Post on 01/09/2021

N.W.A. – Fuck Tha Police: จากปมแค้นโดนตำรวจทำร้าย สู่เพลงที่ถูกเซนเซอร์ ได้รับจดหมายเตือนจาก FBI และถูกเปิดในการประท้วง #BLM

ปี 1987 เสียงปืนดังสนั่นไปทั่ว ‘คอมป์ตัน’ ย่านอาชญากรรมและสลัมในรัฐแคลิฟอร์เนีย ‘Eazy-E’ เด็กหนุ่มที่ออกจากโรงเรียนมาเป็นพ่อค้ายา ใช้เงินที่ได้จากธุรกิจสีเทาของเขาก่อตั้งค่ายเพลง ‘Ruthless Records’ ขึ้นมา 

พร้อมกับก๊วนเพื่อนที่เสี่ยงมีด หมัด ปืนอยู่ในย่านเดียวกัน ไม่ก็ระหกระเหินมาจากลอสแอนเจลิส อย่าง ‘Dr.Dre’, ‘Ice Cube’, ‘MC Ren’ และ ‘DJ Yella’ – ‘E’ และพรรคพวกกลายเป็นที่รู้จักในฐานะแก๊งสเตอร์แรปเปอร์ ‘N.W.A.’ ที่ย่อมาจาก ‘Niggaz Wit Attitudes’ พวกเขาโด่งดังไปทั่วอเมริกาจากการทำเพลงแรปสุดระห่ำที่พูดถึงอาวุธ อาชญากรรม เซ็กส์ ยา และ ‘ด่าตำรวจ’ อย่างโจ่งแจ้ง

จากความแค้นใจของคนดำในวันที่คนขาวครองเมือง ส่วนสีผิว ‘black and brown’ ถูกสั่งให้เอามือไพล่หลังแล้วตัดสินว่าเป็นได้แค่ไอ้กุ๊ยขี้ยา ‘N.W.A.’ จึงชูนิ้วกลางขึ้นสุดแขนและตะโกนแรปผ่านไมค์ออกไปว่า 

“Fuck Tha Police”

 

Paintball: จุดเริ่มต้นของเพลงด่าตำรวจ

 

/ ศาล N.W.A. เปิดทำการ มี ‘Dre’ เป็นผู้พิพากษากรณี ‘N.W.A.’ ปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ มี ‘MC Ren’ เป็นอัยการ ไอ้ ‘Ice Cube’ และ ‘Eazy โคตรจะ E’ นี่ด้วย เอาละ ฟังโว้ย นี่คือคำสั่ง Ice Cube ยืนขึ้นสิวะ แล้วสาบานเพื่อตูดดำ ๆ ของมึงว่าจะพูดความจริงทุกประการ (ครับท่าน!) งั้นรออะไรอยู่ล่ะ มีอะไรจะพล่ามก็พล่ามไป – เนื้อเพลงท่อนแรกใน Fuck Tha Police /

 

ท่ามกลางเสียงสแครชแผ่นที่ตอบรับด้วยบีตโอลด์สคูลชวนโยกหัว เนื้อความใน ‘Fuck Tha Police’ ที่ ‘N.W.A.’ ร่วมกับแรปนั้นเกิดขึ้นมาจากปลายปากกาของนักแต่งไรห์มประจำแก๊งอย่าง ‘Ice Cube’ ที่บอกว่าเขาเขียนเพลงที่ว่าขึ้นมาระหว่างช่วงที่เพื่อนร่วมวงพ่วงตำแหน่งดีเจผู้คร่ำหวอดในแวดวงดนตรีอย่าง ‘Dr.Dre’ ถูกส่งตัวไปนอนคุกชั่วคราว

“ตอน Dre อยู่ด้วยมันสุดจัด” Cube บอก “เสาร์-อาทิตย์ที่มี Dre เราจะได้ไปคลับ ปาร์ตี้สุดเหวี่ยง ฟังเพลงเจ๋ง ๆ รอบตัวมีแต่ฮิปฮอป พอเขาเข้าตะรางไป ช่วงวันหยุดของเราก็จ๋อย ไม่มีอะไรจะทำ ผมก็เลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมาด่าตำรวจซะเลย”

หลังไปนอนสำนึกผิดในคุกเสียหลายวัน Dre ถูกปล่อยตัวและกลับมาหาเดอะแก๊ง ครั้งแรกที่เขาได้เห็น ‘Fuck Tha Police’ ในสมุดแต่งเพลงของเพื่อน เขามองผ่านกระดาษแผ่นนั้นและไม่คิดจะหยิบมันมาทำเป็นเพลงด้วยซ้ำ อันที่จริงเพลงเพลงนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้า Dre ไม่บังเอิญปะทะกับตำรวจอีกครั้งเพราะยิงเพนต์บอล (ปืนสำหรับกีฬาที่บรรจุลูกบอลน้ำหลากสีไว้ข้างใน)

บนท้องถนนในโทรอนโต ‘E’ และ ‘Dre’ อยู่ในรถ ถือปืนสั้นเพนต์บอลไว้ด้วย เขาเล็งมันออกนอกหน้าต่าง แล้วก็ ‘ปัง’ ทางด่วนสายนั้นปกคลุมด้วยความอลหม่านจากลูกบอลบรรจุน้ำขนาดเล็ก

“สิบนาทีหลังจากนั้นตำรวจก็ขับตามมา ลากเราลงจากรถแล้วผลักเรานอนคว่ำบนถนน ป่าเถื่อนโคตร ๆ แถมยังมากันตั้งเก้าคน”

หลังรอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้โดยไม่มีใครโดนกระสุนจริงเป่าหัว Dre ขอหยิบเนื้อเพลงจาก Cube มาดูอีกรอบแล้วโปรดิวซ์บีตลงไป จากนั้นทุกอย่างก็กลายเป็นตำนานเมื่อเพลงด่าเจ้าหน้าที่เพลงนี้มีดีมากกว่าความสนุก เพลงที่มาพร้อมกับนิ้วกลาง และไม่นานก็ถูกเซนเซอร์ชื่อเพลงให้เป็น ‘F***k Tha Police’ กลายเป็นเพลงประท้วงของคนดำชาวอเมริกันตั้งแต่วันที่มันถูกปล่อยออกมาครั้งแรกราว 40 ปีก่อน และเนิ่นนานมาจนถึงเหตุการณ์ Black Lives Matter ในทศวรรษปัจจุบัน เพลงนี้ก็ถูกหยิบมาเปิดระหว่างการประท้วง ทวงความเป็นธรรมให้การจากไปของ ‘จอร์จ ฟลอยด์’ ด้วย

 

Straight Outta Compton

‘Fuck Tha Police’ คือแทร็กที่สองจากอัลบั้ม ‘Straight Outta Compton’ ที่ถูกปล่อยออกมาในปี 1988 เพื่อบอกเล่าเป็นสารคดีถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงใน ‘คอมป์ตัน’ เมืองที่สมาชิก N.W.A. เรียกว่าบ้าน มีหลายคนเกลียดอัลบั้มนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง แม้เพลงนี้จะขัดใจผู้ใหญ่ แต่มันก็ถูกใจหนุ่มสาว แน่ละ โดยเฉพาะหนุ่มสาวผิวดำที่ต้องอดทนกับการกระทำป่าเถื่อนของเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาเนิ่นนาน

เนื้อเพลง ‘Fuck Tha Police’ นั้นทั้งเสียดสีและชัดเจนในตัวมันเอง โดยมีการพิจารณาคดีในศาลเป็นธีมหลัก ความ ‘เสียดสี’ ที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั้นเกิดจากการสลับบทบาท เมื่อ ‘คนดำ’ อย่าง ‘Dr.Dre’ กลายเป็นผู้พิพากษา แถมเหล่าอัยการทั้งหมดก็เป็นคนดำที่จ้อง ‘แรป’ ต่างการสาดข้อกล่าวหาใส่ตำรวจที่เป็นคนขาว ซึ่งโลกที่พวกเขาอาศัย ในปี 1988 ที่เพลงถูกปล่อยไม่มีอะไรแบบนั้น – คนดำแทบไม่มีทางได้เป็นผู้พิพากษา และไม่มีทางที่จะได้เอากฎหมายชี้หน้าคนขาวที่ปฏิบัติตัวราวเป็นเจ้าของโลก

คนขาวสร้างภาพจำให้คนดำเป็นอันธพาลตั้งแต่เกิด ผิวดำเท่ากับขายยา เป็นคนดำเลยไม่มีสิทธิ์เถียง ไม่มีสิทธิ์ส่งเสียง ยกเว้นว่าคนดำคนนั้นจะเป็นตำรวจ – ‘Fuck Tha Police’ คือเพลงด่าตำรวจอย่างไม่แบ่งแยกสีผิว เพราะเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของพวกเขาได้กล่าวไว้ว่า ‘ตำรวจผิวดำแม่งก็ไม่ต่างจากตำรวจผิวขาว ที่จะทุ่มประชาชนลงถนน เพราะแม่งทำเอาหน้า เอาใจคนในเครื่องแบบผิวขาวไงล่ะ’

อาจจะเพราะความด่าชัดจนไม่รู้จะชัดอย่างไรเหล่านั้น หรือการที่กระแสเพลงนี้โด่งดังในโลกใต้ดิน แม้จะมีการเซนเซอร์มากมาย ที่ทำให้เหล่าคนในเครื่องแบบทั้งหลายต่างร้อนรน จนกระทั่งกลายเป็นข่าวหนาหูว่าหน่วยงานอย่าง FBI ถึงกับส่งจดหมายปิดผนึกถึง N.W.A. เพื่อตักเตือนระคนข่มขู่เสียด้วย

 

POLICE LINE DO NOT CROSS

ขณะที่ Jerry Heller ผู้จัดการวง N.W.A. ระบุว่าอันที่จริงจดหมายฉบับนั้นไม่ได้ถูกออกโดย FBI ในฐานะองค์กร แต่เขียนขึ้นโดยบุคลากร ‘บ้าอำนาจประสาทกลับ’ คนหนึ่งที่ชื่อว่า Milt Ahlerish โดยในจดหมายระบุว่าบทเพลงของ N.W.A. นั้น ‘สนับสนุนความรุนแรงและการทำร้ายร่างกาย’ รวมทั้ง ‘ทำลายและเหยียดหยามเกียรติยศของเหล่าตำรวจผู้กล้าหาญ’

มากไปกว่าการห้ามปรามโดยเซนเซอร์ชิปและร่อนจดหมาย ครั้งหนึ่งพวกเขาถึงกับต้องหยุดพักคอนเสิร์ตกลางคัน เพราะมีการก่อกวนของตำรวจที่ลั่นกระสุนระหว่างโชว์ของพวกเขาในดีทรอยต์ ปี 1989

“อยู่ ๆ เราก็ได้ยินเสียงปัง ๆ ๆ ๆ แล้วก็มีคนหนึ่งพยายามจะบุกมาที่เวที การ์ดของเราต่อสู้กับเขา แล้วพบว่าเขาเป็นตำรวจที่พยายามจะก่อกวนโชว์ด้วยปืนปลอมเชอร์รีบอมบ์”

 

สี่สิบปีที่ความหมายยังไม่เปลี่ยนแปลง

“สันติภาพเป็นแค่คำในนิยายสำหรับเรา” คือคำที่ Ice Cube คนเขียนเพลง ‘Fuck Tha Police’ เคยกล่าวไว้ ในเมืองคอมป์ตันที่ Cube เคยเล่าระลึกความหลังว่าทุกค่ำมีแต่เสียงปืน – เสียงปืนดังมาจากทุกที่ในทุกค่ำ ห่างไกล เงียบงันจนบางครั้งแทบไม่ได้ยิน ผู้คนในคอมป์ตันไม่กลัวเสียงปืนจนกว่าจะเห็นประกายไฟ จนกว่าเสียงและภาพของมันจะชัดและใกล้มากพอ “จากนั้นเราค่อยวิ่ง” ชีวิตในยุค 80s ของ N.W.A. เติบโตมาแบบนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาพยายามจะจารึกมันให้ ‘จริง’ ที่สุดในบทเพลงของตน

“เราก็แค่เล่าสิ่งที่เราเห็นมากับตาว่ะ ถ้าคนนอกสลัมไม่ชอบมัน ก็ช่างหัวพวกแม่งละกัน” Dr.Dre เคยพูดเอาไว้แบบนั้น

เวลาผ่านไปนานปี จน N.W.A. แยกทางกันไปคนละทิศ พวกเขาเติบโตเป็นแรปเปอร์มีชื่อ สังคมเติบโตผ่านเวลาหลายสิบปีจนดูเหมือนว่าจะขยับเคลื่อนออกจากจุดเดิม แต่สำหรับคนดำ ความเจ็บช้ำที่พวกเขาได้รับในวันวาน ก็ยังคงถูกทำให้เจ็บช้ำใหม่อยู่ในปัจจุบันเช่นที่ MC Ren กล่าวว่า ‘Fuck Tha Police’ ยังมีความหมายสำหรับเขาและคนดำในอเมริกาเท่าที่มันเคยมีในอดีต

“ข้อความในเพลงของเรายังเหมือนเดิม และมันอาจจะเป็นเหมือนเดิมแม้ว่าผมจะตายไปแล้วก็ตาม”

 

ที่มา: https://www.sutori.com/item/fbi-letter-sent-a-letter-to-n-w-a-in-response-to-the-song-fuck-tha-police-a

https://wordpress.clarku.edu/musc210-hhp/hip-hop-culture-politics-exploring-the-narrative-and-power-of-rap-lyrics/fuck-tha-police-n-w-a/

https://classichiphopmagazine.com/answers/2018/3/15/whats-the-story-behind-nwas-f-tha-police

https://www.rollingstone.com/music/music-features/nwa-fuck-tha-police-protest-song-1010355/

https://www.thedailybeast.com/a-brief-history-of-the-phrase-fck-the-police

https://www.britannica.com/topic/NWA

https://wordpress.clarku.edu/musc210-hhp/hip-hop-culture-politics-exploring-the-narrative-and-power-of-rap-lyrics/fuck-tha-police-n-w-a/

https://www.gq.com/story/nwa-fuck-the-police-live-detroit

https://www.youtube.com/watch?v=2EYYaoQgtNI


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

จอห์นนี เดปป์ ผู้ชายพันหน้า กับบทบาทโลกไม่ลืม

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์: กัปตันวอนแทรปป์ แห่ง The Sound of Music ผู้เข้าชิงออสการ์จากหนังที่ถ่ายแค่ 9 วัน

Last Christmas ไม่อยากเชื่อ นี่คือวันสุดท้ายในชีวิตของ จอร์จ ไมเคิล

บรูซ กิลเดน ช่างภาพแนวสตรีท ผู้ไม่สนเรื่องจริยธรรม

ทอม ฮาร์ดี้ นักแสดงดัง ผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นขี้ยา หัวขโมย

อิซาโอะ ทาคาฮาตะ: ผู้ทำให้โลกรู้จักสตูดิโอจิบลิด้วยภาพยนตร์ “สุสานหิ่งห้อย”

แมดส์ มิคเคลเซน ถึงร้ายก็รัก เจ้าของตำแหน่งวายร้ายที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก

ยูคิ ไก แห่ง Jetman – ยอดมนุษย์ผู้อาภัพ(รัก)ที่สุดในประวัติศาสตร์ขบวนการเซ็นไต