Post on 09/05/2021

แนนโน๊ะ: ซาตานของสังคมยุคใหม่ที่มาในร่างของสาวน้อย

***คำว่า แนนโน๊ะ สะกดตามชื่อที่สมมติขึ้นในซีรีส์

การมาถึงของเด็กใหม่ผมม้า ที่เข้ามาเรียนกลางเทอม สร้างความสนใจให้กับนักเรียนในห้องอยู่เสมอ ยิ่งเป็นเด็กสาวน่ารักผมม้า ยิ่งเป็นจุดสนใจให้คนในห้องเรียนสนใจใคร่รู้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หากแต่เด็กสาวคนนั้น ไม่เพียงแค่มาเปลี่ยนแปลงวิถีของเพื่อนในห้องเท่านั้น แต่เธอยังมาเปลี่ยนแปลงระบบสังคมอันคร่ำครึที่กัดกินมานานแสนนานอีกด้วย 

หญิงสาวปริศนาที่มาพร้อมเสียงหัวเราะแววตาดุดันและการแสยะยิ้มอันชวนมีเลศนัย เธอคนนั้นคือ แนนโน๊ะ นั่นเอง

แนนโน๊ะ คือคาแรกเตอร์หลักของซีรีส์ เด็กใหม่ Girl From Nowhere ที่ล่าสุดได้ปล่อยฤดูกาลใหม่ใน Netflix จนเกิดเป็น Talk of the Town ทั้งในแง่การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการซีรีส์ไทยที่ทัดเทียมระดับสากลได้สบาย แต่ไม่เพียงแค่คุณภาพงานสร้างที่น่ายกย่องเท่านั้น แต่สิ่งที่แฝงเร้นในนั้นกลับสร้างข้อถกเถียงและขับเคลื่อนสังคมได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย 

จุดกำเนิดซาตานในร่างของสาวน้อยน่ารัก

ซีรีส์เด็กใหม่ เกิดขึ้นมาจาก ภาวิต จิตรกร (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)) ที่ต้องการสร้างคาแรกเตอร์ที่ขับเคลื่อนสังคม ผ่านรูปแบบของสาวน้อยน่ารัก จากนั้นทีมครีเอทีฟจากบริษัท Sour Bangkok ทีมครีเอทีฟหญิงล้วนมาช่วยสร้างสรรค์จนกลายเป็นโปรเจกต์ที่ชื่อว่า แนนโน๊ะ จากนั้นก็ส่งต่อให้ คงเดช จาตุรันต์รัศมี, อาทิชา ตันธนวิกรัย และ ทินพัฒน์ บัญญัติปิยพจน์ สร้างสรรค์บทขึ้นมา โดยให้เป็นซีรีส์จบในตอน ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ไร้กรอบและไร้ขีดจำกัด บางตอนจึงสามารถเป็นโลกแฟนตาซีที่เหนือจริง บางตอนอาจจะกลายเป็นซีรีส์เลือดสาดได้ มีโจทย์บังคับเพียงจุดเดียวนั่นก็คือทุกตอนต้องเชื่อมโยงโดยแนนโน๊ะเท่านั้น โดยวรุณพร ตรีเทพวิจิตร เล่าที่มาของโปรเจกต์นี้ใน a day ว่า

“ตอนไปขาย เราเขียนว่า ‘แนนโน๊ะเป็นเด็กใหม่ของทุกโรงเรียน วันแรกที่เธอแนะนำตัวกับวันสุดท้ายที่เธอจากไป โรงเรียนแห่งนั้นจะไม่เหมือนเดิม เธอคือเด็กสาวที่เป็นตัวแทนของผู้หญิงทุกรูปแบบจากทุกยุคทุกสมัย ความเป็นเธอจะเข้าไปก่อกวนให้คนรอบข้างเผยตัวตนอีกด้านที่แม้แต่เขาเองก็อาจจะยังไม่รู้จัก บางคนรักเธอ บางคนอยากเป็นเธอ บางคนอยากฆ่าเธอ แต่ไม่ว่าจะจบยังไง เปิดตอนใหม่จะมีแนนโน๊ะเป็นเด็กใหม่เสมอ’”

เมื่อจุดเริ่มต้นไร้กรอบ ก็นำมาสู่การแปรรูปออกมาเป็นภาพโดยผู้กำกับที่หลากหลาย ในแต่ละตอนผู้กำกับต่างก็ตีโจทย์ในแต่ละตอนไม่เหมือนกัน บางครั้งแนนโน๊ะก็มาในรูปแบบของเด็กคอนแวนต์ บางคราวก็อยู่โรงเรียนประจำ บางตอนก็อยู่โรงเรียนหญิงล้วน ความหลากหลายเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ทำให้ เด็กใหม่ ถูกพูดถึงตั้งแต่วันที่ออกอากาศในช่อง GMM25 ก่อนที่ต่อมาจะสร้างความเกรียวกราวเมื่อออกฉายใน Netflix ที่เพิ่มดีกรีความโหดและซัดทุกปมปัญหาได้อย่างถึงแก่น

แนนโน๊ะ เด็กใหม่ที่พร้อมขุดปัญหาเรื้อรังในรั้วโรงเรียน

แนนโน๊ะ คือสาวน้อยลึกลับที่เข้าไปจัดการปัญหาคาราคาซังที่เกิดขึ้นมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งกันในหมู่เพื่อนฝูง / ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างลูกศิษย์กับนักเรียน / ความแตกต่างทางชนชั้น ไปจนถึงปัญหาท้องในวัยเรียน ล้วนแล้วแต่เป็นขยะที่อยู่ใต้พรมที่ถูกทับถมและปล่อยปละละเลยจนยากที่จะแก้ไข คงเดช เล่าถึงที่มาของคาแรกเตอร์แนนโน๊ะว่ามีความคล้ายคลึงกับโทมิเอะ คาแรกเตอร์สุดหลอนของนักเขียนการ์ตูน จุนจิ อิโต ที่เล่าถึงผีสาวสุดหลอนที่ถูกฆ่าตาย และเพื่อน ๆ พากันแยกชิ้นส่วนจนเธอกลับมาเพื่อล้างแค้น แต่แนนโน๊ะกลับเป็นคาแรกเตอร์ที่ถูกกดทับจากปัญหาเรื้อรังของสังคม และพร้อมจะมาหลอกหลอนเหล่าคนที่สร้างปัญหาตั้งแต่ครูบาอาจารย์ หรือแม้กระทั่งเพื่อนนักเรียนด้วยกันเอง

มันจึงเป็นซีรีส์ที่กล้าตอกหน้าสังคมในรั้วโรงเรียน ที่ที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของเด็ก ที่ที่กฎระเบียบและความดีงามมักฉาบหน้าในสถานศึกษา แต่ทว่ากลับมีความฟอนเฟะอยู่ในนั้นทุกเมื่อเชื่อวันได้ตรงประเด็น 

แนนโน๊ะ สาวน้อยที่ไม่มีวันตกเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป

ด้วยการสร้างคาแรกเตอร์แนนโน๊ะที่ภายนอกดูเป็นสาวน้อยน่ารักบอบบาง เพื่อสร้างภาพจำในสังคมที่หญิงสาวมักเป็นผู้ถูกกระทำอยู่เสมอ แนนโน๊ะจึงกลายเป็นกระบอกเสียงของเด็กสาวมากมายที่ถูกเอารัดเอาเปรียบและโดนทำร้ายอยู่ตลอดเวลา ความน่ารักของเธอไม่เป็นเพียงกับดักที่ล่อให้คนร้ายมาติดกับอย่างง่ายดายเท่านั้น เธอยังเป็นกระบอกเสียงเพื่อบอกว่า “ผู้หญิงจะไม่ใช่เพศที่อ่อนแออีกต่อไป เธอสามารถเป็นคนที่ร้ายได้ และพร้อมที่จะเอาคืนคนที่ทำชั่วให้รับกรรมอย่างสาสม” เช่นกัน ซึ่งผู้สวมบทบาทนี้คือ ชิชา อมาตยกุล ที่ทำให้คาแรกเตอร์แนนโน๊ะ เป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์คลาสสิกร่วมสมัย ที่คนจะจดจำเธอไปได้ตลอดกาล

แม้ความลึกลับของซีซันที่ 1 จะจบลงในตอนที่ 13 แต่ในที่สุดซีซันที่ 2 ที่ Netflix เป็นผู้สร้างเองกลับเพิ่มดีกรีและความสนใจให้มากยิ่งขึ้น แม้เรื่องราวของแนนโน๊ะจะยังคงอยู่ในรั้วโรงเรียน แต่เรื่องราวกลับไปไกลยิ่งกว่านั้น

เด็กใหม่ ซีซัน 2 

ปัญหาเชิงโครงสร้างและอนาคตที่เด็กใหม่ต้องเผชิญ แม้ภาพรวมของซีซัน 2 จะด้อยกว่าซีซันแรกด้วยความสดใหม่กว่า และบางตอนก็อาจจะดีหรือด้อยไปบ้างตามการตีความอันหลากหลายของผู้กำกับแต่ละบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะชื่นชมว่าสิ่งที่ซีซัน 2 เหนือกว่าซีซันแรก ตรงการมองสังคมที่ไกลกว่านักเรียน โรงเรียน แต่เข้มข้นขึ้นด้วยบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และซีรีส์เองก็นำเสนอได้อย่างทันยุคทันสมัยเช่นกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าซีซันแรก ผู้สร้างถือได้ว่าเปิดพรมที่ถูกซุกไปด้วยผงฝุ่นแห่งปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน นับตั้งแต่ปี 2018 แต่ซีซัน 2 ในปี 2021 นั้น อย่างที่ทราบกันว่ายุคสมัยของสังคมไทยนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เยาวชนเหล่านั้นต่างก็เติบโตเป็นอนาคตของชาติที่กำลังตั้งคำถามอย่างเข้มข้นในเชิงโครงสร้างกับคนรุ่นเก่า แนนโน๊ะจึงเป็นมากกว่าหญิงสาวลึกลับที่มากำจัดปัญหาเรื้อรังในรั้วโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังร่วมเดินพร้อมกับเด็กเจเนอเรชันนี้ ที่มองว่าแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอ 

หนึ่งในตอนที่พูดถึงกันอย่างเกรียวกราวคือ EP.6 ที่ชื่อตอนว่า ‘ห้องสำนึกตน’ ที่แนนโน๊ะไปอยู่ในโรงเรียนประจำในกำแพงแน่นหนาที่มีกฎระเบียบเคร่งครัดที่ปฏิบัติมาอย่างยาวนานเป็นร้อย ๆ ปี และหากนักเรียนคนไหนสงสัยหรือแข็งขืนในกฎระเบียบเหล่านั้นก็มักจะถูกคุมขังในห้องสำนึกตน และแนนโน๊ะก็เป็นหัวขบวนที่พร้อมเผากฎอันโบราณไม่ให้เหลือซาก ซึ่งนับเป็นความกล้าที่จะจำลองบริบทของสังคมไทยในขณะนี้ที่ห้ามพูด ห้ามถาม ห้ามสงสัย และสุดท้ายอนาคตของชาติบางคนก็ถูกจับกุมคุมขังเพียงแค่ตั้งคำถาม ภาพของซีรีส์ที่ขับออกมาเป็นขาว-ดำ บอกถึงความหดหู่ห่อเหี่ยวท่ามกลางอนาคตอันมืดดำที่พวกเขาต่างต้องเผชิญหน้าได้ดี หรือ EP.5 ตอน ‘รับน้อง’ ก็ไม่พูดถึงเพียงเรื่องรับน้อง แต่ให้ภาพของสังคมผู้น้อยที่ถูกกดขี่โดยผู้ใหญ่และอาวุโสกว่าได้อย่างเผ็ดร้อนเช่นกัน ซึ่งนับเป็นการวิพากษ์ความเลวร้ายของระบบสังคมชนชั้นที่น่าชื่นชม

แม้กระทั่งการมาของตัวละครตัวใหม่อย่าง ยูริ ก็เป็นการสร้างความขัดแย้งและวิพากษ์ในตัวตนของแนนโน๊ะว่า สิ่งที่เธอกำลังทำนั้นผิดหรือถูกกันแน่ ซีรีส์ ‘เด็กใหม่’ จึงไม่ใช่เพียงซีรีส์แฟนตาซี-ทริลเลอร์ ที่เร้าอารมณ์ด้วยความสยดสยอง และเขย่าขวัญด้วยความหลอนเพียงอย่างเดียว แต่มันกำลังบอกเล่าถึงอนาคตของชาติของคนรุ่นนี้ ที่ล้วนแต่เป็น ‘เด็กใหม่’ ที่ต้องการเปิดโลก และกำจัดอำนาจอันคร่ำครึจากกรอบความเชื่อเดิม ๆ ที่คนรุ่นก่อนชอบสร้างความเชื่อผิด ๆ ให้อยู่เสมออีกด้วย

เพราะยุคนี้ เรามีคนแบบ ‘แนนโน๊ะ’ มากขึ้นจากผลผลิตอันผิดพลาดในอดีต และพวกเขาและเธอก็ตั้งคำถามกับสังคมได้แรงกว่าในอดีตมาก ๆ ขึ้นอยู่กับคนรับสารว่าเราควรจะกำจัดพวกเขาให้พ้นตา หรือจะลองรับฟังในปัญหาเพื่อแก้ร่วมกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ‘เด็กใหม่’ คือผู้ถือครองวันพรุ่งนี้อย่างแท้จริง 

ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะมองพวกเขาเป็นนางฟ้า หรือว่าซาตาน

ข้อมูลประกอบการเขียน

https://adaymagazine.com/dekmai-series/

https://www.the101.world/dekmai-scriptwriter-interview/

เรื่อง: สกก์บงกช ขันทอง


ชายหนุ่มสมาธิสั้น ผู้กักเก็บความทรงจำไว้ให้กับ Pop Culture และชอบฝังใจกับอดีตจนกลายเป็นคนไม่มีอนาคต

Related

ยาจิ ฮิโตกะ: ชาวเมืองบีผู้อยู่เบื้องหลังการเปล่งประกายของทีมวอลเลย์บอล ‘คาราสุโนะ’ ในโชเน็นจัมป์ ‘Haikyuu!!’

คาเมนไรเดอร์ ดีเคด: ผู้ถูกสาปแช่งทั้งสิบทิศ มันเป็นความผิดของดีเคด

บิลลี พอร์เตอร์ :นักแสดงผู้ต่อสู้กับ HIV สู่การเสนอชื่อครั้งที่ 4 ในเอมมีอวอร์ดส์

แซมไวส์ แกมจี คนดีศรีมิดเดิลเอิร์ธ แห่งมหากาพย์ The Lord of the Rings

แบงก์ซี: “ถ้ากราฟฟิตีเปลี่ยนโลกได้ มันคงผิดกฎหมาย” ศิลปินจอมขบถผู้เสียดสีสังคมด้วยกราฟฟิตีสเตนซิล 

‘พ่อ’ ของ ‘เฉินหลง’ เคยเป็น ‘สปาย’ และ ‘แม่’ เคยเป็น ‘แม่ค้ายา’ ซึ่งทั้งสองตกหลุมรักกันภายหลังการจับกุม

บงจุนโฮ: ผู้กำกับ Parasite ที่ชวนก้าวข้ามซับไตเติลเพื่อค้นหาเมจิกของภาพยนตร์

ดอร่า มาร์เกซ: Dora the Explorer มากกว่า “แบ็คแพ็ค” คือการสอนภาษาเด็กวัยก่อนเรียน