Post on 26/07/2021

โมโมโกะ ซากุระ: จากความทรงจำวัยเยาว์ในยุค 70s สู่เรื่องราวของ ‘หนูน้อยจอมซ่า มารุโกะจัง’

เด็กหญิง 9 ขวบ ตากลม ผมสั้น สวมเอี๊ยมสีแดงเข้าชุดกับรองเท้าคนนี้มีชื่อว่า ‘มารุโกะจัง’ (Maruko-chan) ตัวเอกของการ์ตูนเรื่อง ‘หนูน้อยจอมซ่า มารุโกะจัง’ (Chibi Maruko-chan) ผลงานจากปลายปากกาของ ‘โมโมโกะ ซากุระ’ (Momoko Sakura) 

มารุโกะไม่มีเวทมนตร์ ไม่ได้ทำภารกิจยิ่งใหญ่ ไม่มีปริศนาให้ตื่นเต้นระทึกใจ มีเพียงเรื่องราวอันเรียบง่ายในบ้านและโรงเรียนของเธอ แต่เหตุใดเรื่องราวของเด็กหญิงเอี๊ยมแดงคนนี้ กลับครองใจผู้ชมทั้งในญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว 

ชวนมาย้อนวันวานไปหาคำตอบตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ ‘โมโมโกะ ซากุระ’ จรดปากกาถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กหญิงจอมซ่าออกมาเป็น ‘มารุโกะจัง’ ที่หลายคนหลงรัก

 

ความทรงจำในยุค70s

‘โมโมโกะ ซากุระ’ คือนามปากกาของ ‘มิกิ มิอุระ’ (Miki Miura) ผู้เก็บงำชีวิตส่วนตัวไว้แบบ ‘ส่วนตัว’ อย่างแท้จริง เพราะเธอแทบจะไม่ออกกล้องหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อใด ๆ ด้วยความต้องการอยากจะใช้ชีวิตทั่วไปอย่างเงียบสงบ ผู้คนจึงคุ้นเคยกับนามปากกาและใบหน้าของหนูน้อยมารุโกะเสียมากกว่า (ในบทความต่อไปนี้ ผู้เขียนจะขอแทนชื่อ มิกิ มิอุระ ว่า ‘โมโมโกะ ซากุระ’ ตามนามปากกาของเธอ)

โมโมโกะ ซากุระ เกิดวันที่ 8 พฤษภาคม ปี 1965 ในเมืองชิมิซุ (Shimizu) จังหวัดชิซุโอะกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น เธอสนใจการเขียนการ์ตูนมาตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงาน โดยเว็บไซต์ onegai-kaeru.jp ระบุว่าซากุระเข้าทำงานประจำในบริษัทแห่งหนึ่งควบคู่ไปกับการเขียนมังงะ แต่ระหว่างการทำงาน มีหลายคราวที่ซากุระนั่งสัปหงก จนเจ้านายเริ่มตั้งคำถามว่า เธอจะเลือกงานที่บริษัทหรือไปเขียนมังงะแทน ?

หลังจากทำงานในบริษัทนี้ได้ 2 เดือน ซากุระจึงตัดสินใจลาออกมาเป็นนักเขียนการ์ตูนอย่างเต็มตัว โดยผลงาน ‘Chibi Maruko Chan’ เล่มแรกถูกตีพิมพ์และจัดจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 1987 ก่อนเรื่องราวเหล่านี้จะถูกนำมาดัดแปลงเป็นอนิเมะที่ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ทาง Fuji TV ของประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้น มารุโกะจัง ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในอนิเมะที่ดำเนินรายการมาอย่างยาวนาน และมีเรตติ้งสูงลิ่วในญี่ปุ่น

หากสังเกตนามปากกา วันเดือนปีและสถานที่เกิดของมารุโกะจัง จะพบว่าตรงกับข้อมูลของโมโมโกะ ซากุระเป๊ะ ๆ นั่นเป็นเพราะเธอตั้งใจให้มารุโกะจังเป็นเหมือนตัวแทนที่บอกเล่าเรื่องราวในวัย 9 ขวบของตัวเธอเอง แม้จะไม่ได้เขียนจากเรื่องจริงทั้งหมด แต่ก็พอจะทำให้เราได้รู้จักมุมมองความคิด ครอบครัว และคนรอบตัวของซากุระมากขึ้น

การ์ตูนเรื่องนี้จึงเปรียบเสมือนไดอารี่ของเด็กประถมฯ คนหนึ่ง ในยุคสมัยที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า และโซเชียลมีเดียยังไม่ได้เป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ชมได้เรียนรู้ทั้งวัฒนธรรม เช่น เทศกาลทานาบาตะ และได้กลิ่นอายวิถีชีวิต การแต่งกาย ไปจนถึงไอดอลสุดป็อปของญี่ปุ่นในยุค 70s เช่น โมโมเอะ ยามากูจิ (Momoe Yamaguchi) ที่มารุโกะชื่นชอบ หรือ ฮิเดกิ ไซโจ (Hideki Saijo) ป็อปไอดอลชายในดวงใจของพี่สาวมารุโกะจัง 

 

มากกว่าความทรงจำ คือการเข้าไปนั่งอยู่ภายในใจ

นอกจากวัฒนธรรมและภาพเหตุการณ์ในยุคสมัยนั้น เหตุผลที่ทำให้มารุโกะจังกลายเป็นอนิเมะสุดฮิตในหลากหลายประเทศ คงเพราะไม่ได้เน้นประเด็นสอนใจมากเท่ากับการ ‘เข้าไปนั่งในใจ’ ของผู้ชมที่กาลครั้งหนึ่งอาจเคยมีประสบการณ์ร่วมกับมารุโกะจังเช่น วันที่ไม่อยากไปโรงเรียน ขี้เกียจทำการบ้าน แม้แต่ความรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ครูใหญ่พูดหน้าเสาธงนั้นช่างยาวนานเสียเหลือเกิน

ส่วนชีวิตในครอบครัว ก็มีบางฉากที่ชวนให้หวนถึงวันเก่า ๆ เช่น เรื่องราวบนโต๊ะอาหารที่คุณแม่เคี่ยวเข็ญให้มารุโกะกินข้าวจนหมดจาน โดยให้เหตุผลกับลูกว่า ‘ยังมีคนอดอยากอีกจำนวนมาก’ ส่วนคุณปู่ก็เริ่มเล่าถึงความหลังในช่วงสงครามที่ตนเองต้องอดอยากมากกว่าตอนนี้ หรืออีกฉากหนึ่งที่พ่อของมารุโกะชอบดูเบสบอลมากจนไม่ยอมเปลี่ยนช่อง กลายเป็นศึกชิงช่องทีวีของคนในบ้านเพราะบ้านหลังนี้มีทีวีอยู่เพียงเครื่องเดียว

นอกจากเนื้อหาแล้ว ลายเส้นที่ไม่ซับซ้อน สีสันสดใสสบายตา โดยเฉพาะภาพอาหารชวนหิว (จนทำให้ผู้เขียนเฝ้าฝันถึงเมนูแกงกะหรี่และช็อกโกแลตฝรั่งเศสไปหลายวัน) อาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เด็ก ๆ หลายคนติดอกติดใจการ์ตูนเรื่องนี้ก็เป็นได้

มารุโกะจังจึงเป็นมากกว่าการ์ตูนที่ดูเพื่อความเพลิดเพลิน แต่ชวนให้เรานึกถึงวัยเยาว์หรือวันเก่า ๆ กับคนในครอบครัว เพื่อน โรงเรียน แม้กระทั่งคำถามที่เราเคยสงสัยในวัยเด็ก ซึ่งเรื่องราวของมารุโกะจังยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันที่ 15 สิงหาคม 2018 ได้มีข่าวที่ทำให้แฟน ๆ มารุโกะจังสลดใจ เมื่อโมโมโกะ ซากุระ ได้จากโลกใบนี้ไปอย่างไม่หวนกลับ ด้วยโรคมะเร็งเต้านม 

แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอจะไม่ได้เปิดเผยชีวิตส่วนตัวมากนัก แต่การที่เธอหยิบยกเรื่องราวรอบตัวและวัยเด็กมาใส่ไว้ในอนิเมะเรื่องนี้ ก็อาจจะทำให้เราได้รู้จักและผูกพันกับซากุระในฐานะเด็กหญิงวัย 9 ขวบ และทุกครั้งที่ได้กลับไปดูมารุโกะจัง ก็คงเหมือนการเปิดอ่านไดอารี่ของโมโมโกะ ซากุระ ที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังอบอุ่นหัวใจและอยู่ในความทรงจำเสมอมา…

 

ที่มา:

http://en.chinaculture.org/2018-08/28/content_1257435.htm 

https://www.japantimes.co.jp/news/2018/08/27/national/momoko-sakura-creator-chibi-maruko-chan-dies-breast-cancer/

https://www.newsweek.com/momoko-sakura-dead-breast-cancer-1091473 

https://chibi-maruko-chan.fandom.com/wiki/Momoko_Sakura

https://chibi-maruko-chan.fandom.com/wiki/Chibi_Maruko-chan_(series)

https://www.onegai-kaeru.jp/2018/08/29/japan-voice-actor-news-momoko-sakura-who-created-chibi-maruko-chan-passed-away-at-53-year-old/

https://peoplepill.com/people/momoko-sakura

https://unseenjapan.com/sakura-momoko-legacy/

 

ที่มาภาพ:

https://twitter.com/cgtnofficial/status/1034055697363681286 

http://chibimaruko-chan.net/ 


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

สัมภาษณ์ “นูมิ ราเพซ” กับบทบาทสตรีผู้ทวงแค้นนาซี ใน The Secret We Keep

ไรอัน จอห์นสัน จากผู้กำกับอินดี้สู่ผู้สานต่อจักรวาล Star Wars

หนู คลองเตย ผู้เปิดกรุตำนาน “หลวงปู่เค็ม วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด”

ทอม ฮิดเดิลสตัน อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เขาลิขิตให้เป็นตัวร้าย

เบลลาทริกซ์ เลสแตรงจ์: สมุนรับใช้ผู้ภักดีที่เสพสมกับ ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’

Doug the Pug  – อินฟลูเอนเซอร์พันธุ์ปั๊กที่มีผู้ติดตามหลักล้าน เจ้าของเสียง Monchi The Mitchells vs. the Machines

อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์: ปูมหลังคนเหล็ก ลูกชายนอกคอกที่มีพ่อเป็นนาซี

เกวนเดอลีน คริสตี หญิงแกร่งแห่ง GOTs อัศวินผู้สร้างความเท่าเทียมชาย – หญิง