Post on 30/09/2019

พันธ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตำนาน “ตึกใบหยก” ตึกที่เคยสูงสุดของไทย

ยุคนี้มองไปทางไหนในกรุงเทพฯ ก็เจอแต่ตึกระฟ้าสูงหลายร้อยเมตร แต่ถ้าย้อนไปหลายสิบปีก่อน ในยุคที่สังคมและเศรษฐกิจยังไม่เร่งผลักให้ต้องสร้างตึกเบียดเสียดทะลุฟ้ามากมายอย่างทุกวันนี้ “ตึกใบหยก” ทั้งใบหยก 1 และใบหยก 2 ต่างเคยครอบครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในไทยมาแล้วทั้งสิ้น และทั้งสองตึกที่ว่าล้วนมีผู้สร้างคนเดียวกัน คือ พันธ์เลิศ ใบหยก 

พันธ์เลิศ เป็นรุ่นที่ 2 ของตระกูลใบหยก พ่อของเขาคือ เล็งเลิศ อาศัยสำเภาจากเมืองจีนมาเสี่ยงโชคในไทยและพบความสำเร็จจากกิจการโรงน้ำแข็ง รวมถึงเป็นผู้ประมูลได้ที่ดิน 40 ไร่ จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ในราคาตารางวาละ 600 บาท ซึ่งจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของธุรกิจใบหยกในเวลาต่อมา

พันธ์เลิศซึ่งจบจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามาร่วมงานกับพ่อหลังไปทำงานในบริษัทโฆษณา ฟาร์อีสแอสเวอร์ไทซิ่ง และ บมจ.แกรมมี่ อยู่ระยะหนึ่ง ตอนนั้นเล็งเลิศได้พัฒนาที่ดินประตูน้ำผืนนั้นจากแปลงปลูกผักให้กลายเป็นย่านตลาดค้าส่งผ้า แหล่งรับจ้างเย็บผ้า โรงหนัง และโรงแรมอินทราแล้ว ภายใต้ชื่อ บริษัท ภูมิภวัน จำกัด ซึ่งถือหุ้นร่วมกับธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (ต่อมากลุ่มใบหยกซื้อหุ้นคืนมาจนเกือบหมด)

เมื่อรุ่นที่ 2 เข้ามาในยุคที่ย่านประตูน้ำกำลังจะเติบโตในแนวตั้ง ตอบรับความเป็นมหานครในยุคเศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู พันธ์เลิศก็ได้ร่วมกับคุณพ่อในการปั้นโครงการตึกใบหยก 1 ขึ้นก่อนบนที่ดินเดิมที่ตัดสินใจทุบโรงหนังสตาร์และสเตลล่า เพื่อสร้างโปรเจกต์มหึมา 2 หลัง ในที่สุด “ใบหยก 1” ก็แล้วเสร็จในปี 2530 ตึกน้องใหม่ของกรุงเทพฯ แห่งนี้เรียกทุกสายตาให้มองด้วยการไล่โทนสีของตึกเป็นสีรุ้ง พร้อมเรียกเสียงฮือฮาจากคนไทยด้วยความสูง 150.9 เมตร และจำนวนชั้น 42 ชั้น แซงหน้าอาคารธนาคารกรุงเทพบนถนนสีลมที่สูง 33 ชั้น ไปอย่างขาดลอย 

หลังการสร้างตึกใบหยก 1 เสร็จสิ้นลง และเป็นที่ตั้งของโรงแรมใบหยก สวีท โฮเทล จำนวนกว่า 230 ห้อง การสร้างตึกใบหยก 2 ก็ดำเนินการต่อทันทีจากความคึกคักในย่านประตูน้ำ โดยเริ่มขออนุญาตก่อสร้างตั้งแต่ปี 2533 และเปิดให้บริการในอีก 7-8 ปีต่อมา 

โครงการตึกใบหยก 2 ภายใต้การกุมบังเหียนของแม่ทัพใหญ่นามว่า พันธ์เลิศ นับเป็นเรื่องฮือฮามากอีกครั้ง เพราะคราวนี้เขา “คิดใหญ่” วางแผนสร้างตึกที่มีความสูงถึง 304 เมตร ด้วยจำนวนชั้น 85 ชั้น ซึ่งนับว่าสูงเป็นสองเท่าของตึกใบหยก 1 ทั้งยังมีมูลค่าโครงการถึงราว 3.4 พันล้านบาท ซึ่งสูงมากในสมัยนั้น ประกอบกับการทำธุรกิจแบบ “โลว์ โปรไฟล์” ไม่ค่อยออกสื่อของตระกูลใบหยก ทั้งที่ทำโครงการยักษ์ใหญ่แบบนี้ ทำให้สังคมร่ำลือกันว่าใบหยก 2 เป็นโครงการที่จะไม่มีวันเสร็จ

“ผมโชคดีที่เข้าบ้านทัน ปิดประตูปั๊บฝนก็ตกหนัก ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังติดอยู่ข้างนอก แล้วก็พลอยโดนฟ้าผ่าพอดี” พันธ์เลิศกล่าวถึงโครงการก่อสร้างตึกใบหยก 2 ที่เสร็จสิ้นในราวปี 2539-2540 และกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย (ครองสถิติดังกล่าวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปี 2559 ที่ตึก คิง เพาเวอร์ มหานคร ช่วงชิงแชมป์ไปครอง) 

ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่คลื่นวิกฤตเศรษฐกิจเริ่มก่อตัว แต่พื้นที่ศูนย์ค้าส่งเสื้อผ้าในตึกใบหยก 2 ก็เปิดให้บริการได้ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งจะมาเยือน และ 90% ของพื้นที่ค้าปลีก 500 ห้องในตึก ก็ถูกจองไปก่อนแล้ว 2 ปีก่อนที่ตึกจะเสร็จ ส่งให้ใบหยก 2 มีรายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงอย่างหวุดหวิด จากนั้นส่วนโรงแรมใบหยก สกาย โฮเทล อีก 600-700 ห้อง และพื้นที่เช่าวางเสาสัญญาณโทรทัศน์ ก็ทยอยเปิดบริการในปี 2541-2542 

อีกเรื่องที่โชคดีของพันธ์เลิศคือเขามิได้กู้เงินตราต่างประเทศเลยแม้แต่ดอลลาร์เดียว ทำให้บริษัทไม่ต้องกังวลกับเรื่องค่าเงินบาทลอยตัวที่พาบริษัทไทยหลายแห่งล้มระเนระนาด พันธ์เลิศเคยให้สัมภาษณ์ทีเล่นทีจริงว่าเขาไม่กู้เงินจากต่างประเทศทั้งที่ดอกเบี้ยถูกมาก ไม่ใช่ว่ามองเห็นความเสี่ยง แต่เป็นเพราะเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ถนัด ทำให้ไม่ได้รับเงินกู้จากฝรั่ง 

แม้ว่าจะผ่านพ้นมาได้ แต่ประสบการณ์จ่ายดอกเบี้ยก็ทำให้พันธ์เลิศ “เข็ด” และเลือกที่จะดำเนินธุรกิจแบบ “ไม่เสี่ยง” และ “ไม่กู้” ตึกใบหยก 2 จึงเป็นโครงการสุดท้ายของครอบครัวที่มีการกู้เงินจากธนาคารคือธนาคารกสิกรไทย

วิธีการทำธุรกิจของพันธ์เลิศ นอกจากจะ โลว์ โปรไฟล์ แล้ว เขายังมองต่างเรื่องตลาด ตัวอย่างเช่นตึกใบหยกทั้ง 2 แห่ง ทั้งที่เป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศ ณ ขณะนั้น แต่เขาเลือกวางโพสิชันการตลาดให้เป็นโรงแรม 3-4 ดาวเพื่อเจาะตลาดกลาง ซึ่งมีความต้องการที่ละเอียดอ่อนน้อยกว่าตลาดไฮเอนด์ 5 ดาว ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเขามองขาดในจุดนี้ เพราะจนถึงปี 2561 โรงแรมใบหยกยังมีอัตราเข้าพักที่ 80% เหนือกว่าตลาดรวมโรงแรมภาคกลาง (รวมกรุงเทพฯ) ที่มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 76% ทั้งที่เปิดบริการมานาน 2 ทศวรรษ

นอกจากนี้ พันธ์เลิศยังถูกกล่าวขานเรื่องความเจนจัดในงานจัดซื้อ ทำให้เขาต่อราคาได้ถูกและบริหารต้นทุนได้ดี เนื่องจากไม่ใช้เงินโดยไม่จำเป็นในการทำธุรกิจ (รวมถึงชีวิตส่วนตัวด้วย) โดย บริษัท ภูมิภวัน จำกัด ซึ่งบริหารตึกใบหยก 2 ยังทำรายได้ 1.6 พันล้านบาท และกำไร 111 ล้านบาทในปี 2561 

ความเป็นพ่อค้านักจัดซื้อและนักต่อราคาของพันธ์เลิศ ยังถูกนำไปใช้ในการเล็งซื้อที่ดินเพื่อทำกำไร ที่ดินหลายแปลงของตระกูลใบหยกนั้นเป็นมรดกมาตั้งแต่รุ่นเล็งเลิศ และบางส่วนพันธ์เลิศก็เป็นผู้ซื้อเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาเป็นโรงแรม ก่อนที่จะขายบางแปลงออกไปเพื่อทำกำไรตามจังหวะโอกาส จากนั้นเขาก็จะลงทุนใหม่ในที่ดินศักยภาพ การทำธุรกิจเช่นนี้ของพันธ์เลิศเป็นหัวใจของการเจริญเติบโตของกลุ่ม

ปัจจุบัน กลุ่มใบหยกซึ่งมีพันธ์เลิศนั่งตำแหน่งประธาน มีโรงแรมในพอร์ต 10 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยว อย่าง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หัวหิน และ เกาะสมุย ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับ 3-4 ดาว ตามแผนการทำงานที่พันธ์เลิศกรุยทางเอาไว้ ยกเว้น โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาว รวมถึงยังมีธุรกิจตลาดค้าส่งย่านประตูน้ำ บี-แกลลอรี่ ที่ยังคงดำเนินงาน นอกจากนั้นยังมีพอร์ตเครือร้านอาหารญี่ปุ่น บริษัท พีดีเอส โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่ง ปิยะเลิศ ใบหยก ลูกชายคนโตของพันธ์เลิศ เป็นแกนหลักในการแตกไลน์ออกไป

ดีเอ็นเอปรัชญาการทำงานแบบพันธ์เลิศถูกส่งต่อให้กับผู้รับไม้ต่อ ซึ่งก็คือลูก ๆ ทั้ง 4 คน ด้วยการทำธุรกิจที่ไม่กู้ ไม่เสี่ยง เน้นการลงทุนที่ดิน และทำธุรกิจแบบเงียบ ๆ แต่ให้งานที่ออกมาโฆษณาตัวของมันเองให้มากที่สุด 

 

ที่มา

http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=1502

http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=4726

นสพ.บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 12 มีนาคม 2541

https://www.prachachat.net/d-life/news-21231

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

เรื่อง: Synthia Wong

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

ฟาเบียน ธิลมัน ผู้ปั้น Pornhub เว็บโป๊ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อลามก

ศักดา พันธุ์น้อย คนขับรถบริษัทบ้านจัดสรร สู่ “ศักดาทุบตึก” ผู้รับทุบตึกทั่วเมืองไทย

ฐนสรณ์ ใจดี ทรู ดิจิทัล พาร์ค ตอบโจทย์ธุรกิจและไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

อนุพงษ์ อัศวโภคิน: ถอดแนวคิด EMPOWER LIVING ที่กำลังพาเอพีผ่านโควิด-19 โดยไม่ปลดพนักงาน แถมยังตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1 อสังหาฯ

เจอร์เรียน สวอร์ตส Stojo แก้วกาแฟรักษ์โลกแบบพับได้ แก้ปัญหาขยะล้นเมือง

ไมก์ เจฟฟรีส์ สร้าง Abercrombie เสื้อผ้าสำหรับคนหล่อ-สวย เท่านั้น

สุรสิทธิ์ ติยะวัชรพงศ์ ปั้นจักรยานพันล้าน “LA Bicycle”

ปัญจพร พันธเสน: กว่าจะเป็นกุเลาเค็มกิโลกรัมละ 1,500 บาท ทองคำแห่งตากใบ