Post on 25/02/2022

อังเดรย์ เชฟเชงโก: จรวดทางเรียบจากยูเครน กับแนวคิดทางการเมืองที่มีต่อรัสเซีย

นักกีฬาผู้สร้างตำนาน และแนวคิดทางการเมืองของชาวยูเครนที่โด่งดังที่สุดในโลกฟุตบอล

ประเทศยูเครน (Ukraine) เป็นประเทศที่มีเนื้อที่มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในยุโรป รองจากประเทศรัสเซีย และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 8 ของยุโรป แม้ยูเครนจะได้รับยกย่องว่าเป็นศูนย์กลางสำคัญของวัฒนธรรมสลาฟตะวันออก และมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทว่ายูเครนเองก็ไม่ต่างจากดินแดนมากมายในยุโรปตะวันออกที่เคยถูกผนวกเข้ากับมหาอำนาจในอดีตมากมาย และที่สำคัญที่สุดก็คือการถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรรัสเซีย และสหภาพโซเวียต

ยูเครนกลายเป็นประเทศอิสระหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตใน ค.ศ. 1991 แต่ในปัจจุบันก็ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในยุโรป แม้จะเป็นหนึ่งในผู้ส่งธัญพืชออกรายใหญ่ที่สุดในโลก และมีกองทัพที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป เรื่องราวของประเทศยูเครนในปัจจุบันนั้นแทบไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างนอกเสียจากเรื่องการคอร์รัปชันในรัฐบาล และกรณีพิพาทกับประเทศรัสเซียหลายครั้ง รวมถึงครั้งล่าสุดคือสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนเมื่อต้นปี 2022 นี้

นอกจากเรื่องการเมืองและความมั่นคงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศยูเครนเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือฟุตบอล นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในปัจจุบันของทีมชาติยูเครนคือ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชงโก (Oleksandr Zinchenko) ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษจากฤดูกาลที่ผ่านมา แต่หากจะกล่าวถึงนักฟุตบอลจากยูเครนที่เป็นตำนานและยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ นักฟุตบอลคนดังกล่าวมีฉายาที่เป็นทางการแต่ไม่คุ้นหูคนไทยนักอย่าง ‘สายลมจากตะวันออก’ (The Eastern Wind) แต่สำหรับแฟนบอลชาวไทยนั้นจะรู้จักเขาในฉายา ‘จรวดทางเรียบจากยูเครน’ เขาเป็น 1 ใน 3 นักฟุตบอลเชื้อชาติยูเครนที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์ (Ballon d’Or) แต่เป็นเพียงคนแรกและคนเดียวที่ได้รับรางวัลดังกล่าวในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติยูเครน เขาคนนั้นมีชื่อว่า อังเดรย์ เชฟเชงโก

 

นักฟุตบอลยูเครนผู้ถือกำเนิดใต้ธงโซเวียต

อังเดรย์ มิคโคลาโยวิช เชฟเชงโก (Andriy Mykolayovych Shevchenko) เกิดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 1976 ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในกรุงเคียฟ (Kyiv) สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน (Ukrainian Soviet Socialist Republic; Ukrainian SSR) ดินแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหภาพโซเวียต ครอบครัวของเขาเป็นทหารให้กับสหภาพโซเวียต เมื่อเชฟเชงโกอายุได้ 3 ปี ครอบครัวของเขาต้องย้ายมาประจำการพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองเคียฟ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ตรงนั้นคือกรุงมินสก์ (Minsk) เมืองหลวงของประเทศเบลารุส

เชฟเชงโกชอบเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากการชกมวย และเล่นฟุตบอลกับทีมของโรงเรียน จนเมื่ออายุ 9 ปี แม้ความสามารถทางกีฬาของเขาไม่เป็นที่สนใจมากพอที่จะทำให้เขาได้เข้าเรียนในสถาบันฝึกกีฬาของสหภาพโซเวียต แต่ความสามารถของเขาก็มากพอที่จะได้รับข้อเสนอจากสโมสรดินาโม เคียฟ (Dynamo Kyiv) สโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแคว้นยูเครน เชฟเชงโกค่อย ๆ สร้างชื่อในการเป็นยอดดาวยิงดาวรุ่งจนตอนที่เขาอายุ 14 ปี เชฟเชงโกเคยได้รับรางวัลเป็นรองเท้าฟุตบอลของ เอียน รัช (Ian Rush) อดีตตำนานศูนย์หน้าของสโมสรลิเวอร์พูลจากการที่เขาเป็นดาวซัลโวในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี

สองปีต่อมา ด้วยวัย 16 ปี เชฟเชงโกเริ่มมีโอกาสในทีมชุดใหญ่ของเคียฟที่ในตอนนั้นได้ย้ายจากลีกของสหภาพโซเวียตมาสังกัดอยู่กับสมาคมฟุตบอลยูเครนเนื่องด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แต่เวทีแสดงความสามารถของเชฟเชงโกจริง ๆ แล้วนั้นคือสโมสรดินาโม-2 เคียฟ (Dynamo-2 Kyiv) ทีมสำรองของเคียฟที่เล่นอยู่ในลีกระดับที่ 2 ที่นั่นเชฟเชงโกเป็นที่รู้จักในฐานะดาวซัลโวดาวรุ่งของทีม และเพียงในฤดูกาลแรกที่เขามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรอง เขาก็มีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ดของทีมหลายครั้ง รวมถึงยังเคยทำแฮตทริกแรกกับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ฤดูกาลแรก ในฤดูกาลต่อมาเขาเป็นแชมป์ฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยของยูเครนด้วยวัยเพียง 19 ปี ชื่อของอังเดรย์ เชฟเชงโก เริ่มเป็นที่รู้จักนอกประเทศยูเครน ในฤดูกาล 97/98 ด้วยจากการที่เขาเป็นหนึ่งในคู่ศูนย์หน้าดาวรุ่งอนาคตไกลของดินาโม เคียฟร่วมกับ เซอร์เฮย์ เรบรอฟ (Serhiy Rebrov) ทั้งสองร่วมกันสั่นสะเทือนยุโรปด้วยการเป็นคู่กองหน้าที่ร่วมกันวาดลวดลายบนสนามในรายการฟุตบอลสโมสรภายในและภายนอกประเทศ และในฐานะของทีมชาติยูเครน แต่ถ้าว่ากันตามตรงแล้ว สายตาของแมวมองจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปนั้นให้ค่ากับเชฟเชงโกที่มีหมายเลข 10 บนแผงหลังทั้งบนเสื้อของเคียฟและเสื้อทีมชาติยูเครนมากกว่าคู่หูของเขา

 

จรวดทางเรียบพุ่งทะยานสู่ฟ้าที่มิลาน

สไตล์การเล่นของเชฟเชงโกคือกองหน้าสารพัดประโยชน์ เขามีทั้งความแข็งแกร่ง ยิงประตูอย่างเฉียบคม สามารถเล่นทั้งตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และตัวสนับสนุน หรือแม้แต่ตำแหน่งริมเส้น แต่สิ่งที่ทำให้เชฟเชงโกเป็นที่รู้จักที่สุดนั่นคือความเร็ว ‘ดุจสายลม’ ในการฉีกแผงหลังทีมคู่ต่อสู้ ใน 5 ฤดูกาลกับดินาโม เคียฟ เชฟเชงโกมีสถิติ 60 ประตูจากการลงสนาม 117 นัด ช่วยให้เคียฟเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของยูเครน 5 สมัยติดต่อกัน รวมถึงอีก 8 ประตูจาก 27 นัดกับทีมชาติยูเครน และแล้วในปี 1999 เอซี มิลาน (AC Milan) สโมสรยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีก็คว้าตัวเชฟเชงโกในวัย 23 ปี ด้วยค่าตัว 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 600 ล้านบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนในเวลานั้น) และเพียงปีแรกเชฟเชงโกที่เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจากเบอร์ 10 ของเคียฟ เป็นเบอร์ 7 ของมิลาน ก็กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของมิลานในทันที

และนี่คือจุดที่เชฟเชงโก กับหมายเลข 7 ของเขา ก็ค่อย ๆ พุ่งทะยานสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่กับมิลานและทีมชาติยูเครน จนกลายเป็นที่มาของ ‘เชว่า เซเว่น’ (Sheva 7) ชื่อที่เชฟเชงโกผนวกเอาชื่อเล่นในหมู่เพื่อนนักฟุตบอล เข้ากับหมายเลขเสื้อของเขา และใช้ในการเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์รองเท้าฟุตบอลให้กับ ลอตโต้ (Lotto) แบรนด์เครื่องกีฬาชั้นนำของอิตาลี และต่อมาเชว่า เซเว่นก็เป็นชื่ออวาตาร์บนโลกออนไลน์ของเชฟเชงโก โดยเฉพาะในช่วงที่เขาพยายามผันตัวเป็นนักการเมืองหลังการเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ

ตลอด 7 ฤดูกาลกับมิลานนั้น เชฟเชงโกมีสถานะศูนย์หน้าตัวจริงของทีม และไม่มีฤดูกาลใดเลยที่เขาจะทำประตูได้ต่ำกว่า 10 ลูก ผลงานของเขาคือ 173 ประตูจาก 296 นัดจากทุกรายการแข่งขัน เขาได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา, โคปปา อิตาเลีย, ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก และ, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ อย่างละ 1 สมัย ส่วนกับทีมชาติยูเครนนั้น เชฟเชงโกมีสถิติส่วนตัวที่ดี แต่ผลงานของทีมชาติก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่กระนั้นเชฟเชงโกก็ยังได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของประเทศยูเครนถึง 6 สมัย รวมถึงรางวัลส่วนตัวอีกมากมายทั้งจากในยูเครน อิตาลี ยุโรป และระดับโลก ซึ่งรางวัลที่การันตีความเก่งกาจและยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือรางวัล ฟีฟ่า บัลลงดอร์ ที่เขาได้รับในปี 2004

 

ความตกต่ำที่ลอนดอน และบั้นปลายอาชีพนักฟุตบอล

ในปี 2006 สโมสรเชลซี (Chelsea F.C.) ทุ่มเงิน 30.8 ล้านปอนด์ (ราว 1,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นค่าตัวนักฟุตบอลที่เป็นสถิติของเกาะอังกฤษในเวลานั้น ในการดึงเชฟเชงโกมาจากมิลาน ในเวลานั้นเชลซีมีเจ้าของสโมสรคือ โรมัน อับราโมวิช (Roman Abramovich) มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเชื้อสายยิวที่กำลังต้องการสร้างสโมสรเชลซี ทีมจากลอนดอนให้กลายเป็นอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ของยุโรปด้วยการทุ่มเงินมหาศาลในการกว้านซื้อนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เข้ามาสู่ทีม อันที่จริงในปีก่อนหน้าเชลซีถึงกับเคยเสนอเงินถึง 73 ล้านปอนด์ (ราว 2,200 ล้านบาท) บวกด้วยเอร์นัน เกรสโป (Hernán Crespo) ศูนย์หน้าทีมชาติอาร์เจนตินาให้แก่มิลานเพื่อดึงเชฟเชงโกมาสู่ทีม แต่มิลานก็ปฏิเสธไป

ทว่าเส้นทางที่ลอนดอนของเชฟเชงโกกลับเปลี่ยนแปลงจากมิลานไปแบบเรียกได้ว่าสวรรค์กับนรก ที่ลอนดอนแม้จะได้รับการหนุนหลังจากเจ้าของสโมสร แต่เขาไม่ได้รับความไว้วางใจ และมีสไตล์การเล่นที่ไม่เข้ากับแผนการทำทีมของ โชเซ มูรินโญ (José Mourinho) ผู้จัดการทีมดาวโรจน์ของวงการฟุตบอลในขณะนั้น ประกอบกับอาการบาดเจ็บที่ติดตัวเขามาจากมิลาน ทำให้ฤดูกาลแรกของเขากับเซลซี เขาทำได้เพียง 14 ประตูจากการลงสนาม 51 นัด ที่แย่ยิ่งกว่าคือเขาลงสนามในฐานะของตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ และแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม และดูเหมือนเขาจะเริ่มทำผลงานได้ดีขึ้น แต่ใน 2 ฤดูกาลกับเชลซีเขาก็ยังทำได้เพียง 22 ประตูจากการลงสนาม 77 นัดในทุกรายการ

ที่ลอนดอน ความมั่นใจของศูนย์หน้าบัลลงดอร์ผู้นี้ได้ถูกทำลายไปจนสิ้น กระทั่งในปี 2008 เชฟเชงโกจึงเลือกที่จะย้ายกลับสู่มิลานด้วยสัญญายืมตัว ในคราวนี้เขาสลัดหมายเลข 7 เบอร์เสื้อแห่งตำนานของเขา แล้วเปลี่ยนมาใส่หมายเลข 76 ที่เป็นปีเกิดของเขาแทน เนื่องด้วยเบอร์ 7 ของมิลานในตอนนั้นถูกจับจองโดย อเล็กซานเดร ปาโต้ (Alexandre Pato) เสียแล้ว เขาจึงเลือกเบอร์(ปี)เกิดเป็นเบอร์เสื้อตามความนิยมของนักฟุตบอลในอิตาลีในยุคนั้น แต่นอกจากความแปลกใหม่เรื่องเบอร์เสื้อ การกลับมามิลานครั้งนี้ดูจะไม่ได้มีอะไรที่น่าจดจำนัก เชฟเชงโกได้ลงสนามในทุกรายการให้มิลานไป 22 นัด ทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น

ปีต่อมาเชฟเชงโกย้ายกลับมาสู่เคียฟเพื่อสวมหมายเลข 7 อีกครั้ง แต่ในคราวนี้เขาไม่ได้เล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า แต่เป็นปีกซ้ายในระบบกองหน้า 3 คน ใน 3 ฤดูกาลที่เคียฟ เชฟเชงโกกลับมาเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนานอีกครั้ง เขาลงสนามไป 83 นัด และยิงประตูได้ 30 ประตู และได้แชมป์ยูเครเนียน ซูเปอร์คัพ (Ukranian Super Cup) ในปี 2011 ซึ่งเป็นเกียรติยศสุดท้ายในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ

 

เชฟเชงโกในฐานะนักกิจกรรมทางสังคมและนักการเมือง

ในช่วงเวลาที่มิลาน เชฟเชงโกมีโอกาสได้ร่วมงานกับบุคคลในวงการสังคมชั้นสูงมากมาย โดยเฉพาะการที่เขาสนิทสนมเป็นอย่างดีกับจอร์โจ อาร์มานี (Giorgio Armani) ทำให้เชฟเชงโกมักถูกชักชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมการกุศลอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของกิจกรรมระดมทุน หรือกิจกรรมการแข่งขันกีฬาการกุศล ภายหลังประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2012 เชฟเชงโกเริ่มแสดงบทบาทนักกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น ในช่วงปี 2013 เชฟเชงโกเปิดตัวในฐานะนักกีฬากอล์ฟอาชีพ แต่เขาก็ไม่ได้มีรายการลงแข่งในฐานะนักกอล์ฟอาชีพมากนัก โดยมากจะเป็นงานการกุศลเสียมากกว่า

สำหรับเรื่องการเมืองในประเทศยูเครนนั้น ในขณะที่รัฐบาลของยูเครนนับตั้งแต่การประกาศตัวเป็นรัฐอิสระในปี 1991 มีนโยบายนิยมตะวันตก และมีแนวคิดแบบเสรีประชาธิปไตย เชฟเชงโกที่เกิดมาในครอบครัวของทหาร ทั้งยังเติบโตมากับสโมสรดินาโม เคียฟซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นประธานสโมสรของเคียฟมีชื่อว่า วิกเตอร์ เมดเวดชุก (Viktor Medvedchuk) มีชื่อเสียงจากการเป็นนักการเมืองชาตินิยมที่สนับสนุนรัสเซีย ทำให้นักฟุตบอลของเคียฟในยุคดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนรัสเซียไปด้วย และแม้เชฟเชงโกจะไม่เคยแสดงออกอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ความสัมพันธ์อันดีกับอับราโมวิชที่เป็นนักธุรกิจผู้ใกล้ชิดประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ก็ทำให้ภาพลักษณ์ทางการเมืองของเชฟเชงโกมักถูกเหมารวมว่าเป็นฝั่งที่สนับสนุนรัสเซีย

แต่บทบาททางการเมืองที่ชัดเจนของเชฟเชงโกที่ตัวเขาแสดงออกอย่างเปิดเผยคือการเป็นผู้สนับสนุนพรรค Social Democratic Party of Ukraine (united) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายกลางเอียงซ้ายที่สนับสนุนแนวคิดประชาธิปไตยสังคมนิยม (social democracy) และหลังจากประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพไม่นาน เชฟเชงโกสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค Ukraine – Forward! ซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองประชาธิปไตยสังคมนิยมเช่นกัน และที่พรรคนี้เขามีชื่อเป็นสมาชิกบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 2 ของพรรคเลยทีเดียว แต่หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2012 พรรคการเมืองของเขาไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน และดูเหมือนเชฟเชงโกก็แทบจะยุติบทบาททางการเมืองลงไปในทันที

 

กลับสู่ฟุตบอล

เพียง 1 เดือนหลังความล้มเหลวในชีวิตทางการเมือง เชฟเชงโกได้รับการติดต่อจากสมาคมฟุตบอลยูเครนให้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติยูเครน แต่เขาก็ปฏิเสธไป ทว่าในต้นปี 2016 เชฟเชงโกก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติยูเครนเพื่อเรียนรู้งาน และในกลางปีเดียวกันนั้นเอง เขาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมชาติยูเครนในการเตรียมทีมเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 รอบคัดเลือก (UEFA Euro 2020 Qualifying) และเขาก็สามารถพายูเครนเข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายได้ และยังเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนแพ้ตกรอบต่อทีมชาติอังกฤษ ซึ่งผลงานการคุมทีมของเชฟเชงโกนี้ถือว่าเป็นการพาทีมชาติยูเครนเข้าสู่รอบลึกที่สุดของประเทศในการแข่งขันฟุตบอลยูโรอีกด้วย

และด้วยผลงานการคุมทีมชาติยูเครนของเขา ทำให้เขามีโอกาสได้รับตำแหน่งผู้จัดการสโมสรเจนัว (Genoa C.F.C.) สโมสรจากกัลโช่ เซเรีย อา ในปี 2021 แต่ด้วยผลงานที่ย่ำแย่ทำให้เขาถูกไล่ออกหลังจากคุมทีมไปเพียง 2 เดือนเท่านั้น

 

ความรู้สึกต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครนของเชฟเชงโก

ย้อนกลับไปเมื่อหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต โรงงานจัดเก็บอาวุธนิวเคลียร์ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ประเทศยูเครน เบลารุส และคาซัคสถานได้ถูกยึดครองโดยประเทศเกิดใหม่ทั้ง 3 ในส่วนของประเทศยูเครน จากนโยบายของรัฐบาลชาตินิยมยูเครนที่ต้องการสร้างสัมพันธ์กับโลกเสรีประชาธิปไตยมากกว่าโลกคอมมิวนิสต์ หัวรบเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเกราะป้องกันยูเครนจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์รัสเซีย แต่เพื่อเหตุผลทางความมั่นคงของโลก ในปี 1994 ยูเครน เบลารุส คาซัคสถาน ร่วมกับ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย ลงนามข้อตกลงบูดาเปสต์เกี่ยวกับการประกันความปลอดภัย (Budapest Memorandum on Security Assurances) ว่าทั้ง 3 ประเทศจะกำจัดหัวรบทิ้งโดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือรัสเซียจะไม่สามารถใช้กำลังบุกรุกประเทศทั้ง 3 ได้

ปี 2013 สหภาพยุโรปทาบทามให้ประเทศยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิก แต่ยูเครนนั้นเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasia Economic Union: EAEU) ที่มีรัสเซียเป็นพี่ใหญ่อยู่ก่อนแล้ว สุดท้ายเมื่อรัฐบาลยูเครนเลือกที่จะคงสมาชิกภาพ EAEU ต่อไปเพื่อแลกกับเงินสนับสนุนเศรษฐกิจจากรัสเซียจำนวน 15,000 ล้านดอลลาร์ (ราว ๆ 500,000 ล้านบาท) ทำให้ประชาชนยูเครนที่มองว่ารัฐบาลยอมตกอยู่ใต้อำนาจของรัสเซียไม่พอใจอย่างหนัก จนเกิดการประท้วง และการขับประธานาธิบดียูเครนออกจากตำแหน่งในปี 2014

เพียง 1 วันที่ประธานาธิบดียูเครนผู้สนับสนุนรัสเซียถูกขับออกจากตำแหน่ง รัสเซียตอบโต้ด้วยการยึดคาบสมุทรไครเมีย (Crimea) พร้อมทั้งจัดประชามติที่ได้ผลหยั่งเสียงว่าชาวไครเมียต้องการจะเป็นพลเมืองรัสเซียด้วยคะแนนโหวต 96.77% ทั้งนี้เพราะในดินแดนฝั่งตะวันออกของประเทศยูเครนนั้น ประชาชนมีความใกล้ชิดและมีแนวคิดสนับสนุนรัสเซียอยู่ก่อนแล้ว เมื่อไครเมียกลายเป็นของรัสเซีย ในเมืองลูฮันสก์ (Luhansk) และโดเนตสก์ จึงเกิดกลุ่มแบ่งแยกดินแดนขึ้นโดยมีรัสเซียให้การสนับสนุน เหตุการณ์นี้ทำให้ชาติมหาอำนาจกลุ่ม G8 มีมติขับรัสเซียออกจากกลุ่มจนกลายเป็นกลุ่ม G7 จนถึงปัจจุบัน

นับแต่ปี 2019 รัฐบาลใหม่ของยูเครนมีแนวทางต่อต้านรัสเซียอย่างชัดเจน รวมถึงมีแผนการที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ของ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (The North Atlantic Treaty Organization: NATO) รัสเซียจึงตอบโต้ด้วยการเพิ่มความตึงเครียดทางการทหาร และเมื่อประธานาธิบดีปูติน ประกาศรับรองสาธารณรัฐประชาชนโดเนตส์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันส์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 และประกาศให้กองทัพยูเครนยุติการละเมิดอธิปไตยของ 2 ประเทศเกิดใหม่ พร้อมส่งกองกำลังป้องกันสันติภาพเข้าควบคุมพื้นที่ทันทีทั้งที่ตามกฎหมายยังเป็นดินแดนของยูเครนอยู่ และ 3 วันหลังจากนั้น ประธานาธิบดีปูตินก็ประกาศส่งทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษไปยังพื้นที่พิพาท ซึ่งเปรียบได้กับการประกาศสงครามนั่นเอง

หลังสถานการณ์ตึงเครียดนี้กลายเป็นสงคราม แม้จะมีเสียงสนับสนุนจากประเทศที่สนับสนุนรัสเซีย แต่รัสเซียก็ถูกประณามอย่างหนักกับพฤติกรรมเช่นนี้ แม้แต่กับประชาชนชาวรัสเซียเองก็ใช่ว่าจะสนับสนุนพฤติกรรมเช่นนี้ ในโลกกีฬาก็เช่นกัน นักกีฬาทั้งเชื้อชาติยูเครน และเชื้อชาติรัสเซียก็แสดงออกถึงการต่อต้านสงครามครั้งนี้ เช่นเดียวกันกับเชฟเชงโกที่เขากล่าวว่า

“ยูเครนคือประเทศแม่ของผม…ผมภาคภูมิใจเสมอกับประชาชนของผมและประเทศของผม! พวกเราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และกว่า 30 ปีที่เราสร้างชาติขึ้นมา! ชาติแห่งความสัตย์ซื่อ ขยันขันแข็ง และพลเมืองผู้รักเสรีภาพ! เหล่านี้คือทรัพย์อันมีค่าของพวกเรา! วันนี้เป็นวันที่ยากลำบากสำหรับพวกเราทุกคน แต่พวกเราต้องรวมกันเป็นหนึ่ง! ในความเป็นหนึ่งเดียว พวกเราจะชนะ! ขอความรุ่งเรืองจงมีแก่ยูเครน!

“ในชั่วโมงแรก ๆ ที่สงครามถูกก่อขึ้นโดยรัสเซีย ผู้คนของผม และครอบครัวของผมกำลังถูกโจมตี ยูเครนและชาวยูเครนต้องการสันติภาพและบูรณภาพแห่งดินแดน…ได้โปรดเถิด ผมร้องขอการสนับสนุนต่อประเทศของพวกเรา และบอกให้รัฐบาลรัสเซียหยุดความก้าวร้าวที่กำลังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ…พวกเราต้องการเพียงสันติภาพ สงครามไม่ใช่คำตอบ”

นับตั้งแต่มนุษย์คิดได้ว่าการสงครามที่นำมาซึ่งความตายนั้นไม่ได้ให้อะไรไปมากกว่าชัยชนะบนซากศพ วิธีการต่าง ๆ มากมายถูกคิดค้นขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการสงคราม กีฬาเองก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ชนชาติที่อยากแสดงอำนาจบนเวทีโลกได้มีที่ทางแสดงออกได้โดยไม่ต้องทำสงคราม และยังเป็นเวทีที่ทำให้ชนชาติเล็ก ๆ ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพวกตนได้เช่นกัน อาจกล่าวได้ว่านักกีฬาก็เปรียบได้กับนักรบที่เปลี่ยนจากการรบในสนามรบมาเป็นการแข่งขันในสนามกีฬา หากผู้คนมักเปรียบเปรยทหารว่า ทหารอาชีพคือกลุ่มคนที่เป็นภาพตัวแทนของการสู้รบเพื่อความรักชาติ เหล่านักกีฬาอาชีพนั้นก็เป็นภาพตัวแทนของการสู้รบเพื่อความรักชาติไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และในวันนี้นักกีฬาของชาติเกิดใหม่อย่างยูเครนที่เคยก้าวไปถึงเกียรติยศสูงสุดในฐานะนักกีฬาอย่างเชฟเชงโก ก็ได้ใช้ชื่อเสียงของเขาแสดงจุดยืนแล้วว่า แม้การรบบนสนามหญ้าของเขาจบลงแล้ว แต่เขาก็พร้อมที่จะต่อสู้ร่วมกับผู้คนของเขา แม้คู่ต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นพญาหมีตัวเขื่องที่กำลังบ้าคลั่งก็ตาม

 

อ้างอิง:

BBC. (2017, 30 Mar). A history of football’s strangest shirt numbers. Retrieved. https://www.bbc.co.uk/…/51ec4493-d8d9-4e02-9e00…

Burton, C. (2022, 24 Feb). Ukraine-Russia invasion: Zinchenko & Shevchenko call for solidarity as Smolov pleads ‘no war!’ Retrieved. https://www.goal.com/…/ukraine…/blt2f3a290fe60a7056

Conant, E. (2022, 19 Feb). Russia and Ukraine: the tangled history that connects—and divides—them. Retrieved.  https://www.nationalgeographic.com/…/russia-and-ukraine…

Morgan, S. (2022, 24 Feb). Ukraine icon Andriy Shevchenko PLEADS with ally countries to intervene and support his nation following Russia’s invasion… as the ex-Chelsea striker says: ‘my people and my family are under attack’. Retrieved. https://www.dailymail.co.uk/…/My-people-family-attack…

Muzyka, Y. (2021, 02 Jul). From political failure to Euros success: Shevchenko’s remarkable route back to the top with Ukraine. Retrieved. https://www.goal.com/…/from…/514gf3hh5b9f1n9ehcuu5recs

Pellecchia. C. (2021, 16 Jan). The years of Sheva and Lotto. Retrieved. https://www.nssmag.com/…/gli-anni-di-sheva-e-di-lotto

Stebelsky, I. (2022, 24 Feb: last updated). Ukraine. Retrieved. https://www.britannica.com/place/Ukraine

The Famous People. (n.d.). Andriy Shevchenko Biography. Retrieved. https://www.thefamouspeople.com/…/andriy-shevchenko…

transfermarkt.com. (n.d.). Andriy Shevchenko. Retrieved. https://www.transfermarkt.com/andriy…/profil/spieler/3522.

Wilson, J. (2012, 1 Wed). Andriy Shevchenko’s political ambition may break spell of Ukraine icon.. Retrieved. https://www.theguardian.com/…/andriy-shevchenko…

 


เกิดที่นครสวรรค์ ปัจจุบันสอนหนังสืออยู่เพชรบูรณ์

Related

โรมัน อบราโมวิช: ปิดฉากตำนาน 20 ปี ชายผู้นำทัพ ‘เชลซี’ คว้าแชมป์สโมสรโลก

มาดามแป้ง ฟุตบอลไทย และการนิยามชาติไทยใหม่

เผิง ไซว่: ดราม่ารักสามเส้าอดีตนักเทนนิสสาวมือ 1 ของโลกเขย่าแดนมังกร

‘ศุภชัย ใจเด็ด’ และ ‘เอเลียส ดอเลาะ’ 2 ประตูในจารึกแห่งชัยชนะ ทีมชาติไทยเชื้อสายมลายู

บาส – ปอป้อ: คู่หูผู้ทลายความต่าง สร้างตำนานนักตบลูกขนไก่มือ 1 ของโลก

แมนฯ ยูไนเต็ด 1998/99 : ‘ทริปเปิลแชมป์’ กับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

โนวัค ยอโควิช: สงคราม ปิรามิด และนักเทนนิสต่อต้านวัคซีน

ท็อดด์ โบห์ลี: จากแชมป์มวยปล้ำเด็ก สู่มหาเศรษฐีเจ้าของทีม ‘เชลซี’ คนใหม่