Post on 21/03/2019

ณัทธร สายทอง มือกฎหมายหญิงในโลกแอลกอฮอล์

จะด้วยกระบวนการทางสังคมหรือมาตรการทางกฎหมาย แต่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การกำหนดวันเวลาในการจำหน่าย การจำกัดวัย การกำหนดพื้นที่ขาย หรือแม้กระทั่งข้อห้ามด้านการส่งเสริมการตลาดและการโฆษณา

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงต้องมีบุคลากรมืออาชีพมาทำหน้าที่กำกับดูแล และวางแนวทางให้เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ เช่นเดียวกันกับ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากชนิดหลายแบรนด์ ที่นี่มีผู้บริหารหญิงคนเก่ง ชื่อ ณัทธร สายทอง ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดูแลขอบเขตงานดังกล่าว

จ๋า-ณัทธร เคยมีประสบการณ์ในสำนักงานกฎหมาย (law firm) ก่อนจะขยับออกมาเป็นนิติกรประจำองค์กร (in-house lawyer) เธอทดลองค้นหางานในประเภทธุรกิจต่าง ๆ ที่สนใจ จนพบว่าธุรกิจในกลุ่ม FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) ทำให้เธอได้สัมผัสกับความฉับไวในการทำงาน และรู้สึกร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ในธุรกิจนั้นจริง ๆ

เมื่อ 3 ปีก่อน จ๋า จึงตัดสินใจร่วมงานกับ ดิอาจิโอ ซึ่งเป็นธุรกิจ FMCG ที่เธอรู้สึกว่า นี่แหละคือพื้นที่ของเธอ

“จริง ๆ ทำ law firm ก็ชอบนะ แต่ด้วยความอยากรู้ อยากลอง อยากเข้าใจตัวเอง ก็มาทำ in-house แล้วรู้สึกว่าชอบ พอมาทำ FMCG ยิ่งชอบเข้าไปอีก เพราะเราอินกับ business ตรงนี้ คือมันเร็ว ฉับไว แล้วเราได้รู้สึกว่าเป็น business partner เราสนุกกับตรงนี้ แล้วด้วยความที่อยากรู้จักตัวเองจริง ๆ ก็มีแว้บออกไปทำ business อื่นแป๊บนึง ก็รู้สึกว่าจริง ๆ แล้ว สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารัก คือนี่แหละ FMCG จึงกลับมาอยู่ตรงนี้”

 

             

The People: ว่ากันว่านักกฎหมายมักมองหาช่องว่างของตัวอักษรแล้วทำการซิกแซ็ก สำหรับคุณถือเป็นความท้าทายหรือไม่

ณัทธร: จริงๆ ตอนเด็ก ๆ มองอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พอได้เข้ามาทำงาน พบว่างานนักกฎหมายไม่ใช่การ tricky แต่เป็นเรื่องเราจะปฏิบัติตามกฎหมายให้ได้อย่างไรมากกว่า เหมือนกับการ balance กับสังคม กับอะไรก็ตามที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้มองว่า มันคือการ tricky หรือไปในช่องทางที่ไม่ควรจะไป เพียงแต่ว่าเราตั้ง goal ไว้กับทางที่จะไป เราจะหาทางไปให้มันดีที่สุดที่มันถูกต้อง ประมาณนี้

 

The People: คิดว่าอะไรเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นเสมือนหัวใจของ ดิอาจิโอ

ณัทธร: สิ่งที่ประทับใจมากคือเราส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบ เพราะเราเป็นบริษัทแอลกอฮอล์ เรารู้จักแอลกอฮอล์ดี เราส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ ส่งผ่านออกไปให้กับคนข้างนอก ให้กับสังคมได้รับรู้ เรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบ อันนี้คือความประทับใจ ดีใจ และ ภูมิใจที่ได้ทำ

เราเชื่อในเรื่องการทำในสิ่งที่ถูกต้อง แอลกอฮอล์อยู่คู่กับสังคมมานาน สิ่งสำคัญคือเราจะดื่มอย่างไร เพราะหลายครั้งแอลกอฮอล์จะถูกมองเป็นสิ่งไม่ดี ก็ต้องถามกลับว่า เอ๊ะ! เหตุที่ถูกมองอย่างนั้นเพราะการดื่มอย่างไม่ถูกต้องหรือเปล่า

 

The People: พูดถึงการดื่มอย่างรับผิดชอบ ฟังดูเป็นนามธรรม พอจะมีรูปธรรมไหม

ณัทธร: ที่นี่เรามีโครงการที่จะสื่อสารเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘ดื่มไม่ขับ กลับปลอดภัย’ เป็นเรื่องรณรงค์บนท้องถนน แล้วก็มีเรื่องเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ บอกว่าแอลกอฮอล์ทำอะไรกับร่างกายของเรา อีกเรื่องหนึ่งคือการให้ความรู้ตั้งแต่วัยเรียนวัยรุ่น ก่อนที่เขาจะคิดอยากลอง

 

The People: กฎหมายควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ในบ้านเราที่เข้มข้น เป็นโจทย์ยากแค่ไหนในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ณัทธร: ต้องบอกว่าเราส่งเสริมการทำให้ถูกต้อง คือทั่วโลกเราปฏิบัติตามกฎหมายของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด เราจะมี code of conduct ที่อาจจะเข้มข้นกว่ากฎหมายด้วยซ้ำ เพราะเราอยากจะให้คนดื่มอย่างถูกต้องจริง ๆ

สำหรับกฎหมายไทย เป็นความท้าทายที่เราจะต้องขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางที่ถูกต้อง เราต้องเป็น business partner ต้องอธิบายให้คนในองค์กรเข้าใจว่า ตรงนี้มีกฎหมายควบคุมไว้อย่างไร สิ่งที่เราทำได้คือการส่งผ่าน message ว่าเราต้องรับผิดชอบ เราอยู่ในสังคมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นเรื่องที่ต้องให้ทุกคนทำความเข้าใจร่วมกัน ว่าทุกอย่างมีที่มาที่ไป ทำไมเรื่องนี้ถึงถูกห้าม ทำไมตรงนี้ถึงกลายเป็นกฎขึ้นมา เราสื่อสารให้คนเข้าใจว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วแนวทางที่เราจะปฏิบัติควรจะเป็นอย่างไร

 

 

The People: มีการศึกษาเปรียบเทียบไหมว่า กฎหมายของเราอ่อนหรือเข้มข้นกว่าประเทศอื่นอย่างไร

ณัทธร: เราอยู่ในค่อนไปทางเข้มมาก ด้วยสังคมไทย ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ก็เข้าใจได้ว่าเราอยู่ในโซนกลุ่มนี้คือพื้นฐานต่างกัน จะให้เราไปเปรียบเทียบกับยุโรป สหรัฐอเมริกา ก็คงจะต่าง แต่ถ้าเอามาจัดเป็น range แล้วล่ะก็ เราอยู่ในหมวดที่เข้มนี่แหละ

 

The People: ในสหรัฐอเมริกา เคยมีช่วง prohibition ค.ศ. 1920-1933 มีกฎหมายห้ามผลิตและจำหน่ายแอลกอฮอล์ ช่วงนั้นเกิดธุรกิจเถื่อน ธุรกิจนอกกฎหมาย เกิดเจ้าพ่อมาเฟีย แล้วในที่สุดความตึงมาก ๆ ตรงนั้น กฎหมายก็อยู่ไม่ได้ ต้องยกเลิกไปในที่สุด คุณมองบทเรียนเรื่องนี้อย่างไร

ณัทธร: ต้องบอกว่าตอนที่ออกกฎหมายนั้น คงมองแหละว่ามันเป็นประเด็นในสังคมที่เขาอยากจัดกรอบ

 

The People: ทำนอง ‘จน เครียด กินเหล้า’ ?

ณัทธร: (หัวเราะ) ใช่ ! คือเขาอยากจะจัดกรอบแนวทางตรงนั้นขึ้นมา มองว่าใช้กฎหมายได้ไหม ส่วนตัวมองว่าสังคมมีหลายมิติ กฎหมายไม่ใช่ยาวิเศษที่จะแก้ทุกปัญหา อย่างเช่นดื่มเหล้าแล้วเกิดความรุนแรง ถามว่าเกิดจากการดื่มเหล้าหรือดื่มไม่ถูกวิธี ดื่มมากเกินไปหรือว่าเกิดจากตัวคุณนั่นแหละ

เพราะฉะนั้น การมุ่งจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาสังคมซึ่งมีหลายมิติ อาจจะเป็นเรื่องยาก เราจึงอยากส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบมากกว่า เพราะทำให้คนได้รู้จักสิ่งที่เขาสัมผัส การที่จะใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่ง บางทีมันอาจจะไม่ใช่ยาวิเศษเสมอไป ส่วนตัวคิดว่าเมืองไทยคงไม่ถึงขั้นนั้น เพราะเห็นบทเรียนกันอยู่

 

 

The People: นอกเหนือจากการรับผิดชอบต่อสังคมแล้ว การอธิบายถึงคุณค่าของเครื่องดื่มแต่ละตัว บอกเล่าที่มาที่ไป เป็นเรื่องในเชิงวัฒนธรรมที่น่าเรียนรู้อยู่เหมือนกัน ?

ณัทธร: ใช่ค่ะ เพราะว่าเครื่องดื่มที่นี่แต่ละตัวจะมีเรื่องราวของเขา อย่างเรื่อง Johnny Walker ทำไมถึงได้เป็นเครื่องดื่ม Johnny Walker ทุกวันนี้ หรือว่าเรื่องของ Smirnoff ทำไมต้องเป็น Smirnoff No.21 คือเขาก็มีเรื่องราว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สนุกและน่าภูมิใจ ทำให้เรา connect กับ brand ของเราด้วย

 

The People: ด้วยตำแหน่ง Legal Manager งานหนักแค่ไหน ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาลบ้างไหม

ณัทธร: มีบ้าง เป็น in-house lawyer เราต้องดูให้รอบ ทั้งองค์กร เป็น business partner ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสินค้าเข้ามา จะขายออกไป เป็นเรื่องที่เราจะต้องจัดการหลังบ้าน ก่อนที่จะนำสินค้าออกสู่หน้าบ้าน มองตัวเองว่าเป็น business partner เดินไปกับเขาทุกทาง เขาอาจจะต้องการสัญญา อาจจะต้องการคำแนะนำด้านกฎหมาย วันหนึ่งมีปัญหาอาจจะต้องการให้เราช่วย support

ส่วนในเคสยาก ๆ เราจะมีทีมที่ปรึกษาภายนอกด้วยสำหรับเรื่องเฉพาะทาง เฉพาะอย่าง เราอาจจะต้องการปรึกษาเรื่องนี้เป็นพิเศษ

 

The People: ต้องติดตามไปในแต่ละพื้นที่ของประเทศไหม

ณัทธร: ถ้าจะทำงานให้ดี เราต้องรู้จักงานที่เราทำ ก็มีไป market visit ในเขตต่างจังหวัด หรือในส่วนร้านค้าแบบต่าง ๆ อยากที่จะรู้จัก มันจะช่วยให้เราเข้าใจคนที่เราทำงานด้วยว่าเขาต้องไปเจออะไรหน้างาน และเราจะรู้ว่าเขาต้องการ support อะไรจากเรา

 

 

The People:  ฟังดูน่าสนุกนะ น้ำเสียงตรงที่บอกว่าไป market visit ?

ณัทธร: สนุกดีนะ เราได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น หรือให้ไปที่ที่เราเคยไปตอนวัยรุ่น ตอนนี้ก็ อ้าว ! เป็นแบบนี้แล้วเหรอ จะเปลี่ยนตลอดเวลา เราติดที่นี่ เพราะเรา enjoy กับงานตรงนี้ การไป market visit คือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เหมือนการได้รู้จัก การได้ celebrate ร่วมกัน

ที่นี่จะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ชอบมาก คือบาร์ที่สำนักงานทุกวันศุกร์ เราจะได้มานั่งพูดคุย ได้มา catch up ได้ celebrate ว่า โอ๊ย ! อาทิตย์นี้ แฮปปี้นะ ฉันได้ทำสิ่งนี้ผ่านไป

นี่คือปรัชญาของบริษัท เราเข้ามาแล้วรู้สึกว่า มัน fit กับสิ่งที่เราเชื่อ คือเป็นคนที่มีความเชื่อในเรื่อง balance คือชอบทำงานไหม ชอบ แต่เราจะไม่ทำงานแบบ extreme จนเกินไป เราจะแบ่งเวลาให้กับผู้คนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อนฝูง ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาที่นี่ว่า เราสามารถ celebrate life ได้แบบ everywhere everytime ด้วยวัยทำงาน เราไม่มีเวลาไปเที่ยวไหน หรือเฉลิมฉลองอะไรแบบหนัก ๆ แต่ในทุกโมเมนต์ ในทุกความรู้สึกดีๆ  เราก็ celebrate ได้  อาจจะแค่มื้อเย็นกับคนที่บ้าน อะไรทำนองนี้

 

The People: คำแนะนำสำหรับนักกฎหมายรุ่นน้อง ?

ณัทธร:  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหน สายงานไหน อยากให้ทุกคนหาตัวเองให้เจอ ให้รู้ตัวก่อนว่านั่นใช่สิ่งที่เราชอบหรือเปล่า เพราะว่าอย่างเราเอง เลือกจะอยู่ตรงนี้ เพราะได้ลอง ได้ลองสัมผัส แล้วคิดว่านี่แหละตัวเรา ถึงเลือกที่จะมาอยู่ แล้วทำให้เรามีความสุขในทุก ๆ วันที่เราทำงาน ให้เราดูว่าใช่ที่ของเราหรือเปล่า เรามี passion หรือเปล่า อันนี้เป็นคำแนะนำว่าขอให้รู้จักตัวเองก่อน

งานกฎหมายเป็นเรื่องของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เราต้องศึกษาองค์กรด้วย ศึกษาใจเราเองด้วยว่าเราเหมาะกับสิ่งนี้หรือเปล่า แล้วถ้าจะทำอย่างที่นี่ สิ่งหนึ่งที่เราเชื่อคือ เราอยากเข้ามาทำตรงนี้ให้ถูกต้อง ให้เป็นไปตามกฎหมาย ให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี

  


Director / Editor-in-Chief at The People

ค้นพบความสุขจากการอ่านและการเขียน ตื่นเต้นที่จะสนทนากับผู้คนหลากหลายวิชาชีพ ทว่าลึกลงไปในความสนใจส่วนตัว เขาชื่นชอบเสียงเพลงและหลงใหลในเครื่องดื่มบางชนิดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

Photographer

ช่างภาพนิ่งและเคลื่อนไหว

Related

“ผมไม่ใช่ผู้ชุบชีวิตลิโด้ แต่คือพวกคุณทุกคน” สัมภาษณ์ เทพอาจ กวินอนันต์ กับแนวคิดการบริหารธุรกิจเฉพาะตัว

อร BNK48: หนังสือเล่มแรก เที่ยวอิตาลี แฟชั่นนิสตา ความหลงใหลในน้ำหอม

สัมภาษณ์ ธนา ต่อสหะกุล ปั้น ‘พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น’ บริการหลังการขายอสังหาฯ ครบวงจร

สัมภาษณ์ สุธิราช วงศ์เทวัญ เส้นทางชีวิตลิเกกว่าจะเป็นพระเอกในหัวใจทุกคน

สัมภาษณ์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล พลังรักโรแมนติกของ LGBTQ ที่เปลี่ยนแปลงทัศนคติสังคม

สัมภาษณ์ จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ แห่ง KBank Private Banking ผู้บริหารความมั่งคั่ง 7.6 แสนล้านบาท

สัมภาษณ์สัญญา คุณากร: หลักคิดคนทำทีวีและเรื่องเล่าละคอนเวที ‘ถาปัด จุฬาฯ

สัมภาษณ์สุวจนา พินิจชัชวาล: แอดมินเพจ “ฉัน หนัง สือ” หญิงสาว ความรัก การอ่าน