Post on 21/02/2019

นาตาลี พอร์ตแมน “ฉันปรารถนาเป็นคนฉลาดมากกว่าเป็นดารา”

ว่ากันตามตรง น้อยครั้งที่เราจะเห็นดาราเด็กหน้าใหม่ แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกแล้วได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย

แต่ นาตาลี พอร์ตแมน ทำได้

เพียงแสดงหนังเรื่องแรก Léon: The Professional (1994) ในบท “มาทิลดา” เด็กสาวผู้ตกกระไดพลอยโจนมาอยู่กับนักฆ่ามืออาชีพ “ลีออง” เธอก็กลายเป็นที่จับตามองในวงการ และเข้าไปอยู่ในใจคนดูทุกคน

Léon เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่ไม่มีความสุข แต่พวกเขามีความสุขมากๆ เวลาอยู่ด้วยกัน เพราะทั้งคู่ต่างมอบความเป็นเพื่อนแก่กัน ห่วงใยกัน และดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งนั่นเป็นความรักบริสุทธิ์โดยไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง”

จากเด็กสาวที่เกิดในกรุงเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล ก่อนจะย้ายตามครอบครัวเพราะภัยสงครามมาอยู่เมืองนิว ยอร์ก สหรัฐอเมริกา เส้นทางชีวิตการแสดงของ นาตาลี พอร์ตแมน ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่ออายุเพียง 11 ปีเท่านั้น

หลังเป็นที่รู้จักจาก Léon พอร์ตแมนเริ่มสั่งสมประสบการณ์การแสดงจากภาพยนตร์ดังมากมาย ทั้ง Heat (1995), Beautiful Girls (1996), Everyone Says I Love You (1996), Mars Attacks! (1996) รวมไปถึงการมีโอกาสร่วมแสดงในภาพยนตร์มหากาพย์สงครามดวงดาว Star Wars ในบท “แพดเม่ อมิดาล่า” ราชินีแห่งนาบู ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในไตรภาคช่วงแรกของหนังชุดนี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเธอไม่รู้สึกตื่นเต้นกับการแสดง Star Wars สักเท่าไหร่ เนื่องจากเดิมทีเธออพยพจากอิสราเอลมายังสหรัฐฯ เพื่อหนีภัยสงคราม ทำให้เธอใกล้ชิดกับสงครามในชีวิตจริงมากกว่าสงครามอวกาศ หนำซ้ำเธอยังไม่ยอมไปงานรับปฐมทัศน์ Star Wars Episode I: The Phantom Menace (1999) เพื่ออ่านหนังสือสอบจนคว้าเกรด A ล้วนทุกวิชาอีกด้วย

ต่อมาเธอมีผลงาน Closer (2004) จนมีโอกาสเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นครั้งแรก ก่อนจะคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมตัวแรกในชีวิตจาก Black Swan (2010) และในปี 2017 พอร์ตแมนก็เกือบได้รางวัลออสการ์มานอนกอดอีกตัวจากบท “แจ็กเกอลีน เคนเนดี” ใน Jackie (2016) อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ผู้ต้องรับมือกับความโศกเศร้าจากเหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี

ใครก็ตามที่มาพร้อมกับเรื่องราวที่ดูเป็นเทพนิยายที่สุดถือเป็นผู้ชนะ มันไม่เกี่ยวกับว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่แจ็กกี้มาพร้อมกับสิ่งที่กลายเป็นภาพจำไปอีกนานแสนนาน ถือเป็นความชาญฉลาดและค่อนข้างสตรีนิยมทีเดียวที่เธอลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า ‘ฉันนี่แหละคือผู้สร้างตำนานของตัวเอง ไม่ใช่คนอื่น’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกวันนี้ ใครๆ ก็ทำกัน” เธอเคยให้สัมภาษณ์ถึงการแสดงหนังเรื่องนี้

ถึงแม้จะเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งหนึ่งที่พอร์ตแมนไม่ละทิ้งก็คือการเรียน เธอให้ความสำคัญกับการศึกษามาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ นับเป็นความภาคภูมิใจที่เธอพูดอยู่เสมอว่า อยากเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่ที่ประสบผลสำเร็จทั้งทางการเรียนและการทำงานไปพร้อมกัน

ฉันจะไปเรียนโดยไม่สนใจว่าสิ่งนั้นจะทำลายอาชีพของฉัน เพราะฉันปรารถนาเป็นคนฉลาดมากกว่าเป็นดารา”

เธอบอกว่า ตนเองมิได้รักการศึกษา (studying) และเกลียดการศึกษาด้วยซ้ำ แต่เธอรักการเรียนรู้ (learning) มากกว่า เพราะการเรียนรู้นำมาซึ่งสิ่งสวยงามเสมอ

“สำหรับฉัน การไปปาร์ตี้เป็นการเรียนรู้ประสบการณ์เทียบเท่ากับการนั่งเรียนในห้องเลคเชอร์ เธอกล่าว “โอเค ฉันอาจไม่ได้ไปปาร์ตี้โรงเรียนมัธยมฯ บ่อยครั้ง แต่ฉันก็ไม่ได้แตะบ้องกัญชาจนกระทั่งช่วงอายุ 20 และฉันก็ไม่เคยเมาภาพตัดจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดี”

ความฉลาดของเธอ หากวัดด้วยจาก IQ (Intelligence Quotient) พอร์ตแมนมีตัวเลขสูงถึง 140 พิสูจน์ได้จากการจบคณะจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แถมสมัยเรียนยังสมัครเข้าเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในห้องปฏิบัติการทางจิตวิทยา และเคยตีพิมพ์เอกสารวิจัยในวารสารทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย ไม่แปลกใจที่ทางมหาวิทยาลัยจึงเชิญเธอไปพูดปาฐกถาเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และความคิดเสมอ

นอกจากผลงานด้านการแสดง พอร์ตแมนยังเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคมเป็นประจำ ในปี 2003 เธอยังเคยเป็น “ทูตแห่งความหวัง” (Ambassador of Hope) ขององค์กร FINCA องค์กรนานาชาติที่ให้การช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่ครอบครัวยากไร้เพื่อนำไปใช้สร้างอาชีพ และพัฒนาความเป็นอยู่

ล่าสุดนาตาลี พอร์ตแมน กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์ดรามา Vox Lux (2018) เรื่องราวชีวิตในสองทศวรรษของ “เซเลส” เด็กสาวที่เปลี่ยนชีวิตตัวเองหลังจากที่รอดชีวิตมาจากโศกนาฏกรรมกราดยิงในโรงเรียนอันสะเทือนขวัญประชาชนทั้งประเทศ สู่การเป็นป๊อปสตาร์ระดับโลก

ฉันคิดว่าหนังเป็นแค่การสะท้อนถึงสภาพสังคมที่เป็นอยู่มากกว่าการส่งสารบางอย่างให้กับคนดู ทุกคนมีความสามารถในการตีความอยู่แล้ว และฉันก็หวังว่าพวกเขาจะเดินออกจากโรงภาพยนตร์ไปพร้อมความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพราะมันจะทำให้เกิดการสื่อสารพูดคุยเกี่ยวกับตัวหนัง” ประเด็นที่ว่าเหตุการณ์ยิงกราดภายในโรงเรียนที่กลายเป็นประเด็นหลักในสหรัฐฯ อยู่ช่วงหนึ่ง เช่นเดียวกับชีวิตประเด็นชีวิตตัวละครเซเลสที่พลิกจากเหยื่ออาชญากรรม สู่นักร้องป๊อปสตาร์

เราคุ้นเคยกับการเห็นดาราที่มีชื่อเสียงพบกับจุดตกต่ำของอาชีพ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องแต่งในภาพยนตร์หรือเรื่องจริง ดังนั้นจินตนาการของคุณก็จะเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นด้วยตัวของมันเอง เราไม่จำเป็นต้องทำให้คุณเห็นภาพเพื่อทำให้คุณเข้าใจได้ว่าเธอเป็นแบบนั้นได้อย่างไร มันเป็นวิธีที่ทำให้คนดูมีส่วนร่วมกับภาพยนตร์”

และไม่เพียงแค่การแสดง หนังเรื่องนี้จะได้เห็นพอร์ตแมนโชว์ความสามารถทางการร้องเพลงด้วย หลังจากที่เคยเห็นเธอร้องแรปกับ The Lonely Island ในคลิป Natalie’s Rap 2.0 และเคยเต้นบัลเลต์ใน Black Swan

ที่สำคัญ เพลงประกอบของ Vox Lux ยังได้นักร้อง/นักแต่งเพลงคุณภาพอย่าง เซีย (Sia) มาทำเพลงให้ด้วย

“ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเพลงป็อป และแน่นอนว่าเพลงก็เข้ากับอารมณ์หนังมากๆ”

ความสามารถอันล้นเหลือของเธอ และการวางตัวเป็นนักแสดงที่ดี ไม่ผิดนักที่จะใครต่อใครจะหลงรักเธอตั้งแต่สาวน้อย “มาทิลดา” จวบจนถึงวันนี้

 

ที่มา


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง