Post on 08/01/2019

พัณณิน กิติพราภรณ์ “ดรีมเวิลด์” โลกความฝันที่มีมูลค่ากว่าพันล้าน

ทุกคนมีความฝัน แต่เคยคิดไหมว่าเราต้องลงทุนกับความฝันด้วยมูลค่าเท่าไหร่?

สำหรับ พัณณิน กิติพราภรณ์ แห่ง “ดรีมเวิลด์” สวนสนุกชื่อดังของไทย เธอเลือกสร้างความสุขและความสนุกสนานให้ทุกคนเสมือนอยู่ใน “โลกแห่งความฝัน” ด้วยมูลค่าถึงหลักพันล้านบาท!

 

ความสุขในสายเลือด

ดีเอ็นเอความสุขอยู่ในตัวพัณณินตั้งแต่เกิด พ่อของพัณณินคือ “ไมตรี กิติพราภรณ์” ทำธุรกิจโรงภาพยนตร์และสวนสนุก “แดนเนรมิต” ที่หลายคนคุ้นเคยและมีความทรงจำวัยเด็กแสนประทับใจที่นี่ แดนเนรมิตเป็นสวนสนุกกลางแจ้งตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ในพื้นที่เขตจตุจักร เปิดให้บริการในปี 2518 มีปราสาทเทพนิยายเป็นแลนด์มาร์คที่ใครไปใครมาต้องถ่ายรูป และยังมีเครื่องเล่นสนุกๆ อย่างรถไฟเหาะ ไวกิ้ง ฯลฯ เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากคนที่ชอบอะไรตื่นเต้นหวาดเสียว

หลังจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก University of California, Berkeley ประเทศสหรัฐอเมริกา พัณณินก็เป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ประมาณ 1 ปีครึ่ง และเป็นอาจารย์พิเศษอยู่อีก 10 กว่าปี แต่ก็ไม่ทิ้งธุรกิจครอบครัวด้วยการเข้ามาเสริมทัพดูแลความสนุกของแดนเนรมิตในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

แต่ความฝันของพัณณินและครอบครัวมีมากกว่านั้น…

แม้แดนเนรมิตมีพื้นที่ไม่กี่สิบไร่ ง่ายต่อการดูแลทั่วถึง แต่ก็กลายเป็นข้อจำกัด “จินตนาการ” ที่ไม่สามารถใส่ทุกอย่างลงไปได้อย่างที่ใจหวัง อีกทั้งช่วงทศวรรษที่ 2530 กรุงเทพฯ มีสวนสนุกเพียง 3 แห่งเท่านั้นคือ แดนเนรมิต สวนสยาม และซาฟารีเวิลด์ ซึ่งครอบครัวของพัณณินเห็นว่าไม่น่าจะพอรองรับการเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงได้

เมื่อมีความฝันเป็นตัวขับเคลื่อน “ดรีมเวิลด์” สวนสนุกกลางแจ้งอีกแห่งของครอบครัวกิติพราภรณ์ จึงเกิดขึ้นในปี 2536

 

“ดรีมเวิลด์” ความสุขพันล้าน

พื้นที่ราว 160 ไร่ ที่ กม.7 รังสิต นครนายก (คลอง 3) จ.ปทุมธานี คือที่ตั้งของ “ดรีมเวิลด์” อาณาจักรความสนุกแห่งใหม่ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือทุกคนในครอบครัว ใช้เงินลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีพัณณินเป็นกำลังหลักในการบริหารจัดการ และเมื่อแดนเนรมิตหมดสัญญาเช่าในปี 2543 พัณณินจึงหันมาทุ่มเทให้ดรีมเวิลด์ได้เต็มพลังมากขึ้น

“การทำสวนสนุกเป็นเรื่องยากมาก คนชอบถามว่าทำไมไม่ค่อยมีคนทำสวนสนุก เลยบอกว่าถ้าง่ายและกำไรดีมากๆ ก็คงมีคนแย่งกันทำเยอะแยะ หลายคนในอดีตหรือหลายบริษัทแม้แต่ในเมืองนอกก็ประสบความสำเร็จไม่ง่ายนัก ต้องปิดตัวไปหรือขายต่อ สมมติเราลงทุนซื้อรถไฟเหาะมาสัก 200-300 ล้าน เวลาเราขาดทุนหรือขายทีเราขายเป็นเศษเหล็ก แล้วบางทีต้องจ้างคนมาขนอีก ดังนั้นการลงทุนค่อนข้างยาก ถึงไม่ค่อยมีการเปิดตัว และการเปิดอะไรใหม่ๆ อย่างสวนสนุกหรือสวนน้ำ คนก็จะตื่นเต้นอยู่ 3-6 เดือน จากนั้นกระแสก็จะลดลง” พัณณินเคยกล่าวไว้

แม้รู้ทั้งรู้ว่าเพียงระยะเวลาไม่นาน กระแสความหวือหวาในสวนสนุกอาจลดลง แต่พัณณินที่รักในการทำสวนสนุกก็ไม่หวั่น ยังพร้อมลุยเพื่อส่งมอบความสุขให้ทุกคน

หัวใจหนึ่งของสวนสนุกก็คือ “เครื่องเล่น” ซึ่งดรีมเวิลด์มีเครื่องเล่นตัวดังๆ ที่หลายคนอาจเคยเล่นหรือเคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้ว อย่าง “สกายโคสเตอร์” หรือรถไฟเหาะ “ไวกิ้งส์” เรือโจรสลัดลำใหญ่แกว่งไปมาเรียกความรู้สึกวูบวาบเสียวท้องน้อย “เฮอริเคน” เครื่องเล่นที่พาทุกคนตีลังกากลางอากาศ “ทอร์นาโด” จินตนาการเป็นพายุหมุนที่ดูดทุกคนลอยเคว้งหมุนคว้างกลางอากาศ หรือจะเป็น “แกรนด์แคนยอน” ผจญภัยกลางสายน้ำเชี่ยวกรากที่พาลัดเลาะโขดหิน น้ำตก “ซูเปอร์สแปลช” เรือลำใหญ่ที่ไต่ขึ้นฟ้าก่อนลดระดับลงมาอย่างรวดเร็วให้เกิดคลื่นยักษ์ ฯลฯ

เครื่องเล่นแต่ละอย่างในดรีมเวิลด์ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะราคาหลักร้อยล้านบาทขึ้นไปทั้งสิ้น ซึ่งในมุมมองของพัณณินถือว่าไม่แพง เพราะเครื่องเล่นแพงๆ บางตัวในต่างประเทศ คิดราคาเป็นเงินไทยแล้วตกพันล้านบาทก็มี

พัณณินจะเดินทางไปประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตเครื่องเล่น อย่าง สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฯลฯ เพื่อคัดเลือกเครื่องเล่นมาเข้าสวนสนุก เธอไม่มีหลักตายตัวในการเลือกเครื่องเล่น แต่จะใช้ความรู้สึกและประสบการณ์ในการคลุกคลีกับลูกค้ามานานเป็นตัววัด เห็นปุ๊บแล้วคิดว่าน่าจะใช่ น่าจะเหมาะกับคนไทยที่ส่วนใหญ่ไม่ชอบเครื่องเล่นอะไรที่ตื่นเต้นมากเกินไปนัก และถ้าอยู่ในงบลงทุนที่วางไว้ ก็จะตัดสินใจซื้อ รวมทั้งวางแผนเติมเครื่องเล่นใหม่ๆ เฉลี่ย 2 ปีต่อเครื่องเล่น 1 อย่าง เพราะลูกค้าต้องการความแปลกใหม่และประสบการณ์ใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบสภาพแวดล้อมในสวนสนุกให้สอดคล้องกับเครื่องเล่น เพื่อสร้างบรรยากาศโดยรวมให้ไปในทางเดียวกัน

ทุกวันนี้ ดรีมเวิลด์เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละเกือบ 2 ล้านคน ทั้งคนไทยที่ส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว เพราะนอกจากเครื่องเล่นตัวเด็ดๆ ที่จัดให้สำหรับคนชอบความตื่นเต้น ยังมีเครื่องเล่นและโซนที่ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ และยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นลูกค้าอีกประมาณ 20%

 

โชว์ไทย “สยามนิรมิต”

ความสุขและความสนุกคือภาษาสากลที่ไม่ว่าคนชาติใดก็สามารถสัมผัสได้ ประกอบกับศิลปวัฒนธรรมของไทยคือเสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้ชาวต่างชาติมานักต่อนัก คือแรงบันดาลใจที่ทำให้พัณณินขยับมาสร้างโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยในชื่อ “สยามนิรมิต” บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ตรงข้ามศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในปี 2548 ด้วยเงินลงทุนที่สูงถึงกว่า 1,000 ล้านบาท เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ก่อนขยายไปเปิดที่เมืองท่องเที่ยวอย่าง จ.ภูเก็ต ในปี 2554

“ตอนแรกคิดว่ารู้ 70% และจะไปหาความรู้ข้างหน้าอีก 30% พอลงมือทำจริงๆ ปรากฏว่าเรารู้เพียง 30% ความยากคือจะถ่ายทอดความเป็นไทยอย่างไรให้คนเข้าใจและเพลิดเพลิน ทำสยามนิรมิต สร้าง 4 ปี แก้อีก 10 เดือน แล้วช่วงที่แก้คือไม่เปิดเลย เหมือนเราทำหนังเรื่องหนึ่งแล้วออกมาก็คิดว่าไม่น่าจะใช่ ก็ต้องแก้จนกว่าจะพอใจ ถ้ามีสินค้าไม่ดี จะเอาของไปขายก็ยาก เราต้องการทำอะไรที่เป็นระยะยาวไม่ฉาบฉวย ตอนแรกเราทำแล้วแทบตาย แต่ก็หายเหนื่อยเมื่อมีคนชม”

 

นักธุรกิจหลายคนอาจวัดความสำเร็จที่ตัวเลขรายได้และกำไรแสนงาม แต่กับพัณณินแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่านั้นอยู่ที่ “ความสุข” ที่ฉายชัดออกมาผ่านสีหน้าและแววตาของทุกคนที่ก้าวเข้ามาใน “ดรีมเวิลด์” โลกแห่งความฝันที่พัณณินทุ่มเทมาตลอด 20 กว่าปีนับแต่ก่อตั้ง และยังคงส่งมอบความสุขถึงทุกคนอย่างไม่มีวันหยุดจนถึงทุกวันนี้

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

แสงสุข พิทยานุกุล สร้าง “สมูทอี-เดนทิสเต้” สวนกระแสจนได้ดี

พันธ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตำนาน “ตึกใบหยก” ตึกที่เคยสูงสุดของไทย

เอกชัย ยังวาณิช สานต่อ ‘หัวม้าลาย’ เจ้าตำนานเครื่องครัวสเตนเลสเมืองไทย

ลลิต ศรีธรา ผู้อาสาลดช่องว่างทางชนชั้นด้วย “สตาร์ทอัพ”

เอสเต ลอเดอร์ กวนครีมในบ้านไปขายในร้านทำผม ก่อนเป็นเจ้าแม่บิวตี้ระดับโลก

โชคชัย บูลกุล คาวบอยเมืองไทย ตำนาน “ฟาร์มโชคชัย” กับชีวิตที่โชคชะตาไม่เคยเข้าข้าง

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย