Post on 18/04/2019

โนเตรอดาม มหาวิหารของประชาชน

“เราจะร่วมกันสร้างมหาวิหารนี้ขึ้นมาใหม่ และไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตร่วมของชาวฝรั่งเศส” คือคำประกาศก้องของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้มหาวิหารโนเตรอดาม ซึ่งยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่า 850 ปี ทว่าต้องพ่ายให้เปลวเพลิงที่ลามเลียหลังคาบางส่วนและยอดแหลมของมหาวิหารจนหักโค่นลง ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั่วโลกที่เฝ้ามองเหตุดังกล่าวด้วยความสะเทือนใจ

มหาวิหารโนเตรอดาม คือแรงบันดาลใจให้ศิลปินจำนวนมากสร้างสรรค์ผลงานระดับ “ขึ้นหิ้ง” ไม่เว้นแม้แต่ วิคตอร์ อูโก (Victor Hugo) นักเขียนชาวฝรั่งเศสนามอุโฆษแห่งศตวรรษที่ 19 ที่นำมหาวิหารโนเตรอดามมาเป็นประเด็นการดำเนินเรื่องในนวนิยาย The Hunchback of Notre-Dame” หรือชื่อเรื่องในภาษาฝรั่งเศสว่า Notre-Dame de Paris”

ชื่อเรื่อง Notre-Dame de Paris” เป็นคำทวินัย (double entendre) กล่าวคือนอกจากจะหมายถึงชื่อมหาวิหารแล้ว ยังหมายถึง เอสเมรัลดา หรือ notre dame (แปลว่า our lady) ตัวละครเอกในเรื่องอีกด้วย

การเรียกเอสเมรัลดาว่าเป็น our lady (คำที่ใช้เรียกแม่พระ หรือพระแม่มารีอา) เป็นการตอกย้ำความคิดแบบฆราวาส/มนุษยนิยม (secularism/humanism) ของอูโกที่ชัดเจน มหาวิหารโนเตรอดามซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา กลับกลายเป็นฉากหลังที่ปฏิเสธความศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองได้อย่างย้อนแย้ง

กาซิโมโด คนค่อมแห่งโนเตรอดาม เป็นตัวละครที่ภายนอกดูน่าสมเพชขั้นสุด ทั้งอัปลักษณ์ หลังค่อม หูหนวก แต่จริง ๆ เป็นคนจิตใจดี การทำหน้าที่อย่างตีระฆังซึ่งเป็นหน้าที่ทางศาสนา กลับทำให้เขาพิการเพิ่ม ภาระทางศาสนาไม่ได้ฉุดให้ชีวิตดีขึ้น มีแต่จะทำให้แย่ลง

เอสเมรัลดา ที่ถูกมองว่าเป็นหญิงชั้นต่ำยั่วยวนผู้ชาย และถูกมองอย่างมีอคติเพราะเป็นยิปซี แต่อันที่จริงเอสเมรัลดาเป็นคนฝรั่งเศส (ตอนเกิดมาชื่ออักเนส) แม่ของนางเป็นโสเภณีฝรั่งเศส พอคลอดนางได้ไม่นานพวกยิปซีก็ลักพาตัวไป แล้วทิ้งกาซิโมโดที่รูปร่างพิการไว้แทน กาซิโมโดถูกนำไปทิ้งที่โนเตรอดามและถูกเลี้ยงมาให้เป็นคนตีระฆังของโบสถ์จนกลายเป็นคนหูหนวก ถึงเอสเมรัลดาจะกลัวรูปร่างอัปลักษณ์ของกาซิโมโด แต่ก็เป็นคนเดียวที่แสดงความเมตตาต่อกาซิโมโดโดยนำน้ำมาให้ดื่ม ขณะกาซิโมโดโดนลงทัณฑ์จับล่ามไว้

ตัวร้ายอย่าง ฟรอลโล ผู้ไร้ซึ่งความละอายต่อบาปกลับเป็นนักบวชระดับสูง เป็นคนดูแลโนเตรอดาม ส่วน เอสเมรัลดา สาวยิปซีซึ่งเป็นคนชายขอบของสังคม เป็นกลุ่มคนที่ถูกมองว่าสร้างแต่ความวุ่นวาย กลับเป็นคนที่มีจิตใจเมตตามากกว่าผู้ดีจอมปลอมทั้งหลาย

ความผิดฝาผิดตัวแบบนี้ นับว่าเป็นกลวิธีอย่างหนึ่งที่อูโกพยายามจะบอกเราว่า เราไม่ควรตัดสินใครจากแค่ภายนอกหรือเชื้อชาติศาสนาที่เป็นแค่เปลือก รูปร่างหน้าตาอันงดงามของเอสเมรัลดาก็ไม่ได้สำคัญเท่าความดีในจิตใจของเธอ ที่โบสถ์ไหน ๆ ก็มารับรองไม่ได้ ตราบใดที่ในทางสังคมเธอยังคงถูกมองในฐานะยิปซีอยู่

ดังนั้นโนเตรอดามในฐานะ “โบสถ์” (สถาบันทางศาสนา) อาจจะไม่สำคัญเท่ากับ notre dame/our lady ที่ปรากฏในตัวเอสเมรัลดา ที่เป็นคนมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์อย่างไม่แบ่งแยก

อูโกพยายามรื้อสถาบันทางสังคมที่ซ้อนทับความดีงามในหลายเรื่อง อย่าง Les Misérables ผลงานชิ้นเอกของเขาก็ใช่ คนที่ถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นคนเลวอาจเป็นผลผลิตของระบบที่ไม่เป็นธรรม สุดท้ายแล้วสังคมจะดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับศาลหรือศาสนาเสมอไป แต่อยู่ที่ความรักเพื่อนมนุษย์โดยที่ไม่ต้องคำนึงว่าคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เชื้อชาติอะไร

อูโกเคยกล่าวไว้ว่าเขาเชื่อในพระเจ้า แต่พระเจ้าในความหมายของอูโกไม่ใช่พระเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ห่างไกลมนุษย์ แต่เป็นพระเจ้าแห่งเสรีภาพ และรักทุกคนเท่าเทียมกัน

เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นภาพความเป็นไปในสังคมอย่างหนึ่งได้ว่า คนส่วนใหญ่เป็นห่วงโนเตรอดามในฐานะโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ เป็นความผูกพันระหว่างโบสถ์กับชุมชน โบสถ์กับประสบการณ์ส่วนตัว มากกว่าจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีบทบาทในศาสนาเพียงเท่านั้น

วันที่โลกสูญเสียมหาวิหารโนเตรอดามไป (บางส่วน) เราจึงได้เห็น “พลัง” ของมนุษย์ที่พร้อมจะสร้างโบราณสถานแห่งนี้ให้กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิมอีกครั้ง

 

ที่มา: เรียบเรียงจากโพสต์เฟซบุกของ ผศ.ดร.แพร จิตติพลังศรี อาจารย์ประจำศูนย์การแปลและการล่ามเฉลิมพระเกียรติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

สามหมีจอมป่วน เพราะหมีก็มีหัวใจ กับการเป็นตัวเเทน “คนนอก” ในสังคม

จัสติน บีเบอร์ ทิ้งลิงไว้ที่เยอรมนี ไปบ่อย…แต่ไม่เคยกลับไปเยี่ยมเลยสักครั้ง

ไหมไทย หัวใจศิลป์ ไมเคิล แจ็กสัน แห่งอีสาน ผู้กลายเป็น “มีม” แห่งยุคสมัย

ฌ็อง-โดมินิก โบบี้ เป็นอัมพาตทั้งตัว แต่ “กะพริบตา” เขียนหนังสือ “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ”

รีวิวคอนเสิร์ต จอห์น เมเยอร์ กับโชว์เกือบ 3 ชม. ที่ดีที่สุดตลอดกาล “ขอกราบเลย !”

โอโนะ จิโร่: ปรมาจารย์ชั้นครู เทพเจ้าแห่งวงการซูชิญี่ปุ่น

เอโนลา โฮล์มส์: เมื่อโลกไม่เปิดโอกาสให้สตรีได้เป็นตัวของตัวเอง

“สแตน สมิธ” กับเรื่องราวของเทนนิสสู่รองเท้าระดับตำนานของอาดิดาส “บางคนคิดว่าผมเป็นรองเท้า”