Post on 22/10/2021

‘My Crayon Project’ แคมเปญของ Shiseido ที่ชวนเด็ก ๆ มาเรียนรู้ความหลากหลายผ่าน ‘สีเทียน’ จากสีผิวของตัวเอง

ในคลาสศิลปะที่ต้องวาดรูประบายสีตัวคน เด็กบางคนอาจจะเลือกเว้นที่สีขาวเอาไว้ บ้างก็หยิบ ‘สีเนื้อ’ มาระบายซึ่งมักจะมีอยู่เพียงสีเฉดเดียว แต่นอกจากสีในกล่องแล้ว ในประเทศญี่ปุ่น ผู้คนกว่า 79% มองว่าพวกเขามี ‘สีผิวเดียวกัน’  

เมื่อแบรนด์เก่าแก่และโด่งดังเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่าง ‘Shiseido’ อยากชวนเด็ก ๆ มาเรียนรู้เรื่องความหลากหลายและรู้จักเคารพความแตกต่าง ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม พวกเขาจึงจับมือกับ 6 โรงเรียนในประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำแคมเปญ ‘My Crayon Project’ ในปี 2018

โดยแคมเปญนี้อาศัยชั่วโมงศิลปะและคลาสจริยธรรมของเด็ก ๆ ทั้ง 6 โรงเรียน แต่แทนที่พวกเขาจะเปิดคลาสบรรยาย ทีมงาน Shiseido กลับใช้ ‘สีเทียน’ เป็นสื่อกลาง โดยเริ่มจากการตั้งคำถาม

“เด็ก ๆ คิดว่าผิวของตัวเองเป็นสีอะไร ?”

เด็กหลายคนตอบกลับไปว่า “Hada-iro!” (หมายถึง สีเนื้อหรือสีผิว) ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายที่เด็ก ๆ จะมีสีผิวเดียวกันทั้งห้อง แต่ก่อนจะเฉลยให้เด็ก ๆ ฟัง พวกเขาใช้เครื่องมือสแกนสีผิวของแต่ละคน แล้วนำมาทำเป็นสีเทียน พร้อมแปะชื่อของเด็ก ๆ ไว้บนสีเทียนแต่ละแท่ง ก่อนจะบรรจุลงในกล่อง 

กิจกรรมต่อมาคือการวาดภาพระบายสี เด็ก ๆ ค่อย ๆ เปิดกล่องออกมาด้วยแววตาเป็นประกาย พวกเขาไล่สายตามองหาชื่อของตัวเองแล้วหยิบ ‘สีเนื้อ’ ที่เป็นเฉดสีของพวกเขาจริง ๆ ออกมาระบายภาพวาดของตัวเอง แล้วลองสลับกันใช้สีเทียนของคนอื่น ๆ บ้าง 

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าสีเนื้อ (Hada-iro) ของฉันนั้นแสนพิเศษและมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก”

“ความคิดของฉันเมื่อพูดถึง ‘สีเนื้อ’ ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น”

“ความแตกต่างทำให้ฉันมีเอกลักษณ์ และเราควรเคารพความแตกต่างของคนอื่น ๆ”

เหล่านี้คือฟีดแบ็กส่วนหนึ่งจากเด็ก ๆ ที่ได้เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว พวกเขาเริ่มภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเอง และเริ่มเข้าใจความหลากหลายในสังคมมากยิ่งขึ้น

หลังจากนั้นในปี 2019 My Crayon Project ได้รับรางวัล Bronze ใน The One Show Awards ซึ่งเป็นหนึ่งในงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติด้านการโฆษณา การออกแบบ และการตลาดดิจิทัล รางวัลหนึ่งของโลก ซึ่งนับว่าแคมเปญนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีการสื่อสารเรื่องความเท่าเทียมและการเคารพความแตกต่างได้อย่างสร้างสรรค์ ใกล้ตัว และน่ารักในเวลาเดียวกัน

 

ที่มา:

https://www.valens-research.com/dynamic-marketing-communique/beauty-has-no-skin-tone-how-did-one-of-the-oldest-cosmetics-companies-in-the-world-educate-japanese-kids-about-diversity/

https://www2.spikes.asia/winners/2018/promo/entry.cfm?entryid=4742&award=4

https://creative.shiseido.com/en/awards/74996/


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

Garrett Popcorn จากการท้าดวลบนโต๊ะอาหารสู่ป็อปคอร์นชิคาโกที่อร่อยไปทั่วโลก

Chanel: จาก 2.55 สู่ Classic Flap Bag กระเป๋าจากหัวใจของชาเนลถึงลาเกอร์เฟลด์

ไมเคิล พรีสแมน : ผู้ก่อตั้ง ‘Everlane’ แบรนด์เสื้อผ้าสาย sustain ที่ยอมเปิดเผยต้นทุนไปจนถึงแหล่งผลิตสินค้า

EXIM BANK ขับเคลื่อนเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ให้ทุกคนเป็นผู้ส่งออกได้ง่ายขึ้น เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศไทย

เอริค หยวน: ความรักที่ถูกคั่นด้วยระยะทางไกล กลายเป็น Zoom ที่ย่อให้โลกทั้งใบเล็กลง

‘เวอร์จิล แอบโลห์’ แด่การจากไปของหนึ่งในผู้บุกเบิกสตรีทแฟชั่นระดับไฮเอนด์

EXIM Thailand Pavilion ติดอาวุธให้นักรบเศรษฐกิจไทยบุกตลาดโลก

Sushiro กับกลยุทธ์เรียกลูกค้า ถ้าคุณชื่อ ‘แซลมอน’ เราจะให้คุณกินซูชิฟรี 2 วัน