Post on 31/07/2020

NEW MG ZS EV การเปลี่ยนหัวใจรถยนต์ที่ดีต่อเราและโลก

รถยนต์คันแรกของโลกถูกคิดค้นขึ้นมา เมื่อ 134 ปีที่แล้ว เพื่อพาเราเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง จนถึงวันนี้รถยนต์ได้มีการพัฒนาต่อเนื่องในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะความพยายามในการเปลี่ยน “เครื่องยนต์” ซึ่งเป็น “หัวใจ” ของรถยนต์จากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เป็น “มอเตอร์ไฟฟ้า” ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านได้มีการเพิ่มระบบไฟฟ้าอย่างแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้ทำงานควบคู่กับเครื่องยนต์เดิม ที่เราเรียกว่า รถยนต์ไฮบริด

ต่อมามีการพัฒนาจนมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน 100% ไม่ต้องเติมน้ำมัน โดยทำการตัดระบบเครื่องยนต์ออกทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ได้พลังงานจากการชาร์จไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่

เมื่อไม่มีเครื่องยนต์ การทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าจึงเงียบ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ไม่มีไอเสีย และการใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อน ยังเป็นการใช้พลังงานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานของเครื่องยนต์ที่จะมีการสูญเสียพลังงานในระหว่างการทำงาน

คำถามคือ เราพยายามพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพกันเพื่ออะไร ในเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าก็ยังคงเป็นรถยนต์เมื่อ 134 ปีก่อน ที่เราใช้เป็นพาหนะเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดรวมทั่วโลกมากกว่า 4.5 ล้านคัน และกำลังมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของภาครัฐในหลายประเทศ ทั้งมาตรการทางภาษี สิทธิพิเศษต่าง ๆ รวมทั้งประเทศอย่าง นอร์เวย์ ที่เริ่มมีการวางแผนให้ทั้งประเทศเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ภายในปี 2025

ปัจจัยหลักที่เร่งให้มีการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากทั่วโลก มีสาเหตุจากปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ PM 2.5 ที่พบเห็นได้มากขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่เคยมี PM 2.5 อยู่ในระดับวิกฤตในหลายเมืองใหญ่ แต่หลังจากมาตรการเร่งด่วนสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ตอนนี้ประเทศจีนมีอากาศที่สะอาดขึ้นกว่าเมื่อก่อน ฝุ่นละอองและ PM 2.5 น้อยลงมาก รวมไปถึงมลพิษทางเสียงที่น้อยลงอีกด้วย

ในขณะที่ฝั่งยุโรป ก็มีการเพิ่มพลังงานสะอาดเพื่อลดมลพิษ โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานลม พลังงานน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งนำมาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้โดยตรง เพื่อลดการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเติบโตในอัตราก้าวกระโดด และจะเป็นการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมยานยนต์อีกครั้ง เพื่อโลกที่ดีขึ้น

การที่รถยนต์ไฟฟ้ามาตอบโจทย์เพื่อช่วยทำให้โลกเราดีขึ้น สะอาดขึ้น ทำให้บางคนยังมีความเชื่อว่า รถยนต์ไฟฟ้าไว้สำหรับคนรักโลกเท่านั้น เพราะต้องเป็นคนที่ยอมจ่ายเงินซื้อรถยนต์ไฟฟ้าราคาแพง ไม่สะดวกในการใช้งาน แล้วยังหาที่ชาร์จไฟลำบาก

แต่ทุกวันนี้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามเทรนด์ของโลก เพราะคนเริ่มเข้าใจการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ประกอบกับมีรถยนต์ที่น่าสนใจออกมามากมาย อย่างเช่น ปีที่แล้วที่ทาง MG ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการนำ NEW MG ZS EV เข้ามาทำตลาด ชูจุดเด่นของการเป็นรถ SUV พลังงานทางเลือก ที่ใช้งานง่าย ทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ยังคง Utility ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของ SUV ไว้อย่างเต็มขั้น และอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่น ฟีเจอร์ อย่างครบครัน เทียบชั้นได้กับออปชั่นของรถใน D-segment ในราคาที่จับต้องได้ที่ 1.19 ล้านบาท

โดย NEW MG ZS EV มีจุดเด่นที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ประหยัดค่าบำรุงรักษา ดูแลง่าย ไม่ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง พร้อมรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร เพียง 8,545 บาทเท่านั้น

แบตเตอรี่ของ NEW MG ZS EV เป็นแบบลิเธี่ยม ไอออน (Lithium-ion) ความจุ 44.5 kWh มีพละกำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) ให้ระยะทางขับเคลื่อนสูงสุด 337 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC หรือมาตรฐานการทดสอบความประหยัดน้ำมันและมลพิษของยุโรป) เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการขับขี่ในระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร หรือหากต้องเดินทางไกล ก็สามารถตรวจสอบสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อวางแผนการเดินทางได้ผ่านระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งการชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charge) จะใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-80% ประมาณ 30 นาที การชาร์จไฟอีกวิธี คือการชาร์จไฟแบบธรรมดา (Normal Charge) ผ่าน MG Home Charger ที่สามารถติดตั้งได้ที่บ้าน ใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-100% เพียง 6.5 ชั่วโมง และเมื่อชาร์จไฟเต็ม 100% ระบบจะทำการตัดไฟอัตโนมัติ นอกจากจะชาร์จไฟได้ง่ายแล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายของพลังงานน้อยกว่า 1 บาทต่อกิโลเมตร*

นอกจากการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ปราศจากมลพิษ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว NEW MG ZS EV ยังมาพร้อมเทคโนโลยีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถสั่งการและตรวจเช็ครถยนต์ผ่านมือถือได้ เช่น เช็คสถานะแบตเตอรี่ สถานะการชาร์จที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ การค้นหาสถานีชาร์จ เป็นต้น เทคโนโลยีความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญ NEW MG ZS EV ติดตั้งระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System มาให้ถึง 21 ระบบ และล่าสุดกับเทคโนโลยีการเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบ Module ที่สามารถเลือกเปลี่ยนเฉพาะโมดูลที่เสียหายได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งหมด

รถยนต์ไฟฟ้าในวันนี้ ใช้งานได้ง่ายและตอบโจทย์ความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องดีไซน์ สมรรถนะ การใช้งานที่สะดวก ฟังก์ชั่น ฟีเจอร์ ที่ทันสมัยมากมายตามแบบของรถยนต์ไฟฟ้า และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่ถูกกว่าการเติมน้ำมัน รวมทั้งค่าบำรุงรักษาได้ในระยะยาวที่น้อยกว่า เพราะมีชิ้นส่วนที่สึกหรอน้อยกว่าเครื่องยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

รถยนต์ที่เราเลือกในตอนนี้ เลยไม่ใช่แค่เป็นเพียงพาหนะที่ใช้เดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอย่างในอดีตแล้วเท่านั้น แต่ต้องตอบโจทย์ด้วยการสร้างคุณค่า และประโยชน์ให้ผู้ใช้งานอย่างเรา แล้วยังต้องสร้างคุณค่าให้กับโลกใบนี้อีกด้วย

 

* จากข้อมูลการศึกษาของ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยของอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานบน ECO Sticker เทียบกับอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศ (ข้อมูลอ้างอิงจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เดือนมิถุนายน 2563)

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related