Post on 09/10/2020

สัมภาษณ์ ศ.นพ. ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล การพัฒนาวัคซีนโควิด-19 จากใบยาสูบ โดยคนไทยเพื่อคนไทย

การระบาดของโรคโควิด-19 สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วโลก ประเทศไทยแม้จะได้รับผลกระทบจากการระบาด ‘โดยตรง’ ค่อนข้างน้อย เนื่องจากความตื่นตัวในการป้องกันตัวเองของประชาชนทำให้อัตราการระบาดและอัตราผู้เสียชีวิตมีตัวเลขค่อนข้างต่ำ

แต่ ‘ผลข้างเคียง’ ของโควิด-19 สร้างผลกระทบที่ร้ายแรงกับประเทศไทยยิ่งกว่าผลโดยตรง เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ แม้อัตราการระบาดในประเทศต่ำ แต่ถ้าการระบาดในต่างประเทศยังสูง การเปิดพรมแดนเพื่อการท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เช่นเดียวกัน ภายใต้ภาวะเช่นนี้ อัตราการบริโภคและความต้องการสินค้านำเข้าของประเทศต่าง ๆ ก็ลดน้อยลงไปด้วย

หลังการระบาดมานานเกือบครบ 1 ปี ความหวังว่าประชากรส่วนมากจะเกิด ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’ ในเร็ววันคงยังไม่เกิดขึ้น เมื่อตัวเลขการระบาดรอบสองในบางประเทศของยุโรปมีตัวเลขที่สูงยิ่งกว่ารอบแรก (ปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้มีความเสี่ยงเข้าตรวจหาเชื้อมากกว่ารอบแรก) 

สิ่งที่เป็นความหวังว่าโลกจะกลับมาเป็นปกติได้เร็วที่สุดก็คือ ‘วัคซีน’

หลายประเทศเดินหน้าการพัฒนาวัคซีนไปไกล บางประเทศเร่งให้มีการนำวัคซีนมาใช้โดยเร็ว เช่น รัสเซีย ที่ให้การรับรองวัคซีนตัวใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม (ท่ามกลางเสียงท้วงติงจากองค์การอนามัยโลก กรณีลัดขั้นตอนการทดลองขั้นสุดท้ายเพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผล – The New York Times)

ในประเทศไทยก็มีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน The People ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านยุทธศาสตร์ แผน และงบประมาณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้มีส่วนดูแลโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 โดยทีมวิจัยของจุฬาฯ เผยว่า การพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย น่าจะสามารถทำการทดลองในคนได้ภายในปลายปีนี้ (2020) 

และมีความมั่นใจว่า แม้เชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีอัตราการกลายพันธุ์ที่สูง แต่วัคซีนที่พัฒนาขึ้นมาก็ยัง ‘เอาอยู่’ (จากพื้นฐานข้อมูลในปัจจุบัน) และเขาก็เชื่อว่า โครงการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อคนไทย เพราะความหวังว่าจะได้ใช้วัคซีนจากต่างประเทศน่าจะเป็นเรื่องยาก ไทยจึงจำเป็นต้องพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคนี้ขึ้นใช้เอง รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้

The People : อยากให้อธิบายการทำงานของวัคซีนเมื่อเข้าสู่ร่างกายของเรา

นรินทร์ : เวลาพูดถึงวัคซีนในการป้องกันโรค เรากำลังพูดถึงการป้องกันโรคติดเชื้อซึ่งเกิดจากเชื้อโรค วัคซีน หลักการก็คือ สมัยก่อนเขาก็เอาเชื้อโรค เชื้อตัวนั้น หรือเชื้อใกล้เคียงกันมาสกัดแล้วก็ใส่เข้าไปในร่างกายของมนุษย์เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานขึ้นมา เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่เราสนใจจะป้องกัน

หลักการก็คือ เวลาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาตอบโต้มันอยู่แล้ว คราวนี้บังเอิญร่างกายไม่มีภูมิอยู่ก่อน บางทีมันสร้างไม่ทัน เขาก็เลียนแบบธรรมชาติ แทนที่จะให้มันติดเชื้อโดยธรรมชาติ ก็สกัดองค์ประกอบบางอย่างของเชื้อโรคที่เป็นตัวก่อโรคเข้ามาแล้วก็เพาะ เสร็จแล้วก็ทำให้อ่อนตัวลง แล้วก็ฉีดเข้าไปในสัตว์ทดลองก่อน พอได้ผลดีก็ฉีดเข้าไปในร่างกายมนุษย์เพื่อให้มนุษย์สร้างภูมิคุ้มกัน องค์ประกอบของวัคซีนตัวนี้ เพื่อให้เกิดภูมิต้านทานขึ้นมา 

เพราะฉะนั้นสมัยก่อนเราก็ใช้วิธีแบบนี้ ทำให้เชื้ออ่อนตัวลง แล้วก็ฉีดกระตุ้นเข้าไปในร่างกายมนุษย์ แต่มันก็มีอันตราย เพราะว่าพวกนี้มันเป็นเชื้อมีชีวิต ถึงแม้ว่าทำให้มันอ่อนตัวลงก็ไม่มีใครกล้ารับประกันได้ว่า มันอาจจะทำให้เกิดผลเสีย เช่น อาจจะติดเชื้อโรคตัวนั้น หรือทำให้ภูมิต้านทานผิดเพี้ยนไปหรือเปล่า? 

ในปัจจุบันเขาก็เลยพยายามให้ใช้วิธีสังเคราะห์ใหม่ คือแทนที่จะใช้เชื้อเป็น ๆ เขาก็ไปสกัดเอาสารพันธุกรรมบางส่วนของเชื้อโรคที่เรารู้จัก อย่างโควิด-19 เราก็สกัดสารพันธุกรรมบางส่วนของมัน แล้วก็เอาใส่เข้าไปในเซลล์เพาะเลี้ยงที่เป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่เขานิยมทำกันมากก็คือ พวกเซลล์ไตลิง เพราะว่ามันมีคุณสมบัติอื่น ๆ พอใส่สารเข้าไปแล้วมันจะแบ่งตัวเพิ่มปริมาณได้เยอะ 

หรือว่าจริง ๆ บางคนก็ฉีดเข้าไปในไข่เพื่อให้เชื้อแบ่งตัวเยอะ ๆ อันนั้นมันยังฉีดเชื้อเป็นเข้าไป

แต่ว่าพอเรา apply ใหม่ แทนที่เราจะฉีดเชื้อเป็นเราสกัดสารพันธุกรรมบางส่วน แล้วเราก็มีองค์ความรู้ว่า การใส่สารพันธุกรรมบางอย่างเข้าไปในสิ่งมีชีวิตบางอย่างมันสามารถกระตุ้นให้สิ่งมีชีวิตนั้นสร้างภูมิต้านทานเลียนแบบภูมิต้านทานในมนุษย์ได้ เขาก็มีความรู้ว่าพืชบางอย่างเราใส่สารพันธุกรรมบางตัวเข้าไปมันกระตุ้นให้พืชสร้างโปรตีนตอบสนองสารพันธุกรรมอันนี้ได้ ที่เขาพบมาก็คือ พวกข้าว ข้าวโพด หรือแม้กระทั่งมันฝรั่ง มันสามารถกระตุ้นให้พืชสร้างโปรตีนเลียนแบบสารพันธุกรรมอันนี้ได้ดีมาก 

แล้วเราก็มีองค์ความรู้ใหม่ว่า ใบยาสูบซึ่งเป็นใบยาสูบพันธุ์ออสเตรเลีย เขาก็ไปศึกษามาพบว่า เมื่อเราใส่องค์ประกอบบางอย่างของเชื้อเข้าไป พืชตัวนี้มันจะตอบสนอง คือเหมือนกับใส่คล้าย ๆ ยีนเข้าไปมันจะกระตุ้นให้สร้างโปรตีนตอบสนองขึ้นมาได้จำนวนมากเลย แล้วข้อดีของใบยาสูบนี้ก็คือ มันโตเร็ว สามารถสร้างโปรตีนได้จำนวนมากในเวลาไม่นาน แล้วมันก็ทนต่อสภาพแวดล้อมในหลาย ๆ ที่ รวมทั้งในประเทศไทยด้วย มันก็เลย apply เอาใบยาสูบซึ่งเป็นพันธุ์ออสเตรเลียมาปลูกในประเทศไทย แล้วเราก็สกัดสารบางอย่างในเชื้อโรคไปกระตุ้นให้มันสร้างโปรตีนขึ้นมา แล้วก็เอาโปรตีนนั้นมาสกัดทำวัคซีนอีกทีหนึ่ง ก็ทำให้ลัดขั้นตอน คือเราไม่ต้องเอาเชื้อไปใส่ในไข่ ไม่ต้องเอาเชื้อไปใส่เซลล์ของพวกไตลิงแล้ว เพราะอะไร? เพราะมันง่ายกว่าเยอะในการใส่เข้าไปในพืช แล้วมันก็ค่อนข้างบริสุทธิ์ เมื่อใส่เข้าไปในร่างกายมนุษย์ โอกาสที่จะมีผลแทรกซ้อนก็น้อย

นี่ก็เป็นพื้นฐานของการผลิตวัคซีนจากพืช 

The People : เราเริ่มพัฒนาวิธีการผลิตวัคซีนด้วยพืชมานานแค่ไหนแล้ว?

นรินทร์ : ถ้าพูดถึงการพัฒนาวัคซีนจากพืช จริง ๆ มันพัฒนามาไม่ต่ำกว่า 10-20 ปีแล้ว แต่ของวัคซีนโควิด-19  เข้าใจว่ามันก็พัฒนามาสองสามปีที่ผ่านมา คือคงไม่ใช่เรื่องของโควิด-19 วัคซีนมันตั้งแต่สมัยของโรคซาร์ส แล้วก็โรคอีโบลา ที่ระบาดเมื่อหลายปีก่อน ก็มีคนใช้วิธีเดียวกันนี้ คือสกัดชิ้นส่วนบางอย่างของเชื้อโรค แล้วก็มาใส่ในพืชแล้วกระตุ้นให้เกิดโปรตีนสร้างขึ้นมา ซึ่งตอนนั้นเขาก็เอามาทำเรื่องของยารักษาอีโบลา หรือแม้กระทั่งเอาไปทำวัคซีน แล้วก็รู้จักมาตั้งแต่ ผมเข้าใจว่าเกือบสิบปีแล้ว แต่ว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องของโควิดวัคซีน ผมเข้าใจว่าเราเริ่มพัฒนามาสองสามปีที่ผ่านมา 

แต่ว่าจริง ๆ เริ่มต้นเราไม่ได้ผลิตวัคซีนนะ เราเอาสารของตัวโควิด-19 ไปกระตุ้นให้สร้างโปรตีนบางอย่างที่เรามาทำเป็นตัวทดสอบ ที่เขาเรียกวัตถุทดสอบว่องไว ก็สามารถเอาโปรตีนสกัดเป็นสตริป (strip – แถบสำหรับตรวจวัดหาองค์ประกอบบางอย่าง) แล้วก็เจาะเลือดปลายนิ้ว แล้วก็ทดสอบดูว่า ร่างกายของคนคนนั้นมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิด-19 หรือยัง? เอาไว้ใช้ในการคัดกรอง คนที่สงสัยว่าจะติดเชื้อโควิด-19 อันแรกที่เราทำเลยคือ คัดกรองคนที่ติดเชื้อโควิด-19 แต่ตอนหลังมา เราก็มาพัฒนาเพื่อออกมาในรูปของการทำวัคซีนแทน อันนี้เป็นพัฒนาการที่เราทำมา ทำมาประมาณสองสามปีแล้ว

The People : การผลิตวัคซีนโควิด-19 อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว

นรินทร์ : ทุกวัคซีนต้องผ่านการทดลองในห้องทดลอง แล้วก็ผ่านการทดลองในสัตว์ก่อน ตอนนี้จริง ๆ พืชที่ผมพูดถึงก็คือ ใบยาสูบจากออสเตรเลีย เรามาปลูกในประเทศไทยแล้ว แล้วเราก็สกัดสารตัวนี้ไปกระตุ้นมันแล้ว เราได้โปรตีนจำนวนมากจากตัวใบยาสูบพันธุ์ออสเตรเลีย เราก็มาสกัดให้บริสุทธิ์แล้วก็ใส่ไปในสัตว์ทดลอง สัตว์ทดลองที่เราใส่เข้าไปตั้งแต่หนู จนกระทั่งตอนนี้ถึงลิง ตอนนี้เราพบว่า สกัดเข้าไปใส่ในหนูและลิง ภูมิต้านทานมันสูงมากเลย

พูดง่าย ๆ คือ มันสามารถกระตุ้นให้ร่างกายของสิ่งมีชีวิตอย่างพวกสัตว์ สามารถสร้างภูมิต้านทานได้สูงมาก เราไปทดสอบดูมันก็ป้องกันโรคโควิด-19 ได้ด้วย ก็เลยเชื่อว่า ลิงมันใกล้เคียงกับมนุษย์ เพราะฉะนั้นขั้นตอนต่อไปตอนนี้เรารอผลจากการทดลองในลิงขั้นสุดท้ายให้เรียบร้อย จากนั้นเราก็จะเริ่มผลิตจำนวนวัคซีนให้มากพอ แล้วก็จะเริ่มการทดลองในคน 

ซึ่งเราเชื่อว่าตอนนี้ที่เราทดลองมา ผ่านมาสักสามสี่เดือน ข้อมูลในสัตว์ทดลองมันค่อนข้างหนักแน่นแล้ว เพราะฉะนั้นเชื่อว่าเราน่าจะเริ่มการทดลองในคนได้ เข้าใจว่าภายในปลายปีนี้

The People : จากการทดลองในคนไปสู่การใช้จริง ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไร?

นรินทร์ : คือจริง ๆ ก็ต้องผ่านการทดสอบทางคลินิกอยู่หลายระยะ โดยทั่วไปโดยมาตรฐานมันจะต้องผ่าน 3 ระยะ คือ ระยะ 1 ระยะ 2 ระยะ 3 ระยะ 1 ก็เป็นการทดสอบดูก่อนว่า วัคซีนที่เราเอามากระตุ้นในคนมันปลอดภัยนะ ซึ่งเราก็ใช้อาสาสมัครไม่มาก อาจจะสักร้อยสองร้อยคน พอผ่านว่าปลอดภัย ขั้นที่ 2 เราต้องมาดูว่าเราต้องใช้ปริมาณเท่าไร มันปลอดภัยแน่ ๆ นะ ใช้หลักประมาณเกือบ ๆ หลักพันคน พอได้ผลขั้น 2 ขั้น 3 เนี่ยเต็มที่แล้ว อันนี้ต้องใช้อาสาสมัครเป็นหมื่นคนเลย 

ถ้าเราผ่านทั้ง 3 ระยะได้ เราก็จะสามารถยื่น อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) เพื่อจดทะเบียนแล้วก็สามารถที่จะเอามาใช้ในประชาชนได้ ก็ต้องผ่าน 3 ระยะ ซึ่งก็เชื่อว่าถ้าเราเริ่มประมาณปลายปีนี้ ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ปี จากนี้ไปที่จะได้ผล แล้วก็สามารถที่จะยื่นขอจดทะเบียนของ อย. ได้

 

The People : ปัญหาการกลายพันธุ์ของโควิด-19 กระทบต่อการพัฒนาวัคซีนหรือไม่?

นรินทร์ : ประสบการณ์ที่เราได้เรียนรู้เรื่องการผลิตวัคซีนของพวกโรคติดเชื้อ เราได้เรียนรู้เยอะคือเชื้อ HIV หรือเชื้อ AIDS ซึ่งเชื้อ HIV หรือเชื้อ AIDS ผมว่ามันก็มีองค์ความรู้ว่าจริง ๆ มันกลายพันธุ์เร็วมาก เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหา จะเห็นว่าเราพัฒนาวัคซีนป้องกัน HIV ยังไม่ได้ผลเลย ไม่สามารถใช้ได้ เพราะมันกลายพันธุ์เยอะ ภูมิต้านทานที่เราสามารถกระตุ้นให้เกิดได้ เดี๋ยวเชื้อมันกลายพันธุ์ไปแล้ว แปลว่าภูมิต้านทานไม่สามารถป้องกันเชื้อที่กลายพันธุ์ไปได้

แต่เชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นโคโรนาไวรัส บังเอิญมันไม่เหมือนกับเชื้อ HIV 

เราพบว่าที่เราสกัด เขาเรียกว่าเป็น ตัวหนาม ตัวหนามที่มันจะไปเกาะกับเซลล์มนุษย์ เราสกัดส่วนที่เป็นหนาม สารพันธุกรรมของหนามมา แล้วก็ไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน เราพบว่าต่อให้มันกลายพันธุ์ไป ไอ้ตัวหนามมันก็ยังค่อนข้างคงที่ คือมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปเยอะเหมือนกับเชื้อ HIV AIDS ก็เลยเชื่อว่า ข้อมูลในปัจจุบัน ภูมิต้านทานที่ถูกกระตุ้นต่อให้มันกลายพันธุ์ไปตัวหนามมันยังคงเหมือนเดิม ก็เลยเชื่อว่าภูมิต้านทานที่เราได้จากวัคซีนก็ยังสามารถป้องกันมันได้ เพราะฉะนั้นเวลานี้เรายังไม่กังวลเรื่องกลายพันธุ์ (ในปัจจุบันนะ) แต่ในอนาคตคงต้องติดตามดูเหมือนกันว่ามันจะกลายพันธุ์ไปมากกว่านี้หรือเปล่า ปัจจุบันการกลายพันธุ์ระดับนี้เราเชื่อว่า วัคซีนที่เราทำภูมิต้านทานยังสามารถป้องกันมันได้ผลดีอยู่

The People : การผลิตวัคซีนครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานใดบ้าง?

นรินทร์ : ปกติวัคซีนผลิตจากพืชเป็นความร่วมมือของ 3 ส่วนงาน อันที่ 1 ก็คือ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งก็คือทีมวิจัย เป็นอาจารย์ของคณะเภสัชฯ สองสามท่าน แล้วทางคณะเภสัชฯ ก็ให้ความสนับสนุนเป็นอย่างดี ในเรื่องของห้องปฏิบัติการ ในการทดลองเบื้องต้น อันที่ 2 จะเป็นความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะการทดลองในสัตว์มันต้องใช้สัตว์ ทั้งสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ แล้วก็ต้องมีการควบคุมความปลอดภัยให้ดี เราก็ใช้ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่จังหวัดสระบุรีเป็นหลัก เป็นสถานที่ในการทดสอบ อันนี้ก็เป็นความร่วมมือระหว่างคณะเภสัชฯ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกส่วนหนึ่งสำคัญมากก็คือ บริษัทสตาร์ตอัปมีชื่อบริษัทใบยาไฟโตฟาร์ม ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ตอัปที่เริ่มต้นจากจุฬาฯ 

บริษัทสตาร์ตอัปแปลว่าอะไร? แปลว่า เขาหาแหล่งเงินจากภาคเอกชน อะไรหลาย ๆ อย่างมาช่วยในการทำวิจัยอันนี้ ซึ่งบริษัทใบยาไฟโตฟาร์มก็มาสนับสนุนค่อนข้างมากเลย ก็เป็น 3 ส่วนแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็คือ เราก็ร่วมมือกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติในเรื่องของกระบวนการทำต่าง ๆ รวมทั้งแหล่งเงินที่จะมาสนับสนุน หรือแม้กระทั่งการที่เราจะได้รับการรับรองโดย อย. สถาบันวัคซีนแห่งชาติก็มาช่วยตรงนี้ด้วย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราก็ร่วมมือกันทั้งภาควิชาการ ภาครัฐ รวมทั้งภาคเอกชนด้วยที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนตัวนี้

The People : ทราบมาว่าทางไฟโตฟาร์มยังวิจัยใบยาสูบเพื่อใช้เป็น ‘ภูมิคุ้มกันบำบัด’ ในการรักษามะเร็งด้วย มันมีจุดร่วมอย่างไร?

นรินทร์ : คือพืชมันสร้างให้หมด มันอาจจะสร้างเป็นโปรตีนที่ไปทำวัคซีน สร้างเป็นโปรตีนที่เอาไว้ใช้รักษา สร้างโปรตีนเอาไปเป็นภูมิคุ้มกันบำบัดโรคมะเร็ง หรือแม้กระทั่งสร้างโปรตีนที่เราเอาไปทำทดสอบคัดกรองโรค คือพืชมันแล้วแต่เราใส่สารพันธุกรรมเข้าไป 

เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถใส่สารพันธุกรรมบางอย่างของเซลล์มะเร็งเข้าไป พืชตัวนี้มันก็สามารถสร้างโปรตีนอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งสามารถเอาไปใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ บริษัทใบยาไฟโตฟาร์ม ก็อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาการกระตุ้นให้พืชสร้างสารภูมิคุ้มกันต่อโรคมะเร็ง อันนี้อยู่ในขั้นตอนการวิจัย\แล้วก็เชื่อว่าจะมีความคืบหน้าพอสมควรด้วยในอนาคตอันใกล้ เพราะฉะนั้นประโยชน์ของพืชตัวนี้คืออะไร? มันไม่เฉพาะเรื่องของวัคซีน มันสามารถสกัดสารโปรตีนเอามาใช้ในหลายมิติมาก ป้องกันโรคก็ได้ รักษาโรคก็ได้ คัดกรองโรคก็ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือองค์ความรู้ใหม่ที่เราพัฒนาขึ้นมา แล้วเราคิดว่า อันนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะอะไร?

เพราะว่ามันเป็นองค์ความรู้จากนักวิจัยของคนไทยเราเอง แล้วผลิตผลที่ได้ก็เป็นผลิตผลของคนไทยที่เราไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศ แล้วสำคัญที่สุดก็คือ เราสามารถเอาไปใช้กับคนไทยได้ก่อนเลย 

เรื่องของวัคซีน พูดเพิ่มเติมนิดหนึ่งคือ ตอนนี้ถ้ารอวัคซีนต่างชาตินี่คงยากมาก ที่เราจะเอาวัคซีนเข้ามาใช้ในประเทศไทย เพราะอะไร? ต่างประเทศเขาหนักกว่าเราตั้งเยอะ เขาก็จำเป็นต้องเอาวัคซีนไปใช้ในประเทศเขาก่อน เช่น ประเทศจีน ประเทศรัสเซีย คงได้ข่าวใช่มั้ย เขาเริ่มใช้วัคซีนกันแล้ว อย่างของเรา ถ้าเราขืนรอวัคซีนต่างชาติ โห! เราคงเข้าคิวกันตาย แต่ถ้าเราสามารถผลิตวัคซีนอันนี้ได้จากองค์ความรู้ของเราเอง ผลิตขึ้นมาด้วยสตาร์ตอัป หรือแม้กระทั่งหน่วยงานของเราเองในประเทศไทย เราก็สามารถเอาวัคซีนอันนั้น approved เรียบร้อยโดย อย. เราก็สามารถเอามาใช้กับคนไทยเราได้ก่อน ผมว่านี่คือจุดประสงค์สำคัญเลย ที่เราหวังเอาวัคซีนตัวนี้มาใช้กับประเทศไทย หรือแม้กระทั่งการรักษาโรคมะเร็ง การคัดกรองเราก็หวังเอามาใช้กับประเทศไทยให้ได้ก่อนเลย เพื่อจะได้เกิดประโยชน์ ก่อนดูแลสุขภาพของประชาชนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันนี้เป็นสิ่งที่เราตั้งใจไว้


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ

Related

The Hunting Ground (2015) สารคดีต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษา

ซีเจ เมเจอร์ เปิดตัวภาพยนตร์โรแมนติกแห่งปี “Classic Again จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ”พร้อมชวนคนดูร่วม “เปิดกล่องความทรงจำไปกับรักครั้งแรก”

กอลลัม ตัวละครที่คนทั้งรักทั้งเกลียด แห่ง The Lord of the Rings

พอล รูเซซาบากินา: ฮีโรเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา กับข้อหา ‘ผู้ก่อการร้าย’

ขบวนพาเหรดสินค้า ELLE -ELLE HOMME กระหน่ำลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ที่ศูนย์การค้าเมญ่าฯ เชียงใหม่

ติดปีกศักยภาพผู้ประกอบการไทย…เพื่อก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดย ธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

โรลส์-รอยซ์ ‘วิสเปอร์ส’ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อความยิ่งใหญ่ แม้อยู่บ้าน

ซน ฮึงมิน อปป้า นักฟุตบอลสเปอร์ส ผู้เป็นสตาร์ของซูเปอร์สตาร์เกาหลีใต้