Post on 02/12/2019

รีวิวคอนเสิร์ต Noel Gallagher’s High Flying Birds ถึงไม่กลับไปรวมวง แต่จัดเต็มเพลง Oasis เกือบสิบเพลง แถมเด็ด ๆ อีกเพียบ!

จบไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ต Noel Gallagher’s High Flying Birds Live In Bangkok 2019 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ปี 2562 งานนี้ต้องบอกว่าคุ้มค่ากับการรอคอยของแฟน ๆ ทั้งแฟนเพลงของ โนล กัลลาเกอร์ และแฟนเพลง Oasis เพราะสุดยอดร็อคสตาร์ฝีปากกล้าจากยุค 90s ที่ Very Radio พาบินลัดฟ้ามาหาชาวไทยถึงที่ ขนเพลงเด็ดทั้งเก่าและใหม่มาเพียบ เรียกได้ว่าจัดเต็มแบบให้หายคิดถึงกันไปข้าง

เริ่มต้นคอนเสิร์ตในเวลาสองทุ่มตรงด้วยการแสดงจากวง สมเกียรติ ที่ขึ้นมาแจกความสนุกสนานด้วยน้ำเสียงและลวดลายเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเพลงดังอย่าง ‘ทนไว้’, ‘ขอวอน 2’ รวมไปถึงเพลงใหม่จังหวะกลาง ๆ อย่าง ‘คิดถึงขนาด’ และ ‘ดาวกะพริบ’ ที่ทางวงทำโชว์ออกมาได้ดีทีเดียว ด้วยจังหวะดนตรีที่ชวนให้โยกตัวเบา ๆ หรืออยากจะยืนจิบเบียร์ชิลล์ ๆ บิลด์ความสนุกอยู่บริเวณซุ้มด้านนอกก่อนก็ยังได้ ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงฮิตอย่าง ‘ช่างมัน’ แล้วโบกมือลาลงจากเวทีไปในเวลาเกือบสามทุ่ม

ผู้คนเริ่มเดินมาจับจองพื้นที่หน้าเวทีกันมากขึ้นระหว่างที่รอให้พระเอกของวันนี้ Noel Gallagher’s High Flying Birds เตรียมวง และในที่สุดเราก็ได้พบกับ โนล กัลลาเกอร์ และสมาชิกวงในเวลาสามทุ่มครึ่ง พร้อมด้วยเสียงดนตรีเปิดตัวจังหวะเร่งเร้าและชวนให้ตื่นเต้นจากเพลง ‘Fort Knox’ ต่อด้วยเพลงดังจากอัลบั้ม Who Built The Moon? อย่างเพลง ‘Holy Mountain’ ให้แฟน ๆ ได้โบกไม้โบกมือ โยกตัวตามจังหวะ Cosmic Pop ตามมาด้วย ‘Keep On Reaching’, ‘It’s a Beautiful World’ และ ‘She Taught Me How To Fly’ จากอัลบั้มเดียวกัน เรียกได้ว่าใครที่ชอบความแปลกใหม่และสไตล์ดนตรีของอัลบั้มนี้ก็ได้ฟังยาว ๆ กันแบบเต็มอิ่ม

“สวัสดีประเทศไทย พวกเรา Noel Gallagher’s High Flying Birds พวกคุณสนุกกันใช่มั้ย”

คำทักทายสั้น ๆ จากนักร้องนำของวงอย่างโนล เรียกเสียงตอบรับจากแฟน ๆ ไปอย่างล้นหลาม ท่ามกลางบรรยากาศที่ค่อนข้างจะร้อนระอุของ Show DC Arena สถานที่จัดงาน โนลและวงก็ยิ่งโหมกระหน่ำความร้อนแรงให้กับเวทีขึ้นไปอีกด้วยดนตรีเท่ ๆ ในเพลง ‘Black Star Dancing’, ‘Rattling Rose’ และ ‘This Is The Place’ ที่ได้เสียงเพราะ ๆ ของคอรัสสาวที่รับกับเสียงทุ้มห้าวของโนลอย่างเหมาะเจาะช่วยเติมเต็มให้เพลงมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น ก่อนจะเบรกอารมณ์เดือด ๆ นั้นด้วยจังหวะกลางกับเมโลดี้เพราะ ๆ จากเพลง ‘Wandering Star’ และดำดิ่งไปกับเสียงร้องสดเพราะ ๆ กับเนื้อหาสุดลึกซึ้งจากเพลง ‘Dead in the Water’

เสียงกลองต้นเพลง ‘The Importance of Being Idle’ ทำให้แฟน ๆ โซนหน้าเวทีส่งเสียงร้องอย่างชอบอกชอบใจ ก่อนจะร้องคลอไปกับทั้งบทเพลงจาก Oasis ที่ทุกคนคิดถึง ต่อด้วย ‘Little by Little’ ให้แฟนคลับได้ร้องตะโกนตามเนื้อเพลงรับกับจังหวะกลองหนัก ๆ ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังขึ้นจากคนดูทั้งหมดเมื่อเพลงต่อไปที่โนลเลือกมาร้องคือ ‘Whatever’

“I’m free to be whatever I, whatever I choose and I’ll sing the blues if I want”

เสียงร้องและปรบมือเป็นจังหวะตามของคนดูในคอนเสิร์ตช่วยเติมเต็มให้เพลงนั้นสมบูรณ์และอิสระได้ยิ่งกว่าการฟังจากเทปหรือแผ่นเสียงเป็นไหน ๆ ก่อนจะต่อด้วยเพลง ‘The Masterplan’ และ ‘Half the World Away’ ที่ต้องบอกว่าคนดูร้องตามกันดังมากจริง ๆ

ขาดไม่ได้คือเพลงที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Oasis ที่โนลไม่ลืมหยิบมาร้องด้วย เพียงแค่ท่อนแรกของเพลง ‘Wonderwall’ ดังขึ้น ทุกคนในลานกว้างก็ตื่นตัวกันแบบสุด ๆ เสียงร้องคลอในเพลงนี้ดังกว่าเพลงไหน ๆ บ้างก็ชูมือสุดแขนแล้วตะโกนร้องเพลงจนดังสุดเสียง บ้างก็ยกโทรศัพท์มาบันทึกช่วงเวลาประทับใจนั้นเอาไว้ ราวกับจะบอกให้คนบนเวทีรู้ว่า “And after all, you’re my wonderwall” อย่างในเนื้อเพลงที่เจ้าตัวเขียน ต่อด้วยอีกเพลงสุดคลาสสิกจาก Oasis อย่าง ‘Stop Crying Your Heart Out’ ที่ต้องบอกว่าสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เพราะหลังจากเพลงนั้นโนลก็โบกมือลาและเดินลงจากเวทีไป ปล่อยให้แฟน ๆ ตะโกนเรียกทั้งโนล, เลียม, Oasis และทีมโปรดโนลอย่างทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สลับกันไป และตบท้ายด้วยการร้องเพลง ‘Live Forever’ ปากเปล่ากันเองซะเลย

สักพัก โนลและวงก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ต้องรอเก้อ พวกเขากลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งเพื่อทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้สมบูรณ์ขึ้นด้วยเพลง ‘AKA…What a Life!’ ตามด้วย ‘Don’t Look Back in Anger’ ก่อนจะยกมือไหว้แฟน ๆ ชาวไทยหนึ่งที และปิดท้ายไปด้วยเพลงสุดท้ายอย่าง ‘All You Need Is Love’ ที่โนลหยิบเอาเพลงโปรดจาก The Beatles มาร้องแทนคำบอกลา

ภาพรวมของคอนเสิร์ตเรียกได้ว่าศิลปินทำได้ดีสมมาตรฐาน สามารถตรึงความสนใจคนดูได้ตลอดงานทั้งช่วงที่เป็นเพลงของวงเอง และเพลงจาก Oasis วงเก่าของโนลที่แม้บรรดาแฟน ๆ จะลุ้นให้โนลและเลียม สองพี่น้องคู่กัดรีเทิร์นกลับมาทำเพลงด้วยกันมากแค่ไหน แต่เหมือนว่า Oasis จะกลายเป็นแค่ความทรงจำไปเสียแล้ว แต่โนลก็ไม่เคยลืมความทรงจำนั้น และหยิบเพลงจาก Oasis มาสร้างความสุขให้แฟน ๆ เพราะแน่นอนว่าสิ่งที่หล่อหลอมความเป็นโนลในวันนี้ก็คือ Oasis และสำหรับคอนเสิร์ตนี้ที่แม้โนลและวงจะไม่ได้เอนเตอร์เทนคนดูด้วยคำพูดอะไรมากมาย แต่แค่เพลงในเซ็ตลิสต์ที่จัดหนักจัดเต็ม ก็ทำให้ทุกคนในคอนเสิร์ตทั้งสนุกและหายคิดถึงพวกเขาไปได้มากทีเดียว

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก IG: @cakenapat และ @juanpedrocursos

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

รีวิวคอนเสิร์ต LANY พัฒนาการก้าวกระโดด สนุกกว่าทุกครั้ง ดีเท่และเก่งขึ้นมาก

รีวิวคอนเสิร์ต The 1975 แมตตี้อย่างบ้า ซาวนด์โคตรดี คนถ่ายวิดีโอตลอดโชว์ และไฮไลท์ที่สะท้อนให้เห็นความน่ากลัวของน้ำมือมนุษย์

Midsommar: คนบ้า ศาสนาคลั่ง

Joker 2019: “โจ๊กเกอร์” ราษฎรก็อตแธมเต็มขั้น

The Peanut Butter Falcon: “เพื่อนคือครอบครัวที่เราเลือกเอง”

โฆเซ การ์เรรัส กับคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในไทย “สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชีวิต”

อดิสรณ์ พึ่งยา “นักข่าวสายกีฬา ฟุตบอล การรอคอย และความสำเร็จ”

หนึ่งวัน ณ เขาใหญ่ กับ “ครอบครัวคันโต” ที่จะพาไปเจอกับ “ความสงบ ดนตรี เรือดำน้ำ และ ไร่ไวน์”