Post on 02/07/2021

นาเดีย นาดิม: จากผู้ลี้ภัยที่เสียพ่อให้ตอลิบาน สู่สตรีแข้งเหล็กและศัลยแพทย์ที่พูดได้ถึง 11 ภาษา

“ในชีวิตของฉันมีเพียงเป้าหมายเดียว คือการเป็นที่หนึ่งในทุกเรื่องที่ตัวเองทำ”

ใครหลายคนอาจมองประโยคดังกล่าวเป็นเพียงความฝันที่ใหญ่เกินตัว แต่สำหรับ ‘นาเดีย นาดิม’ (Nadia Nadim) นักฟุตบอลหญิงแห่งเดนมาร์ก ผู้เป็นตัวแทนประเทศลงแข่งกว่า 98 ครั้ง พิชิต 200 ประตูชัย พูดได้ 11 ภาษา และกำลังจะกลายเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งในอนาคต ประโยคดังกล่าวคงไม่ได้ยากเกินไปนัก

เพราะความทุกข์มหันต์จากการสูญเสียพ่อด้วยน้ำมือของกลุ่มตอลิบาน นาเดียและครอบครัวหญิงล้วนรวม 6 ชีวิตจึงต้องออกเดินทางระหกระเหินไปตามป่า จนกระทั่งได้เข้าสู่พรมแดนของประเทศเดนมาร์ก ที่ซึ่งให้โอกาสเด็กหญิงได้เติบโตเป็นพลเมืองของประเทศ และกลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ที่จะไม่ยอมตกอับอีกต่อไป

ความเศร้าก่อกำเนิดนักสู้

นาเดีย นาดิมบอกเล่าอัตชีวประวัติของตัวเองผ่านหนังสือเรื่อง ‘Nadia Nadim – Mon Histoire’ เธอเกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 1988 ที่เมืองเฮราต ประเทศอัฟกานิสถาน นาเดียอาศัยอยู่กับพ่อผู้เป็นทหารในกองทัพ แม่ และพี่สาวอีก 4 คนอย่างมีความสุข จนกระทั่งเหตุความวุ่นวายที่กลุ่มตอลิบานกระทำต่อบ้านเมืองทวีความรุนแรงมากขึ้น นาเดียในวัย 11 ปีได้รู้ข่าวร้ายว่า พ่อของเธอถูกกลุ่มตอลิบานสังหาร

“พวกเราต้องหนี ครอบครัวของฉันตัดสินใจเดินทางออกจากอัฟกานิสถาน เพราะตอนนั้นไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกแล้วสำหรับผู้หญิง 6 คนอย่างเรา”

ครอบครัวของนาเดียตั้งใจออกเดินทางไปยังกรุงลอนดอนเพื่อพักอาศัยกับญาติเพียงไม่กี่คนที่นั่น พวกเธอใช้หนังสือเดินทางปลอมจนผ่านประเทศปากีสถานมาถึงอิตาลี จากตรงนั้น หญิงสาวทั้ง 6 คนนั่งอยู่บนหลังรถบรรทุกที่มีหญ้าปูเป็นเบาะรองนั่ง รอคอยอย่างมีหวังที่จะได้เห็นหอนาฬิกาบิ๊กเบนตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งอิสรภาพและความสงบ

“แต่มันไม่ใช่”

“สิ่งที่พวกเราเห็นมีเพียงต้นไม้ พวกเราถามคนที่ผ่านไปมาจนรู้ว่าคนขับทิ้งเราไว้ในประเทศเดนมาร์ก เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของทวีปยุโรปที่ปัจจุบันได้กลายเป็นบ้านของเราแล้ว”

ต้องขอบคุณประเทศแห่งนี้ที่มอบ ‘บ้าน’ ที่เคยสูญสลายหายไปจากไฟแห่งความขัดแย้งคืนแก่นาเดียและครอบครัว เพราะหลังจากนั้นเด็กสาวก็ได้มอบของขวัญอันล้ำค่าคืนแก่สังคมด้วยการก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนักฟุตบอลตัวแทนประเทศ

สตรีแข้งเหล็กแห่งแดนโคนม

หลังจากที่นาเดียได้รับชีวิตใหม่ เธอเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งให้กับทีม B52 ในเมืองอัลบอร์ก ก่อนจะย้ายไปอีกหลายทีมทั้ง Team Viborg, IK Skovbakken และ Fortuna Hjørring กระทั่งเธอได้ลงคัดเลือกเป็นตัวแทนแข่งขันในศึกแชมเปียนส์ลีก และเอาชนะ Glasgow City จากสกอตแลนด์ไปได้ 2-1 ในเดือนกันยายน 2012

เธอได้เป็นตัวแทนประเทศเดนมาร์กเข้าแข่งขันฟุตบอลถึง 93 ครั้ง ได้เหรียญทองแดงและเหรียญเงินจาก UEFA Euro อย่างละเหรียญ และทำประตูไปกว่า 200 ประตู แต่ความสามารถของนาเดีย นาดิมไม่ได้หยุดแค่เพียงด้านกีฬา เพราะเธอยังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านภาษาจากหลายสถานที่ที่ไป จนกลายเป็นนักฟุตบอลหญิงที่พูดได้มากถึง 11 ภาษา

เพราะการเดินทางย้ายถิ่น เธอจึงพูดได้ถึง11ภาษา

The Manchester Evening News ระบุว่า นาเดียสามารถพูดได้อย่างน้อย 9 ภาษาอย่างคล่องแคล่ว ทั้งภาษาเดนมาร์ก อังกฤษ เยอรมัน เปอร์เซีย ดารี ฮินดี อูรดู อารบิก และฝรั่งเศส

โดยภาษาดารีถือเป็นภาษาบ้านเกิดที่ใช้ในประเทศอัฟกานิสถาน ส่วนสาเหตุที่เธอพูดอูรดูได้เป็นเพราะการเดินทางมายังเดนมาร์กต้องผ่านปากีสถาน ครอบครัวของนาเดียจึงได้เรียนรู้ภาษาอูรดูอยู่หลายเดือนระหว่างที่ผู้ลักลอบพาคนเข้าเมืองกำลังหาหนังสือเดินทางที่มีใบหน้าตรงกับเธอและพี่น้องให้

หลังจากเข้าประเทศเดนมาร์กแล้ว นาเดียจึงหัดเรียนภาษาเดนมาร์ก รวมไปถึงภาษาฝรั่งเศสและแถบตะวันออกกลาง เพราะเธอเล่นให้กับสโมสรของที่นั่น นอกเหนือจากนี้ นาเดียยังฝึกภาษานอร์เวย์และสวีเดน ด้วยเหตุผลว่ามันมีความคล้ายคลึงกับภาษาเดนมาร์ก จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเรียนรู้

“พอดีฉันเป็นคนรับภาษาค่อนข้างเร็ว”

นาเดียเล่าสาเหตุของการเรียนรู้ภาษามากถึง 11 ภาษาให้ฟัง ซึ่งมันเป็นเหมือนตัวช่วยในการสื่อสารระหว่างสมาชิกในทีมให้เข้าใจกัน แต่ถึงอย่างนั้น นาเดียก็แสดงความเห็นว่า ความเท่าเทียมในวงการฟุตบอลหญิงและชายยังมีช่องว่างห่างกันมาก ต่อให้ในปัจจุบันเธอมี ‘ชีวิตที่ดี’ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ารายได้จากการค้าแข้งจะมากเท่าผู้ชาย หมายถึงเธอไม่มีทางได้กวาดเงินหลายล้านเหรียญอย่างพวกเขา นั่นทำให้นาเดียตัดสินใจหาอาชีพอื่นทำหลังแขวนสตั๊ด

ฉันจะไปเป็นศัลยแพทย์

ปัจจุบัน นาเดียเป็นนักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยออร์ฮูส ประเทศเดนมาร์ก แต่อีกไม่นานเกินรอเราจะได้พบกับ ‘แพทย์หญิงนาเดีย นาดิม’ ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้าง (reconstructive plastic surgery) ซึ่งเธอเรียกเส้นทางอาชีพนี้ว่าเป็น ‘ความท้าทายครั้งใหม่’

เนื่องจากเด็กสาวทั้ง 5 มาจากดินแดนแห่งการสูญเสีย พวกเธอเห็นคนหิวโหย บาดเจ็บ และล้มตายอยู่ทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อของพวกเธอที่เป็นทหารรับใช้ชาติ นาเดียและพี่น้องทั้งหมดจึงเลือกเดินทางบนสายอาชีพแห่งการช่วยเหลือ คนหนึ่งเป็นแพทย์ อีกสองคนเป็นนางพยาบาล และอีกคนทำงานช่วยเหลือผู้พิการ ตามมาด้วยนาเดียที่กำลังจะกลายเป็นศัลยแพทย์ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยแรงใจในการไขว่คว้าความสำเร็จในชีวิต

“สิ่งที่ฉันเคยผ่านมาตอนเด็ก หลอมรวมให้เป็นฉันในตอนนี้ ฉันสนุกกับการเอาชนะและประสบความสำเร็จ เพราะฉันไม่อยากกลับไปอยู่ในจุดเดิมที่ฉันเป็นแค่เด็กตกอับคนหนึ่ง”

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ:

Photo by Dean Mouhtaropoulos/Getty Images

Photo by Chris Hondros/Getty Images

Photo by Scott Olson/Getty Images

อ้างอิง:

http://nadianadim.com/

http://nadianadim.com/my-autobiography/

https://www.thefocus.news/culture/nadia-nadim-languages/

https://www.ndtv.com/offbeat/nadia-nadim-from-afghan-refugee-to-danish-footballer-2470610

https://www.facebook.com/100001479478106/posts/4246921205367153/?d=n 


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อดีตเด็กล้างห้องน้ำที่กินข้าวจากตู้กดทุกเช้ากับฝันที่เป็นจริงวันนี้

สุนิสา ลี: นักยิมนาสติกชาวม้ง-อเมริกันคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2020 

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ จิตวิญญาณของนักกีฬาอาชีพ ไม่ได้อยู่แค่ 90 นาทีในสนาม

แจ็ค กรีลิช: กัปตันถุงเท้าสั้นหัวใจสิงห์ จากกีฬาไอริชสายบู๊ สู่ดาราลูกหนังดวงใหม่ของอังกฤษ

“เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” บอลบอยสู่ยอดกุนซือ “ขงเบ้ง” ฉบับ “ขบถ” การเมือง

ทอม เคอร์ริดจ์ เชฟมิชลินสตาร์คนใหม่ของแมนฯยูฯ ผู้เข้ามาเปลี่ยนโอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้เป็น รีสอร์ท แอนด์ สปา ของจริง

Green Bay Packers ครองแชมป์มากที่สุด ด้วยระบอบประชาธิปไตย

โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ: จากตระกูลสามมิตร สู่ ‘แอโรซอฟต์’ เจ้าของลิขสิทธิ์บอลยูโร 2020