Post on 09/12/2020

นิกกี ซิกซ์ มือเบสวง Motley Crue ร็อกสตาร์ที่เสพยาจนไม่หายใจและฟื้นจากความตายมาเขียนเพลง

“เฮโรอีนเกือบจะฆ่าผมแล้ว อันที่จริงมันฆ่าผมตายไปแล้วด้วยซ้ำ”

23 ธันวาคม 1987 นิกกี ซิกซ์ (Nikki Sixx) มือเบสพ่วงด้วยตำแหน่งผู้ร่วมก่อตั้งและคนเขียนเพลงประจำวง Mötley Crüe วงดนตรีแนว heavy metal, hair metal สัญชาติอเมริกัน ที่โด่งดังในยุค 80s เจ้าของเพลงดังอย่าง ‘Kickstart My Heart’, ‘Girls, Girls, Girls’ และ ‘Home Sweet Home’ ถูกพบด้วยสภาพใกล้เป็นศพที่แฟรงคลิน พลาซา อพาร์ตเมนต์ (Franklin Plaza Apartments) ในฮอลลีวูด เสียงไซเรนรถพยาบาลดังลั่น ร่างเปลือยท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยสักของซิกซ์นอนแน่นิ่งเพราะเสพยาเกินขนาด ซิกซ์ถูกหามขึ้นเปลสนาม และอีกไม่นานเนื้อตัวของเขาก็ระโยงระยางด้วยเครื่องไม้เครื่องมือกู้ชีวิต

ซิกซ์ไม่หายใจแล้ว หัวใจของเขาหยุดเต้น สำนักข่าวต่างรายงานถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น

“นิกกี ซิกซ์ตายแล้ว” พวกเขาบอก

/ Trigger Warning : drugs, depression, suicidal thoughts, Death /

“ผมรู้สึกว่ามีสัมผัสที่อ่อนโยนมาก ๆ มาดึงผมขึ้น แล้วตัวผมก็ลอยขึ้นไป ผมมองลงไปข้างล่าง และก็แน่ใจว่าวิญญาณผมหลุดไปแล้ว ข้างล่างนั่นนิกกี ซิกซ์ กับร่างกายเลอะเทอะรอยสักของมันถูกคลุมด้วยผ้าขาวและหามออกไป ผมจำได้ว่าหมอที่พยายามช่วยชีวิตผมพูดว่า จะไม่มีไอ้หน้าไหนมาตายบนรถพยาบาลของกู”

ไม่นานหลังจากนักข่าวรายงานถึงความตายของเขา ซิกซ์ก็ฟื้นขึ้นมาด้วยการช่วยเหลือทางการแพทย์ นักดนตรีหนุ่มที่ยังออกจะมึน ๆ อยู่สักหน่อยกระชากสายที่ห้อยเกะกะอยู่ตามตัวออก ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนที่อยู่ที่นั่น นิกกี ซิกซ์เดินสะเปะสะปะจากมาแบบไม่รู้ทิศทาง

“มีตำรวจเดินเข้ามาถามบางอย่างกับผม แล้วผมก็บอกให้มันไปตายห่าซะ ผมเดินไปเจอเด็กสาวสองคน พวกเธอร้องไห้อยู่และดูแปลกใจที่เห็นผมหลังจากนักข่าวบอกว่าผมตายไปแล้ว พวกเธอขับรถไปส่งผมที่บ้านพร้อมกับพร่ำสอนผมให้เลิกยาเสพติดไปด้วย”

Home Sweet Home

ย้อนเวลากลับไป เส้นทางสายเสพของซิกซ์เริ่มขึ้นด้วยความขมขื่นของชีวิตในวัยเด็ก ซิกซ์มีชื่อเดิมว่า Frank Carlton Serafino Feranna Jr. ซึ่งตั้งตามชื่อพ่อที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่ขวบปีแรก ๆ ที่เด็กชายแฟรงก์ลืมตามาดูโลก แฟรงก์ใช้วัยเด็กด้วยการย้ายกลับไปกลับมาระหว่างบ้านของตายาย และบ้านของแม่ ตลอดระยะเวลา 11 ปี แฟรงก์ย้ายไปแล้วถึง 7 โรงเรียนด้วยกัน

แม่ของแฟรงก์มีแฟนหนุ่มมากหน้าหลายตา และมักจะพาหนุ่ม ๆ เข้าบ้านมาทักทายผูกมิตรกับลูกชายของเธอเสมอ หนึ่งในพวกเขาสอนให้แฟรงก์เล่นกัญชาตั้งแต่ 6 ขวบ ขณะที่อีกหนึ่งคนเคยทำร้ายร่างกายแฟรงก์ ปมที่ถูกพ่อทิ้ง แม่ก็มีสามีแต่ละปีไม่ซ้ำคน ทำให้แฟรงก์กลายเป็นเด็กมีปัญหา และเริ่มหันหน้าเข้าหาเหล้าและยาเสพติดอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนั้น

ที่โรงเรียน แฟรงก์มีอาชีพเสริมเป็นเด็กส่งยา มีหนึ่งครั้งที่เขาโดนจับได้และถูกไล่ออก นอกจากนี้ความสนใจทางดนตรีของแฟรงก์ก่อนที่จะกลายมาเป็นมือเบสชื่อกระฉ่อนอย่างทุกวันนี้ยังมีที่มาจากการขโมยกีตาร์ชาวบ้านมาเล่น จนภายหลังเขาเอากีตาร์ตัวนั้นไปแลกเป็นเบส พร้อมความคิดห่าม ๆ ที่เปี่ยมความตั้งใจว่า “กูอยากทำวงดนตรีว่ะ”

แฟรงก์ เด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่ไม่อยากให้ใครเรียกด้วยชื่อของพ่อที่ไม่เคยเลี้ยงจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น นิกกี ซิกซ์ และเริ่มมองหาสมาชิกวง Mötley Crüe ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตู้เสื้อผ้า ยาเสพติด และปืนสั้น

“ตอนนี้คุณอาจจะอยู่ในนรก แต่อีกแปดวินาทีถัดมาคุณจะพบว่าตัวเองกำลังอยู่บนสวรรค์ นั่นคือสิ่งที่ยาเสพติดทำ”

นี่คือคำที่ดรักดีลเลอร์ของซิกซ์ในเวลานั้นบอกกับเขา หลังจาก Mötley Crüe ฟอร์มวงและวางขายอัลบั้มแรก ‘Too Fast For Love’ พวกเขากลายเป็นที่รู้จักในเวลาไม่นานนัก ด้วยภาพลักษณ์วงร็อกบ้าระห่ำที่สุดแห่งยุค ความสำเร็จของตัววงตามมาด้วยการออกทัวร์ตามเมืองต่าง ๆ พวกเขาอิ่มหนำสำราญด้วยเหล้า ผู้หญิง และแน่นอนว่ายาเสพติดที่เรียกได้ว่าสรรหามาปรนเปรอตัวเองได้อย่างไม่อั้น Mötley Crüe กลายเป็นมากกว่าวงดนตรีที่มีไว้ให้ซิกซ์ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ แต่มันกลายเป็นสิ่งที่เอื้อให้ซิกซ์ได้จมดิ่งสู่โลกของความเมามายได้มากกว่าที่เคยอีกด้วย

ในช่วงที่ตัววงเริ่มไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูงสุดของความโด่งดัง สารคดีของวงอย่าง The Dirt (2019) ได้ทำให้เราเห็นภาพของนิกกี ซิกซ์ และสารพันปัญหาที่เข้ามารุมเร้าเขาในช่วงนั้นได้ชัดขึ้น ทั้งปัญหาครอบครัวที่ยังตามมาหลอกหลอน และปัญหาในจิตใจของซิกซ์เองที่เริ่มจะมีภาวะซึมเศร้าเข้ามาแทรก ทำให้ซิกซ์เลือกใช้เวลาที่ว่างจากการทัวร์คอนเสิร์ต สังสรรค์ และร่วมรักกับสาว ๆ ไปกับการยัดตัวเองใส่ตู้เสื้อผ้าแล้วเล่นยาอย่างหนักหน่วง ซึ่งเพื่อน ๆ ในวงก็ออกจะกังวลอยู่ไม่น้อย เพราะพี่ซิกซ์แกไม่ได้เข้าไปเล่นซ่อนแอบในตู้ด้วยตัวเปล่า ๆ แต่แกพกปืนสั้นเข้าไปด้วย สร้างความระแวงให้สมาชิก (ที่ก็เล่นยาเหมือนกัน แต่ไม่หนักเท่า) ว่าไอ้มือเบสคนนี้มันจะจากไปก่อนวัยเพราะโอเวอร์โดส หรือเพราะเมาจนลั่นไกใส่หัวตัวเองเข้าสักวันกันแน่ ซึ่งซิกซ์ได้พูดถึงตัวเองในช่วงเวลานั้นว่า

“ผมไม่รู้สึกถึงการเชื่อมต่อระหว่างตัวเองกับโลกใบนี้เลย ผมยินดีที่จะจากไป ชีวิตไม่สำคัญสำหรับผม”

The Heroin Diaries: บันทึกขวบปีแห่งความมึนเมา

“ผมเขียนบันทึกเล่มนี้ขึ้นด้วยเหตุผลไม่กี่ข้อ หนึ่ง, ผมไม่มีเพื่อนเหลือแล้ว สอง, ผมจะได้กลับมาอ่านและจำได้ว่าเคยทำอะไรไว้บ้าง และสาม, ถ้าผมตาย อย่างน้อยผมก็ได้ทิ้งจดหมายลาไว้ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชีวิตห่า ๆ ของผมว่ะ”

เหล่านี้คือเนื้อความที่ปรากฏในเพลง X-Mas In Hell แทร็กเปิดของอัลบั้ม The Heroin Diaries Soundtrack เมื่อปี 2008 ของวง Sixx:A.M. วงดนตรีที่ซิกซ์สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเขาเองผ่านบทเพลงที่เล่าและร้อยเรียงด้วยภาษาดนตรีแบบที่ต่างไปจากวงหลักของเขาอย่าง Mötley Crüe โดยอัลบั้มที่พูดถึงนี้เป็นอัลบั้มแรกของวงที่ทำขึ้นเพื่อเป็นซาวนด์แทร็กประกอบหนังสือ The Heroin Diaries: A Year In The Life Of A Shattered Rock Star หนังสือชีวประวัติว่าด้วยยาเสพติดหลากขนานโดยเฉพาะเฮโรอีน ยาเสพติดชนิดโปรดของมือเบสหนุ่มเจ้าของตำนาน ‘ตายแล้วฟื้น’

หลังจากรอดพ้นจากความตายและผ่านเหตุการณ์อีกมากมายร่วมกับเพื่อน ๆ ในวง ซิกซ์และคณะดนตรีจอมบ้าของเขาตัดสินใจที่จะฉุดกระชากลากกันเองไปบำบัดอาการติดยา และรักษาตัวเองจนกลายเป็นวงร็อกสมองใสที่ยังคงความร้ายกาจทางดนตรีแต่ไม่พี้ยาอีกต่อไป

ซิกซ์รัก ๆ เลิก ๆ กับยาเสพติดอยู่อีกหลายครั้ง ก่อนที่จะหย่าขาดเอาจริงเอาจังได้เมื่อปี 2004

Life is Beautiful

/ You can’t quit until you try. You can’t live until you die. /

“คุณเลิกไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่ลอง คุณมีชีวิตไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่ตาย”

เหล่านี้คือเนื้อเพลง ‘Life is Beautiful’ ในอัลบั้ม The Heroin Diaries Soundtrack จากปลายปากกาของซิกซ์เพื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาเสพยาอย่างหนักจนไม่หายใจและฟื้นกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง ทุกท่อนในเพลงบอกเล่าถึงความรู้สึกของซิกซ์เองที่ความตายได้กลายเป็นจุดเปลี่ยน มันเปิดดวงตาของเขาเพื่อให้มองเห็นโลกในมุมใหม่ ๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม อย่างในท่อนคอรัสของเพลงที่ร้องว่า 

/Just open your eyes and see that life is beautiful. /

“แค่ลืมตาแล้วจะเห็นว่าชีวิตช่างสวยงาม”

นอกจากเพลงนี้แล้ว ในอัลบั้มเดียวกันยังบรรจุเพลงอย่าง ‘Accidents Can Happens’ ที่บอกเล่าเรื่องราวการกลับไปเสพยาอีกครั้ง และพยายามที่จะเลิกมันรอบแล้วรอบเล่า ซึ่งซิกซ์ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาในเชิงให้กำลังใจคนที่ต้องการเลิกยาด้วยถ้อยคำอย่าง “อย่ายอมแพ้นะ มันต้องใช้เวลา ผมเคยผ่านมันมาแล้ว คุณไม่ได้ตัวคนเดียว” และ “คุณก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ ไม่เป็นไรนะ มันไม่ใช่ทั้งชีวิตของคุณหรอก”

Life After Death

“ผมยังชอบตู้เสื้อผ้านะ มันมืดและสงบ แน่ละว่าผมเคยมีช่วงเวลาแย่ ๆ ในนั้น แต่คงไปโทษตู้เสื้อผ้ามันไม่ได้หรอก” ซิกซ์พูดติดตลกเมื่อถูกถามว่าหลังจากเลิกยาแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขาและตู้เสื้อผ้าที่เขาเคยใช้เป็นแหล่งมั่วสุมนั้นเป็นอย่างไรบ้าง และกล่าวเสริมว่า

“ทุกวันนี้ผมมีความสุขดีที่ตัวเองมีสติ ผมชอบที่ตัวเองคิดอะไรได้ชัดเจนและไม่อยากมีชีวิตแบบมึน ๆ เมา ๆ อีกแล้ว ผมไม่รู้สึกว่ามีรูโหว่ตรงท้องที่ต้องหาอะไรมาเติมให้เต็มอีกต่อไป สุดท้ายแล้วผมรู้ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมได้รับของขวัญมามากมายแค่ไหน ผมได้ทำเพลง มีลูก ๆ ที่น่ารัก มีคนรอบตัวที่เยี่ยมยอด มันคงจะดีถ้าผมตอบแทนอะไรพวกเขาได้บ้างจากจุดที่ผมยืน”

ปัจจุบัน นิกกี ซิกซ์ ในวัย 62 ปี เลิกยาเสพติดทุกชนิดและหันมาจริงจังกับการทำเพลงทั้งกับวง Mötley Crüe และโปรเจกต์ Sixx:A.M. นอกจากนี้ซิกซ์ยังบอกว่าแม้จะเลิกยาแบบตัดบัวไม่เหลือใยแล้ว เขาก็ยังคงเป็นนักเสพเหมือนเดิม เพียงแต่เสพสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น 

“ช่วงนี้ผมเสพติดพวกรูปถ่าย การถ่ายภาพ ผมสนใจอะไรที่ดูสุขภาพดี ต่อให้มันจะย้อนแย้งหน่อย ๆ เพราะผมยังสูบบุหรี่ แต่ว่าผมมีแพชชันกับการเป็นพ่อที่ดีเพื่อไม่ให้ลูกเดินซ้ำรอยตัวเองในวัยเด็ก และแน่นอนว่าผมมีแพชชันกับดนตรีมากกว่าที่เคยมีตอนหนุ่ม ๆ ซะอีก”

 

ที่มา : https://ultimateclassicrock.com/nikki-sixx-dies/

https://www.biography.com/musician/nikki-sixx

https://nikki-sixx.com/bio/

https://www.imdb.com/name/nm1015634/bio

https://www.loudersound.com/features/nikki-sixx-when-i-was-high-i-was-happy-to-be-gone-it-didn-t-matter-to-me

https://www.latimes.com/opinion/op-ed/la-oe-sixx-opioid-crisis-20170929-story.html

https://ultimateclassicrock.com/nikki-sixx-heroin-hell/

https://www.chron.com/entertainment/music/article/Nikki-Sixx-tells-of-addiction-in-Heroin-Diaries-1846529.php

https://forwardrecovery.com/motley-crue-founder-nikki-sixx-speaks-out-about-the-opioid-crisis-and-addiction-awareness/

https://www.theguardian.com/culture/2014/oct/24/30-minutes-with-nikki-sixx-motley-crue-sixx-am

https://www.blabbermouth.net/news/nikki-sixx-says-motley-crues-live-wire-is-about-domestic-violence/

https://www.grunge.com/146818/the-untold-truth-of-motley-crue/

https://www.newsweek.com/motley-crue-nikki-sixx-overdose-dirt-1368786#:~:text=But%20just%20seven%20months%20later,had%20injected%20him

 

เรื่อง: จิรภิญญา สมเทพ


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

‘พ่อ’ ของ ‘เฉินหลง’ เคยเป็น ‘สปาย’ และ ‘แม่’ เคยเป็น ‘แม่ค้ายา’ ซึ่งทั้งสองตกหลุมรักกันภายหลังการจับกุม

อกาธา คริสตี : เคยหายตัวแบบ Gone Girl 11 วัน ปริศนาชีวิตของราชินีขี้อายแห่งวงการนวนิยายอาชญากรรม

แฟรงก์ ซินาตรา: ชายผู้พาเพลง Fly Me To The Moon ไปถึงดวงจันทร์ก่อน นีล เอ อาร์มสตรอง (?)

‘เธอไม่ได้แปลกแยก เธอคือดวงดาว’ จดหมายผ่านเพลงจากไอยูถึงซอลลี่ เพื่อนรักผู้จากไกล

เวนดี้ Red Velvet : นักร้องเสียงสวรรค์ที่จะคอยอยู่เคียงข้างเรเวลัฟเสมอ

เคซีย์ แอฟเฟล็ก เปลี่ยนนิทานก่อนนอนสู่ภาพยนตร์ Light of My Life

เซลล์: สิ่งมีชีวิตผิดธรรมชาติในจักรวาล Dragon Ball ผู้ไร้เป้าหมายในชีวิต

ธีโลเนียส มังค์ อัจฉริยะดนตรีผู้เดียวดาย