านตัวเขียนในภาษาญี่ปุ่น ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นคนครั้งแรกของโลกเมื่อปี 1958 ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นระหว่างภาวะขาดแคลนอาหารช่วงหลังสงคราม เวลานั้นรัฐบาลญี่ปุ่นได้รับข้าวสาลีที่สหรัฐอเมริกาส่งมาช่วยเหลือ เลยส่งเสริมให้ประชาชนกินขนมปังและบิสกิตที่ทำจากแป้งสาลี เพราะช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องและเก็บรักษาได้นานกว่าข้าวสวย

วันหนึ่งขณะที่เขาเดินผ่านผู้คนหิวโหยที่ยืนตัวสั่นท่ามกลางความหนาวเย็น เพื่อต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรับราเมงร้อน ๆ หนุ่มใหญ่ผู้กินราเมงเป็นประจำมานานกว่า 48 ปี ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมรัฐบาลญี่ปุ่นไม่แนะนำให้คนกินราเมงซึ่งเป็นอาหารประจำชาติ ทั้งที่ทำจากแป้งสาลีเหมือนกัน
โมะโมะฟุกุ เก็บความสงสัยกลับบ้าน แล้วหาคำตอบด้วยการซุ่มคิดค้นสูตรอาหารสุดโปรดขึ้นมา โดยใช้อุปกรณ์ง่าย ๆ อย่างกระทะก้นลึก และหม้อต้มซุป ตอนแรกที่คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น โมะโมะฟุกุ ตั้งเป้าไว้ห้าเรื่องคือ ต้องอร่อย, เก็บได้นาน, ปรุงง่าย, ไม่แพง และต้องปลอดภัย จากความพยายามในกระท่อมไม้เล็ก ๆ หลังบ้านอยู่นานนับปีโดยแทบไม่มีวันหยุดพัก และนอนพักผ่อนเพียงแค่คืนละไม่ถึง 4 ชั่วโมง ในที่สุดโลกก็ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” จากการที่เขาเห็นภรรยากำลังทอดเทมปุระอยู่ในครัว

ขั้นตอนการผลิตง่าย ๆ ที่ต่อมาถูกลอกเลียนไปทั่วทั้งโลกก็คือ นำเส้นบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลีมาต้มในน้ำซุปรสเข้มข้น ซึ่งสูตรดั้งเดิม โมะโมะฟุกุ เลือกใช้ซุปไก่ เนื่องจากความเชื่อที่ว่าซุปไก่นั้นอร่อยและมีประโยชน์ โดยเฉพาะสำหรับหญิงมีครรภ์ พอเส้นเหนียวนุ่มเริ่มดูดซับรสชาติความเข้มข้นจนได้ที่แล้ว ให้ตักขึ้นมาผึ่งให้แห้งพอประมาณ ก่อนนำลงไปทอดในน้ำมันปาล์มเดือดจัดอย่างรวดเร็วเพื่อไล่ความชื้นออกให้หมด แค่นี้ก็จะได้สุดยอดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต่อมาทั่วโลกบริโภคกันมากกว่าวันละ 280 ล้านซอง

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในโลก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปี 1958 ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ชิกิง ราเมง” (Chikin Ramen) ราคา 35 เยน แต่สมัยนั้นบะหมี่มหัศจรรย์ที่เติมน้ำแค่ไม่กี่นาทีก็อร่อยได้ของเขาถือว่ายังมีราคาแพง เมื่อเทียบกับอุด้งชามหนึ่งที่มีราคาเพียงแค่ 6 เยน

โชคดีที่ต่อมาไม่นานเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คนส่วนใหญ่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ต้องทำงานหนักต่อเนื่อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่สะดวกรวดเร็วอย่าง ชิกิง ราเมง จึงขายดีขึ้นเรื่อย ๆ โมะโมะฟุกุ ที่มีหัวทางการค้าเลยไม่รอช้า รีบทำโฆษณาทางโทรทัศน์ทันที ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาไม่นาน ซึ่งต่อมาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ

ในปี 1966 ระหว่างที่ โมะโมะฟุกุ ไปเยี่ยมผู้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เขาบังเอิญไปเห็นผู้จัดการคนหนึ่งในออฟฟิศหักเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเทลงแก้วกระดาษ เติมน้ำร้อนแล้วใช้ส้อมกิน ใช่แล้ว นั่นกลายเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า นิชชิน คัพนูดเดิล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย ที่ง่ายและสะดวกยิ่งกว่าแบบซองหลายเท่า เพราะไม่ต้องวิ่งวุ่นไปหาถ้วยชามมาใส่ รวมถึงไม่ต้องกังวลกับการล้างทำความสะอาด

นิชชิน คัพนูดเดิล วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1971 ด้วยราคาที่สูงถึง 100 เยน เลยยังไม่เป็นที่นิยม จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ปีต่อมา มีเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อการร้ายจับตัวประกันที่เมืองนาโกยา ระหว่างที่โทรทัศน์ทุกช่องกำลังถ่ายทอดสดการเตรียมการบุกช่วยตัวประกันอยู่นั้น คนญี่ปุ่นทั้งประเทศก็เห็นภาพกลุ่มตำรวจกำลังจับกลุ่มโซ้ยบะหมี่ถ้วยท่ามกลางความหนาวเหน็บของเดือนกุมภาพันธ์กันอย่างเอร็ดอร่อย ทำให้ผู้ชมทางบ้านรีบออกไปซื้อบะหมี่ถ้วยมาตุนระหว่างรอลุ้นหน้าจอโทรทัศน์ไปพร้อม ๆ กัน

จุดสูงสุดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของโมะโมะฟุกุ เกิดขึ้นตอนเขามีอายุได้ 95 ปี ในปี 2005 หลังการรอคอยนานหลายทศวรรษ เมื่อนักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นได้นำบะหมี่สำเร็จรูปอวกาศในชื่อ The Space Ram ไปกินแบบสูดเส้นได้อย่างเต็มปากภายใต้สภาพไร้แรงดึงดูดสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

โมะโมะฟุกุ มีสุขภาพดีตามวัยที่เคลื่อนผ่าน เขาเคยเผยเคล็ดลับอายุยืนของเขาไว้ว่า สองสิ่งที่เสพอยู่แทบทุกวันคือ การตีกอล์ฟ และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (แน่นอนว่าต้องเป็นนิชชิน รสไก่ดั้งเดิม) แต่แล้วสองปีต่อมาในวันที่ 5 มกราคม ปี 2007 ชายผู้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็จากไป ทิ้งไว้เพียงตำนานอันยิ่งใหญ่ เหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกจุดจนประกายสว่างวาบไปทั่วฟ้า ทิ้งความประทับใจไว้ให้หลายคนนึกถึง ซึ่งปัจจุบันจากผลสำรวจชาวญี่ปุ่น พบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอีกสิ่งคิดค้นที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว

ชื่อบริษัท นิสชินฟูดส์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ที่ โมะโมะฟุกุ อันโด เป็นผู้ตั้ง อาจเป็นที่ระลึกถึงแผ่นดินแม่และพื้นดินสุดท้ายที่เขาตั้งใจฝากชีวิตไว้ เพราะ ชื่อ นิสชิน มาจากคำสอง คือ นิป (日) และ ชิง (清) หมายถึงประเทศญี่ปุ่น (นิปปง) และ ประเทศจีน (ราชวงค์ชิง ราชวงค์สุดท้ายที่ปกครองแผ่นดินจีน)

เรื่องราวประวัติความเป็นมาว่าชายผู้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นชาติไหนกันแน่ ระหว่างคนจีน คนไต้หวัน หรือคนญี่ปุ่น ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันไม่มีข้อยุติ ไม่ต่างจากข้อสรุปที่ยังไม่ลงตัวว่าแท้จริงแล้วบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อุดมไปด้วยโซเดียม แป้ง และผงชูรส มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันหรือไม่ หรือเป็นเพียงอาหารขยะประเภทหนึ่งที่ให้โทษมากกว่าคุณประโยชน์กับผู้บริโภคในระยะยาว

แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนอาจสงสัยว่าจะรู้ไปทำไม พอได้คำตอบแล้วจะช่วยชูรสให้บะหมี่ถ้วยในมืออร่อยขึ้นอย่างนั้นหรือ

ความเห็นส่วนตัว บางครั้งการเสพประเด็นดรามา อาจไม่ได้มีประโยชน์มากไปกว่าการเปิดประเด็นเพื่อเป็นโจทย์ตั้งต้น ที่เชื้อเชิญให้เราค้นคว้าลึกลงไปจนเจอกับคำตอบ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ได้รู้ถึงต้นกำเนิดที่มาของสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่รอบตัว เหมือนกับการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่บางทีคนเราก็ไม่ได้โหยหามัน เพราะต้องการเติมสารอาหารที่จำเป็นเข้าร่างกาย แต่แค่อยากเสพรสความอร่อยและรสชาติกึ่งสำเร็จรูปของมันมากกว่า

เพิ่มเติมสำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ประวัติย่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทย เริ่มต้นจาก บะหมี่ยี่ห้อซันวา ที่ผลิตครั้งแรกในปี 1971 ก่อนจะตามมาด้วยบะหมี่กลุ่มคำซ้ำอย่าง ยำยำ ไวไว และ มาม่า โดย มาม่า มาทีหลังสุด แต่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยมากที่สุด เพราะในปี 1980 ได้คิดค้นรสต้มยำกุ้งแซบจัดจ้านที่ถูกปากคนไทยอย่างยิ่ง และที่เหลือก็คือตำนานที่ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลายมาเป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจตัวหนึ่งในประเทศไทย

 

ภาพ : Nissin

ที่มา :
https://www.nissin.com
https://www.ramenramenramen.net
https://www.japantimes.co.jp
https://ja.wikipedia.org


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

‘อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม’ เส้นทางและเหตุผลของชัยชนะบนเวที MUT 2020

แดน เบอร์ลิน ชายตาบอดที่ออกผจญภัยทำภารกิจเสี่ยงตาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน

กำนันณิชารัชณ์ กันต่าย ทุกย่างก้าวคือทำงานเพื่อประชาชน

อุ๋ย สาวขายไข่ที่ “ยาไอซ์” เปลี่ยนให้เธออยากเป็นบาริสต้า

รศ.ดร. ปุณณมา ศิริพันธ์โนน ผู้อำนวยการโรงเรียนหญิงคนเก่ง กับรางวัล Person of the year 2021 

“โทมัส ซัวเรส” เด็กประถมที่เขียนแอปหาเงินบริจาคเพื่อการศึกษาของเยาวชน

ดร.เฟอร์ดอซี คาดริ: สตรีผู้บุกเบิกการใช้วัคซีนอหิวาตกโรคราคาถูก ช่วยชีวิตผู้คนในบังกลาเทศและชาวโรฮิงญา

ชาร์ลส์ ดาว ผู้มีส่วนกำหนดทิศทางตลาดหุ้นว่าพรุ่งนี้จะขึ้นหรือลง