Post on 23/06/2021

จองตั๋วเที่ยวเดียวไป ‘Peppermint Town’ เมืองแห่งความฝัน ที่ My Life As Ali Thomas รังสรรค์ด้วยเสียงดนตรี

บนเกวียนล้อลากขนาดสามที่นั่ง สุนัขจิ้งจอก แมว และกระต่าย คือการ์ตูนคาแรกเตอร์สามชีวิตที่ตีตั๋วเที่ยวเดียวจากโลกความจริง เพื่อเดินทางสู่เมืองในจินตนาการที่ทุกอย่างเป็นไปได้ อย่าง ‘Peppermint Town’ เกวียนไม้ลอยขึ้นกลางอากาศที่ดารดาษด้วยหมู่ดาว แต่ก็ยังปรากฏแสงพราวนวลของดวงจันทร์ – สุนัขจิ้งจอก แมว และกระต่าย ตัวแทนในดินแดนสมมติของสามนักดนตรีที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘My Life As Ali Thomas’ กำลังแกว่งสองขาของพวกเขาระหว่างนั่งชมวิวจากรถโบราณคันจิ๋ว

ผู้เขียนเพิ่งได้รับจดหมายจากใครสักคน – อาจจะเป็นกระต่ายตัวขาวสวมหมวกทรงฟักทอง ที่กำลังนั่งสบายอยู่บนเกวียนไม้ “มาที่ Peppermint Town สิ” ลายมือปริศนากล่าว และเรารับคำชวนนั้นด้วยเต็มใจ

และถ้าหากใครนึกสงสัย ใช่, นี่คือการรีวิวอัลบั้ม – ท่ามกลางดนตรีที่บ้างนวลนุ่ม บ้างกระหน่ำกลองดุดัน บนแคนวาสขนาดใหญ่และโลกใบใหม่ในอัลบั้มเต็มชุดที่สองของ ‘My Life As Ali Thomas’ ผู้เขียนบรรจงเขียนจดหมายเชิญ เปิดผนึกถึงผู้อ่าน เพื่อชวนทุกคนท่องไปในโลกเวทมนตร์ผ่านบทเพลงทั้ง 10 ของพวกเขาไปด้วยกัน

 

  1. ตีตั๋วรถโบราณ ‘One Way Ticket’

เริ่มต้นด้วยเสียงกีตาร์ ร้องรับด้วยเสียงนุ่มมีเสน่ห์ของ ‘พาย’ นักร้องสาวประจำวง แทร็กแรกของพวกเขาแว่วหวานก่อนจะประสานด้วยกลอง ราวจะบอกเล่าให้เราได้ยินภาพบรรยากาศโดยรวมของเมืองที่เรากำลังจะไป พายใช้ภาษาราวกวีของเธอบอกเล่าเรื่องราวการ ‘fall off the ground’ ของพวกเขาทั้งสามคน เรียกได้ว่าเป็นแทร็กเปิดหัวที่ไม่ทำให้ผิดหวัง และน่าติดตามว่าพวกเขาจะนำเสนอเนื้อร้องและดนตรีแบบไหนให้เราฟังในนาทีถัดไป

  1. เพลงรักเก่า ‘Baby, I Love You’

ซาวนด์เวิ้ง ๆ และเสียงกีตาร์ยังคงเป็นสิ่งแรกที่เราได้ยินจากแทร็กนี้ ในพาร์ตเนื้อหา พายยังรักษาเอกลักษณ์ในการเล่าเพลงรักได้อย่างหวานหู แต่ก็ไม่ได้เลี่ยนหรือน้ำเน่าจนเกินไป ประกอบกับเสียงเบสและกลองที่รับส่งกันได้อย่างลงตัว ทำให้ ‘Baby, I Love You’ เป็นเพลงรักที่เหมาะส่งให้คนสำคัญแทนคำขอบคุณ และบอกกับเขาหรือเธอว่าการมีอีกคนอยู่เคียงข้างนั้นพาให้ชีวิตผันผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้อย่างไร

  1. ดวงอาทิตย์ที่หล่นหาย ‘My Red Golden Sun’

เป็นเพลงที่เต็มเปี่ยมด้วยกลิ่นอายแบบ ‘My Life As Ali Thomas’ ด้วยท่วงทำนองโฟล์กร็อกที่แม้จะเล่าถึงพระอาทิตย์ แต่ก็ให้บรรยากาศกรุ่นเหมือนกำลังนั่งฟังดนตรีพร้อมกับผิงไฟในยามค่ำ เนื้อหาที่เรียบเรียงราวเล่านิทานสักเรื่อง ว่าด้วยการตามหารักที่เปรียบเหมือนการไล่ตามดวงตะวัน รวมถึงคำบรรยายเกี่ยวกับเพลงจากพวกเขา ที่เล่าว่า ‘ขอมอบเพลงนี้แด่ฝันวันเก่าที่ไม่เคยเป็นจริง’ ก็ทำให้ ‘My Red Golden Sun’ กลายเป็นเพลงที่เราชอบอันดับต้น ๆ จากอัลบั้มนี้ไปอย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก

  1. ดวงจันทร์สีฟ้าสุดฟ้า ‘Lunar Blue’

มีดวงอาทิตย์ก็ต้องมีดวงจันทร์ – หลังจากท่อนท้ายของ ‘My Life As Ali Thomas’ ค่อย ๆ fade out สิ่งที่เข้ามารับช่วงได้อย่างทันท่วงทีคือเสียงของเครื่องสายที่เล่นคลอในจังหวะเชื่องช้า รับกับนานาดนตรีที่ช่วยประสานจนเกิดเป็นซาวนด์เวิ้งว้าง ฟังคล้ายเสียงดวงดาวและอวกาศ เพลงนี้คือเพลงที่ ‘My Life As Ali Thomas’ ตั้งใจจะให้เป็นบทเพลงรำลึกถึงเพลงคลาสสิกจากยุค 30s อย่างเพลง ‘Blue Moon’ ของ Coleman Hawkins และเรียกได้ว่าเป็นเพลงที่เหมาะกับการฟังตอนนั่งชมจันทร์อีกเพลงทีเดียว

  1. วิ่งออกไป ‘RINN’

หลังจากฟังเพลงจังหวะช้ามาเกือบครึ่งทาง ‘RINN’ คือเพลงที่มีจังหวะหนักหน่วงที่สุดถ้าเทียบกับเพลงก่อน ๆ ทั้งในอัลบั้มนี้และผลงานเพลงก่อนหน้า ในพาร์ตดนตรีได้ผสานบางส่วนของแขนงดนตรีร็อกเข้ามาได้อย่างลงตัว ทั้งเบสหนึบหูและการกระหน่ำกลองได้อย่างถูกที่ ถูกเวลา รวมทั้งเสียงกีตาร์ในช่วงบริดจ์ที่คลอกับน้ำเสียงของพายได้อย่างดี และเนื้อหาที่ทางวงบอกว่า ‘RINN เป็นเพลงที่ไม่มีความหมายตายตัว’ และ ‘RINN คือการหนีจากโลกในปัจจุบันและค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง’ ก็ชวนให้นึกถึงเพลงร็อกในยุคหนึ่งที่ปะปนไปด้วยความเป็นนามธรรม ทำให้เพลงนี้ครองอันดับเพลงที่ผู้เขียนประทับใจที่สุดในอัลบั้มไปโดยปริยาย

  1. ดำสนิท ‘Pitch Black’

แม้ดนตรีจะไม่ได้เศร้าอะไรนัก แต่ ‘Pitch Black’ กลับเป็นเพลงที่เศร้าและโหยหาที่สุดในอัลบั้มจากสายตาผู้เขียน ท่ามกลางดนตรีวินเทอร์โฟล์กร็อก เสียงนุ่มหูของพายยังคงทำหน้าที่เล่าเรื่องราวในดนตรีของมนุษย์ที่กำลังครวญคิดถึง ประกอบกับซาวนด์แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มระดับขึ้นในช่วงท้าย ชวนให้เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ทั้งคิดถึง โหยหา ว่างเปล่า และต้องการการเติมเต็มด้วยสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า ‘บ้าน’ และต้องการจะกลับไปยังที่แห่งนั้นอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกในอีกรูปแบบที่ ‘My Life As Ali Thomas’ เข้าใจสรรหามาให้ผู้ฟังได้สัมผัส และท่อน ‘Return! Return! Follow The River!’ ที่เหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกลและบอกใบ้ว่าควรไปทางไหนถึงจะได้กลับบ้าน นั้นก็มีเสน่ห์และสร้างลูกเล่นให้เพลงไม่น้อยทีเดียว

  1. โซฟาสีส้มและควันบุหรี่ ‘Dream Lover’

‘Dream Lover’ เป็นเพลงจังหวะชวนเต้น เช่นเดียวกับเนื้อเพลงที่บอกเล่าถึงการเต้นรำในอ้อมแขนของคนรักในฝัน และให้ความรู้สึกย้อนวัยไปราวยุค 70s อย่างไรอย่างนั้น ทั้งท่วงทำนองที่ลงตัวและเนื้อเพลงที่ฟังสบายคงทำให้เพลงนี้ขึ้นแท่นเพลงโปรดในใจใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

  1. บรรจุเทปและฟัง ‘Dear All The Universe’

มาถึงเพลงที่ผู้เขียนชอบเป็นอันดับสองในอัลบั้ม โดยตัววงได้เล่าถึงเพลงนี้ไว้ว่า ‘Dear All The Universe คือเพลงโปรดจากเทปคาสเซ็ทในวัยเด็ก’ ดังนั้นเพลงนี้จึงเปิดหัวแทร็กด้วยเสียงบรรจุเทปลงเครื่องเล่นและกดปุ่ม play เพื่อให้เสียงดนตรีดังขึ้น ด้วยทำนองสนุก ๆ ทำให้ ‘Dear All The Universe’ เป็นเพลงที่ฟังง่ายและเพลินหูที่ผู้เขียนชื่นชอบนาทีที่ 1:54 เป็นต้นไปมากเป็นพิเศษ จากโซโล่กีตาร์ที่ผสานกับกลองได้อย่างน่าฟังนั่นเอง

  1. ระบำตัวตลก ‘Tears of a Clown’

ฟังสิ ตัวตลกกำลังร้องไห้ – ผู้เขียนอยากจะเปิดพารากราฟแบบนั้น หากท่อนแรกของ ‘Tears of the Clown’ จะฟังแล้วชวนเศร้ากว่านี้สักหน่อย แต่เสียงเปียโนที่ส่งอารมณ์แบบเพลงยุค 50s นั้นฟังดูมีชีวิตชีวามากกว่าจะเศร้า ส่วนเรื่องราวในดนตรีนั้นเล่าถึงเรื่องราวของ ‘crying clown’ หรือ ‘ตัวตลกแสนเศร้า’ ที่ต้องผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มากมายกว่าจะพบฉากสุดท้ายที่ระบายด้วยรอยยิ้ม เรียกว่าเป็นเพลงที่ฟังเอาสนุกก็ได้ ฟังเอาเนื้อหาก็สร้างแรงบันดาลใจเพลงหนึ่งเลย

  1. ปิดม่านการบรรเลง ‘Ocean’

‘มหาสมุทรนั้นซับซ้อน ลึกซึ้ง เปี่ยมฝัน และชวนหวาดผวา’ คือสิ่งที่ ‘My Life As Ali Thomas’ บรรยายถึงเรื่องราวในเพลงสุดท้ายจากอัลบั้มชุดที่สองของพวกเขา ท่ามกลางท่วงทำนองราวมีคอนดักเตอร์กำลังกวัดไกวไม้คทา(บาตอง)ให้วงออร์เคสตราบรรเลงจนฉากสุดท้ายที่ม่านสีทึบในโรงละครค่อย ๆ ถูกเลื่อนปิดอย่างสวยงาม ทิ้งไว้เพียงความประทับใจที่ยังคงติดตรึง

‘Peppermint Town’ คือเมืองในจินตนาการที่มีแค่ตั๋วเที่ยวไป แต่ไร้ตั๋วเที่ยวกลับจริง ๆ นั่นแหละ – คือความคิดแรกของผู้เขียนหลังจากฟังทุกบทเพลงในอัลบั้มนี้จนจบ เพราะแม้เสียงดนตรีจะห่างหายจนไปเหลือเพียงเสียงบรรยากาศรอบตัว เสียงนาฬิกาในห้องเคลื่อนเข็มเป็นจังหวะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำหน้าที่ให้ความเย็นฉ่ำในห้อง และเสียงของความคิดตัวเองที่กลับมาวุ่นวายด้วยเรื่องราวประจำวันอีกครั้ง หากความรู้สึกที่ได้จากบทเพลงเมื่อครู่จะยังคงหลงเหลืออยู่ ราวกับ ‘Peppermint Town’ ยังคอยท่า และรอว่าเมื่อไหร่ที่มนุษย์หนึ่งคนตรงนี้จะว่าง และแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมเยียนโลกที่ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้อีกครั้ง

‘Peppermint Town’ เล่าเรื่องเหมือนนิทาน – หลายอย่างในอัลบั้มนี้ยังคลับคล้ายกับอัลบั้มก่อน โดยเฉพาะเอกลักษณ์ในการเรียบเรียงเนื้อเพลงของพาย และเสียงร้องของเจ้าตัวที่ยังคงส่งอารมณ์สุข ซึ้ง เศร้าได้ดีไม่ต่างจากที่เคย แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ต่างออกไป นั่นคือ ‘My Life As Ali Thomas’ เก่งและดูเหมือนจะสนุกกับดนตรีมากขึ้นอีก – เวลาร่วมสี่ปีที่พวกเขาห่างหายจากการออกอัลบั้ม ทั้งสามได้ขัดเกลาความชำนาญและรู้จักใส่ลูกเล่นหลาย ๆ อย่างเพื่อเพิ่มมิติให้กับบทเพลงของตนได้อย่างลงตัว


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

เฟรด โรเจอร์ส ทำลายอคติด้วยการมองโลกในแง่บวก

รีวิวคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน กับโชว์ครั้งที่สอง ที่กระตุ้นแฟนเพลงสุด “ผมร้องดังแค่ไหนพวกคุณต้องร้องให้ดังกว่าผม”

ลิโจ จอร์จ: เชฟมืออาชีพจากแดนใต้อันงดงามของอินเดีย สู่ครัวระดับโลกและเบื้องหลังความสำเร็จหนึ่งดาวมิชลิน

คิม คี-ดุก ซาตานหรือนักบุญ ในคราบของคนทำหนัง

แซม สมิธ นักร้องดังผู้เคยถูกบูลลี่ข้างถนนว่า “อีตุ๊ด” กับดนตรี และชีวิตที่เคยโดนเกย์ด้วยกันเหยียด

G-Gundam – จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนิยายกิมย้งมาผสมกับนิยายสงครามอวกาศกันดั้ม

Earth, Wind & Fire กับเบื้องหลัง ‘September’ เพลงที่ทุกคนต้องลุกมา “เต้น” และเนื้อเพลงที่ไม่มีความหมายของมอริส ไวท์

เจนนี่ BLACKPINK: หญิงสาวสุดชิคที่ทำฝันให้เป็นจริงด้วย ‘BLACKPINK’ และ ‘SOLO’