Post on 07/05/2019

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

ใกล้เปิดเทอมใหญ่ทีไร นั่นหมายถึงได้เวลาที่พ่อแม่ผู้ปกครองของ “นักเรียน” ชั้นอนุบาลถึงมัธยมปลายที่มีจำนวนกว่า 8.5 ล้านคนทั่วประเทศ จะซื้อหาสินค้าที่เกี่ยวกับการศึกษาให้ลูก ๆ หลาน ๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า ถุงเท้า ฯลฯ (ใครที่โตในยุค 90s อาจยังพอจำของเล่นแสนสนุกทั้งหลายที่แถมมากับสินค้าพวกนี้กันได้ เผลอ ๆ ของแถมพวกนี้แหละที่เป็นตัวทำให้ตัดสินใจว่าจะซื้อยี่ห้อไหนเลยก็มี)

ขาดไม่ได้คือ “ชุดนักเรียน” ที่มีให้เลือกซื้อหลายยี่ห้อ บางคนอาจเป็นขาประจำของร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการศึกษาในราคาย่อมเยา หรือบางคนอาจเป็นแฟนพันธุ์แท้ของชุดนักเรียนตราสมอ สมใจนึก หรือ “น้อมจิตต์” ซึ่งยี่ห้อนี้ก่อตั้งมาแล้วเกือบ 60 ปี นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชุดนักเรียนที่มีความเป็นมายาวนานยี่ห้อหนึ่งของเมืองไทย 

ชุดนักเรียนน้อมจิตต์ มีที่มาจากสองสามีภรรยาคือ สุมิตร และ น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ แต่เดิมสุมิตรช่วยธุรกิจค้าขายของชำที่บ้านคือ ร้านคิมฮวด ส่วนน้อมจิตต์ช่วยธุรกิจของที่บ้านคือ ร้านร่วมจิตต์ ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป หลังแต่งงานในปี 2504 ทั้งคู่ก็แยกครอบครัวออกมาก่อตั้งธุรกิจของตัวเองคือ ร้านน้อมจิตต์ เป็นตึกแถว 1 คูหา ตั้งอยู่บนถนนสามเสน ตรงข้ามตลาดบางกระบือ กทม. ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปและกางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง

สินค้าอีกอย่างที่ร้านน้อมจิตต์ขายคือชุดนักเรียน โดยไปรับจากโรงงานมาจำหน่าย แต่ต่อมาเกิดปัญหาเพราะสมัยนั้นมีผู้ผลิตชุดนักเรียนเพียงไม่กี่ราย ทำให้ผลิตไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นร้านค้า น้อมจิตต์จึงคิดผลิตชุดนักเรียนขึ้นมาจำหน่ายเองเสียเลย โดยใช้ชื่อยี่ห้อว่า “น้อมจิตต์” เน้นชุดนักเรียนที่ตัดเย็บอย่างประณีตและมีความทนทาน

ความที่ถนัดค้าขายเป็นทุนเดิม ประกอบกับมีหน้าร้านจำหน่ายเสื้อผ้าอยู่แล้ว ทั้งยังเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้ชุดนักเรียนน้อมจิตต์เริ่มเป็นที่รู้จักกันปากต่อปาก ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี ยี่ห้อน้อมจิตต์ก็มีชุดนักเรียนครบทุกโรงเรียน ทั้งยังมีบริการปักตามระเบียบของแต่ละโรงเรียนอีกด้วย

กิจการของสุมิตรและน้อมจิตต์เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งปี 2516 สุมิตรก็ขยับขยายกิจการมายังตึกแถว 2 คูหา ฝั่งตรงข้ามร้านน้อมจิตต์เดิม ต่อมาก็ขยายเพิ่มเป็น 7 คูหา มีโรงงานผลิตชุดนักเรียนอยู่ชั้นบนของอาคาร จัดว่าเป็นร้านจำหน่ายชุดนักเรียนที่ใหญ่มากในยุคนั้นเลยทีเดียว

ให้หลังอีก 8 ปี ชุดนักเรียนน้อมจิตต์ยังโตไม่หยุด สุมิตรจึงเปิดสาขาใหม่เป็นตึกแถว 10 คูหา ย่านบางกะปิ เน้นจำหน่ายชุดนักเรียนซึ่งเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวไปเรียบร้อยแล้ว และยังจัดสรรพื้นที่ให้เป็นห้างและซูเปอร์มาร์เก็ต รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้เช่าทำร้านขายยา ร้านหนังสือ และร้านขายอาหาร ซึ่งการที่ลูกค้าสามารถมาครบจบในจุดเดียวนี่เองทำให้สาขานี้ได้รับความนิยมอย่างมาก จนสุมิตรสามารถซื้อตึกแถวเพิ่มรวมทั้งหมดเป็น 24 คูหา และซื้อลานจอดรถ 2 ไร่ด้านหน้า ต่อมาเมื่อเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ มาเปิดตรงข้าม ลูกค้าของร้านน้อมจิตต์ก็น้อยลง ท้ายสุดสุมิตรจึงต้องเลิกส่วนที่เป็นห้าง และให้ร้านค้าย่อยมาเช่าพื้นที่แทนการทำห้าง

ปี 2533 สุมิตรและน้อมจิตต์สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ซอยสามเสน 30 บนถนนสามเสนเช่นเดิม ตัวโรงงานเป็นตึก 4 ชั้น พื้นที่ราว 3,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับออร์เดอร์ชุดนักเรียนที่เข้ามาอย่างล้นหลาม จากนั้นปี 2537 ชุดนักเรียนน้อมจิตต์ก็ขยายสาขาในต่างจังหวัด สร้างฐานตลาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ก่อนที่ปี 2539 จะขยายโรงงานอีกครั้ง

ทุกวันนี้ ร้านน้อมจิตต์มี 4 สาขาในกรุงเทพฯ มีชุดนักเรียนไล่ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงชั้นมัธยมปลาย ชุดนักเรียนนานาชาติ ชุดกิจกรรมอย่างชุดยุวกาชาด ลูกเสือ และเนตรนารี ชุดพละ รวมทั้งรับผลิตชุดนักเรียนตามความต้องการของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่อาจมีรายละเอียดแตกต่างจากที่ผลิตเพื่อจำหน่ายอยู่แล้ว

หากใครคิดว่าชุดนักเรียนเป็นสินค้าของตาย ไม่ต้องมีนวัตกรรมใด ๆ ขอบอกว่าคิดผิด! เพราะชุดนักเรียนถือเป็นไฮไลท์เบอร์ต้น ๆ ของสินค้าเปิดเทอม (ปีที่แล้ว (2561) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าผู้ปกครองจะใช้จ่ายด้านการศึกษาช่วงเปิดเทอมใหญ่ คิดเป็นเงินราว 27,500 ล้านบาท ส่วนมูลค่าตลาดชุดนักเรียน ผู้ประกอบการบางรายคาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7,000 ล้านบาทในแต่ละปี)

ดังนั้น แต่ละยี่ห้อจึงต้องงัดไม้เด็ดมาใช้กันเต็มที่ เพราะปีเดียวมีช่วงเวลาทองขายได้ไม่กี่เดือนเท่านั้น และลูกค้าส่วนใหญ่ก็มักใช้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งยาวไปไม่ค่อยเปลี่ยน ถึงช่วงใกล้เปิดเทอมเมื่อไหร่ ทุกยี่ห้อจึงต้องงัดนวัตกรรมมาเป็นจุดเด่นเพื่อดึงดูด อย่างชุดนักเรียนตราสมอใช้นวัตกรรมที่ช่วยให้เนื้อผ้าไม่หมองง่าย ส่วนชุดนักเรียนน้อมจิตต์เอานวัตกรรมที่ทำให้ชุดนักเรียนมีสีซีดยากมาใช้ รวมถึงเอานวัตกรรม “แอร์ คูล” (Air Cool) มาใช้ เน้นชุดนักเรียนที่สวมใส่แล้วให้ความรู้สึกเย็นสบาย เนื้อผ้าช่วยระบายอากาศ สอดคล้องกับสภาพอากาศเมืองไทยที่นับวันจะร้อนขึ้นทุกที

น้อมจิตต์อยู่ปลุกปั้นและเฝ้ามองการเติบโตของชุดนักเรียนน้อมจิตต์มากว่าครึ่งศตวรรษ กระทั่งจากโลกนี้ไปเมื่อต้นเดือนเมษายนปีนี้ ด้วยวัย 85 ปี ฝากชื่อไว้เป็นหนึ่งในตำนานชุดนักเรียนขวัญใจเด็กไทยทั่วประเทศให้นึกถึง

 

ที่มา

http://www.nomjittpcl.co.th/investor_message.php

http://www.nomjitt.co.th/?page_id=1523

http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/03.aspx

https://kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/economy/Pages/z2910.aspx

http://eprints.utcc.ac.th/2010/3/2010summary.pdf

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

เย่ กั๋วฟู่ ปั้น MINISO ร้านค้าสุดคิวท์ของจีน ที่ได้แรงบันดาลใจจากร้านร้อยเยนของญี่ปุ่น

สุพจน์ ธีระวัฒนชัย เมื่อความจนหมักบ่มเกิดเป็นโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย

ฤทธิ์ ธีระโกเมน ปรุงสูตรเด็ดธุรกิจแม่ยาย “MK” สุกี้หมื่นล้าน

ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ปรับลุค Lotus ปั้น Omazz ครองใจคนสายนอน

ศักดา พันธุ์น้อย คนขับรถบริษัทบ้านจัดสรร สู่ “ศักดาทุบตึก” ผู้รับทุบตึกทั่วเมืองไทย

สุรสิทธิ์ ติยะวัชรพงศ์ ปั้นจักรยานพันล้าน “LA Bicycle”

ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ขายผ้า ทำโรงสี ก่อนปั้น “เบทาโกร” สู่หมื่นล้าน