Post on 13/01/2021

พอล วอล์คเกอร์: See You Again เจอกันอีกครั้งจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นายได้ฟัง

“ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน จะห่างกันแค่ 1/4 ไมล์ หรือไกลกันครึ่งโลก นายจะอยู่กับฉันเสมอ และเราจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป”

เป็นประโยคที่โดมินิค โทเร็ตโต (วิน ดีเซล) คิดในใจขณะเหยียบคันเร่งเคียงไปกับรถของไบรอัน โอ’คอนเนอร์ (พอล วอล์คเกอร์) ก่อนที่รถของทั้งสองจะถึงทางแยก ทั้งคู่ส่งสายตามองกันเป็นครั้งสุดท้าย โดยต่างรู้ว่า ที่สุดแล้วจะต้องแยกจากกันไปคนละเส้นทาง

ตลอดกาล…

ไม่มีแฟนภาพยนตร์ที่โตมากับภาพยนตร์ชุด Fast and Furious คนไหนที่ไม่เสียน้ำตาให้กับฉากบีบหัวใจซีนนี้ ซึ่งเป็นฉากปิดของภาพยนตร์เรื่อง Furious7 (2015) เป็น 5 นาทีสุดท้ายของเรื่องที่แสนบีบคั้นหัวใจ และถือเป็นการอำลาของพอล วอล์คเกอร์อย่างซาบซึ้ง งดงามและลงตัวที่สุด

Fast and Furious ถือเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเรื่องหนึ่งของฮอลลีวูด โดยมีการสร้างภาคหลักขึ้นมาแล้วถึง 8 ภาค (ภาค 9 กำลังจะเข้าโรงฉายในปี 2021) โดยภาคแรก The Fast and The Furious ออกฉายเมื่อปี 2001 และภาคล่าสุด (Fast & Furious9) กำลังจะออกฉายในปี 2021 ถือเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่สามารถยืนระยะได้นานถึง 20 ปี แถมยังกวาดรายได้รวมเป็นเงินมาแล้ว 5.574 พันล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก และแน่นอนว่าภาคที่สร้างรายได้มากที่สุดให้กับหนังแฟรนไชส์เรื่องนี้ คือ Furious7 ที่ทำรายได้ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นแท่นบ็อกซ์ออฟฟิศอันดับ 7 ของภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล

หัวใจหลักของความสำเร็จแฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจไม่ใช่เพราะโปรดักชันที่ยิ่งใหญ่อลังการ ความขี้โม้แหกทุกกฎฟิสิกส์ในฉากแข่งรถและแอ็คชัน หรือทีมนักแสดงนำระดับแม่เหล็กของฮอลลีวูด แต่เป็นการวางเส้นเรื่องที่สื่อถึงสายใยแห่ง ‘ครอบครัว’ ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีอารมณ์ร่วม เป็นหนึ่งเดียวกับตัวละครในเรื่อง

ครอบครัวที่ว่า ไม่ได้ถูกจำกัดว่าต้องมีองค์ประกอบ เป็น พ่อ-แม่-ลูก Fast and Furious นิยามความหมายของคำว่า ‘ครอบครัว’ ขึ้นใหม่ โดยแสดงให้เห็นว่าสายใยของครอบครัวเกิดได้จาก เพื่อน คนรัก และคนรอบ ๆ ตัว บทบาทของนักแสดงในเรื่องถ่ายทอดให้เห็นถึงความผูกพัน ความห่วงใย และการดูแลกันและกันประหนึ่งคนในครอบครัวเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่ต่างคนต่างที่มาแต่ก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ เสมือนหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งสายใยแห่ง ‘ครอบครัว’ นี้ได้ถูกส่งต่อมาถึงคนดูด้วย เพราะมันทำให้คนดูรู้สึกถึงความผูกพันและเป็นครอบครัวกับทีมแฟรนไชส์ภาพยนตร์ทีมนี้

ในขณะที่กองภาพยนตร์ Furious7 กำลังพักผ่อนการถ่ายทำเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันหยุดขอบคุณพระเจ้า วันที่ 30 พฤศจิกายน 2013 แฟนทั่วโลกของภาพยนตร์แฟรนไชส์ Fast and Furious รวมถึงทีมงานสร้างภาพยนตร์ ได้ทราบข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาของพอล วอล์คเกอร์ หนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์แฟรนไชส์ Fast and Furious พอลเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ ในขณะที่เขาอายุได้ 40 ปี พวกเราอาจจะเศร้าเสียใจกับการเสียชีวิตของพอล แต่อย่างน้อยวินาทีสุดท้ายของพอล เขาก็ได้อยู่ในสิ่งที่เขารักที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต สิ่งนั้นก็คือ รถยนต์ (แน่นอนว่า ถ้าเลือกได้ ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์อันเศร้าสลดเช่นนี้เกิดขึ้น)

ความหลงใหลนี้ พอล วอล์คเกอร์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ผมโตมากับความเร็วกับรถยนต์ ผมเห็นนิตยสารรถวางอยู่รอบบ้านตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก คุณปู่ของผมก็เป็นคนขับรถให้โรงงานผลิตรถยนต์ของฟอร์ด ผมเองก็ลงแข่งรถตั้งแต่ผมอยู่มัธยมฯ ปลาย  ความเร็วกับรถยนต์มันอยู่ในสายเลือดผม”

กลับมาที่ฉากปิดของ Furious7 ส่วนผสมสุดท้ายที่ทำให้ฉากนี้ลงตัวและบีบหัวใจคนดูเหลือเกิน คือความกลมกล่อมของเพลง See You Again ที่ร่วมเขียนขึ้นโดย วิซ คาลิฟา (Wiz Khalifa) แร็ปเปอร์ และนักแต่งเพลงชาวแอฟริกันอเมริกัน และ ชาร์ลี พูธ (Charlie Puth) นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์หนุ่มชาวอเมริกัน

It’s been a long day without you, my friend.

And I’ll tell you all about it when I see you again.

วันเวลามันช่างยาวนาน เมื่อไม่มีนาย…เพื่อน

แล้วฉันจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงนี้ให้นายฟังเมื่อเราเจอกันอีกครั้ง

 

แม้ว่าวรรคทองของเพลงทำให้เรานึกถึงพอล วอล์คเกอร์แทบจะทันที แต่แรงบันดาลใจของท่อนฮุค See You Again จากปลายปากกาของชาร์ลี (ชาร์ลีเขียนท่อนร้อง วิซเขียนท่อนแร็ป) แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากพอล วอล์คเกอร์เพียงแค่คนเดียว แต่มาจากเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันกับชาร์ลี ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถยนต์เช่นกัน ชาร์ลีเคยเล่าไว้ว่า “ผมเป็น (หนึ่งใน) คนที่แบกโลงศพเพื่อนคนนี้ขึ้นไปบนรถบรรทุกศพ ผมคิดเลยว่าผมต้องเขียนเพลงให้เขา เพราะเขาคนนี้บอกผมเสมอว่า ผมจะมีเพลงฮิตอันดับ 1 (บนบิลบอร์ด) แน่นอน” วันนั้นเองเป็นวันที่ชาร์ลีได้ให้สัญญากับคุณพ่อของเพื่อนที่เสียชีวิตว่า เขาจะเขียนเพลงเพื่ออุทิศให้กับเพื่อนที่ลับไป

และเวลาต่อมา ชาร์ลีก็มีเพลงขึ้นอันดับ 1 ในบิลบอร์ดชาร์ตจริง ๆ

เดือนเมษายน 2015 หลังจากที่เพลง See You Again ที่แร็ปโดย วิซ คาลีฟา (Wiz Khalifa) และร้องโดย ชาร์ลี พูท ได้ถูกปล่อยออกไป ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม วิน ดีเซล โพสต์มิวสิกวิดีโอนี้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของเขา และโพสต์นี้ได้รับไลก์จากแฟน ๆ ถึง 1.5 ล้านไลก์

ภายในเวลาไม่กี่วัน เพลง See You Again โค่น Uptown Funk จาก มาร์ก รอนสัน (Mark Ronson) และ บรูโน มาร์ส (Bruno Mars) ที่เป็นแชมป์อันดับ 1 Billboard Chart 14 สัปดาห์ลงและยึดตำแหน่งอันดับ 1 ของ Billboard Chart มาครองได้สำเร็จนานหลายสัปดาห์

ความสำเร็จของ See You Again จริง ๆ แล้วมีมากมายนัก ทั้งการโค่นบัลลังก์มิวสิกวิดีโอที่ถูกเข้าชมมากที่สุดใน YouTube แทนที่เพลง Gangnam Style ของ PSY ในปี 2017 การได้เป็นมิวสิกวิดีโอฮิปฮอปเพลงแรกบนยูทูบที่มีคนเข้าดูถึง 1 พันล้านวิว (ปัจจุบันมีผู้เข้าชมเอ็มวีนี้ใน YouTube 4.9 พันล้านวิว) การได้สตรีมมิงบน Spotify สูงสุดภายในระยะเวลาแค่ 1 วัน การได้เข้าชิงรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำ และเข้าชิง Grammy Award 3 รางวัล

 

We’ve come a long way from where we began

Oh, I’ll tell you all about it when I see you again

When I see you again.

เราเดินมาไกลจากจุดที่เราเริ่มต้น

แล้วฉันจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงนี้ให้นายฟังเมื่อเราเจอกันอีกครั้ง

เมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง

 

เสียงร้องของชาร์ลี พูธ เสียงแร็ปของวิซ คาลิฟา เนื้อหาที่ถูกเขียนไว้ในเพลงที่ระลึกถึงการจากไปของพอล และเพื่อนของชาร์ลีที่เล่าในเพลงว่า มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นที่นี่ หลังจากที่พวกเขาจากไป แต่ไม่เป็นไรแล้วเราจะพบกันใหม่ และพวกเราจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ (โลก) ฝั่งนี้ให้ฟัง นี่น่าจะเป็นความรู้สึกร่วมของใครหลายคนที่เชื่อมโยงเรื่องราวของเนื้อหานี้กับการเสียคนที่รักใกล้ตัวไปได้เช่นกัน และนี่เองที่น่าจะเป็นเหตุแห่งความสำเร็จและตราตรึงจิตใจของแฟนเพลงเพลงนี้ทั่วโลก

แต่อันที่จริงแล้ว พอลและเพื่อนของชาร์ลีเขาไม่ได้จากเราไปไหน เขาแค่ล่วงหน้าไปรอเราที่ปลายเส้นชัยของอีกฝั่งซีกโลกเท่านั้นเอง

ที่มา:

https://edition.cnn.com/2015/04/06/entertainment/paul-walker-furious-ending-feat/index.html

https://www.forbes.com/sites/travisbean/2019/08/22/the-psychology-behind-the-fast–furious-franchises-multi-billion-dollar-success/?sh=6aa0b1185f4b

https://www.bbc.com/news/entertainment-arts-54627795

https://edition.cnn.com/2015/11/17/entertainment/paul-walker-death-lawsuit/index.html

http://www.mtv.com/news/1718333/paul-walker-explains-love-of-cars-fast-furious-interview-2001

https://www.usatoday.com/story/life/music/ontheverge/2015/05/31/charlie-puth-see-you-again-on-the-verge/27773703/

https://www.hollywoodreporter.com/news/oscars-furious-7-song-see-855939

https://www.billboard.com/index.php/articles/columns/pop/6605085/wiz-khalifa-see-you-again-furious-7-charlie-puth-song-of-summer


อดีตเคยเป็นนักแต่งเพลง เลยอยากเขียนที่มาเบื้องหลังของเพลงดัง และคนในวงการ pop culture ในมุมอื่น ๆ

Related

มาร์วิน เกย์ นักร้อง Sexual Healing ผู้ตายด้วยน้ำมือพ่อแท้ ๆ

สามหมีจอมป่วน เพราะหมีก็มีหัวใจ กับการเป็นตัวเเทน “คนนอก” ในสังคม

As It Was – เลียมเหลือทนแล้วนั่น บันทึก (วีร) กรรมเดือดดาลของเลียม กัลลาเกอร์

จอห์นนี คิตากาวะ ชายผู้มอบความฝันให้ชายหนุ่ม (และหญิงสาว) ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 50 ปี

Pink Floyd วงสุดล้ำยุค 60s ผู้ริเริ่มนำถุงยางอนามัยมาใช้สร้างไฟหลากสีบนเวที

สัมภาษณ์พิเศษ “กงลี่” สู่บทบาทที่ดีที่สุดในชีวิต ใน “LEAP ตบให้สนั่น”

ซองกัง ณ Fast & Furious “ตายกี่ภาค ก็ขาดฮานไม่ได้” กับนักซิ่งผู้ชอบพกขนม

เคียวโกะ ฟุคาดะ: ดาวค้างฟ้าสาวญี่ปุ่นผู้เป็นรักแรกของชายไทยในยุค 90