Post on 31/08/2020

สัมภาษณ์ ‘เป๊ก’ ผลิตโชค อายนบุตร หลังค้นพบคำตอบแล้วว่า “เพื่อนมีไว้ทำไม?”

เพราะนักร้องดังได้มีส่วนร่วมในรายการ The Sound of Happiness : ฟัง X เล่า = ความสุข ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างยูนิเซฟ, กรมสุขภาพจิต และ JOOX  เราจึงได้คุยกับ ‘เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร’ ที่รับหน้าที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “เพื่อน” ในโปรเจกต์ดังกล่าว 

 

The People จึงขอพูดคุยถึงมุมมองและความคิดส่วนตัวที่เป๊กมีต่อคำว่าเพื่อน ความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้จำเป็นสำหรับเขาแค่ไหน และทำให้เขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้อย่างไร ติดตามได้จากบทสัมภาษณ์นี้

 

The People : ย้อนกลับไปในวัยเด็ก เป๊กเป็นคนเพื่อนเยอะไหม

เป๊ก : จริง ๆ แล้วถือว่าเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ ไปไหนก็รู้จักทุกคนไปหมด เป็นคน make friend กับใครก็ได้ แต่ถามว่าเพื่อนจริง ๆ มีเยอะไหม ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

The People : เพื่อนจริง ๆ ในความหมายของเป๊กคืออะไร

เป๊ก : เพื่อนที่เป็นเพื่อนจริง ๆ เหมือนเวลาเราอยู่ด้วยเราสบายใจ เขารู้ใจเรา เรารู้ใจเขา สื่อสารกันได้โดยไม่ต้องพูดกัน สมมติเราไปเที่ยวด้วยกัน แค่เรานั่งอยู่ด้วยกัน เรารู้สึกเหนื่อย เรารู้สึกว่าวันนี้เราไม่อยากพูดอะไร เราขอนิ่ง ๆ เราไม่ต้องเกรงใจเขา แบบ…วันนี้ไม่ได้เอนเตอร์เทนนะ วันนี้ขอนิ่ง ๆ ทุกอย่างโอเค เขาก็โอเค รู้กัน คนที่เราสบายใจที่อยู่ด้วย เราสามารถรับคำปรึกษาจากเขา แล้วก็ฟังปัญหาจากเขาได้ด้วย

The People : ปกติเป็นคนแชร์ปัญหาส่วนตัวกับเพื่อนไหม

เป๊ก : ถ้าเกิดผมไม่ถึงจุดจริง ๆ จะเป็นคนไม่แชร์ครับ เพราะผมเป็นคนขี้เกรงใจ เหมือนเรารู้ว่าทุกคนมีปัญหาของตัวเอง มีภาระหน้าที่ของตัวเอง เราก็กลัวว่าเราจะเอาเรื่องเราไปทำให้เพื่อนเดือดร้อน เพื่อนต้องมาแบกปัญหาเราอีกหรือเปล่า ผมก็เลยไม่ค่อยแชร์มาก แต่พอโตมาเราก็เริ่มมีเพื่อนหลายกลุ่ม เริ่มรู้แล้วว่าเพื่อนกลุ่มไหนสไตล์ไหน คนไหนปรึกษาได้ ไปเที่ยวด้วยได้ เพื่อนบางคนก็อยู่ใกล้มาก อยู่คอนโดฯ เดียวกันเลย สามารถไปหาได้ตลอด ก่อนหน้านี้ผมก็เกรงใจ เรามีเรื่องอยากระบาย แต่กลัวว่าเขายุ่ง แต่เขาบอกเราว่าจะมาเมื่อไหร่ก็มาเลย คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้าน เขาพร้อมรับฟังเรา ตอนนั้นผมก็มาคิดได้ว่า เอ๊ะ จริง ๆ แล้วเรามีเพื่อนไว้ทำไม เพื่อนก็ต้องอยู่กับเรา ให้คำปรึกษาเราได้หรือเปล่า ผมก็เลยไปหาเพื่อนมากขึ้นครับ ไปให้เขาบ่น ๆ ก็โอเค

 

The People : มีเพื่อนมาระบายหรือขอคำปรึกษาเราบ้างไหม

เป๊ก : ก็มีครับ ส่วนมากผมจะเป็นผู้รับฟัง แต่จะไม่ใช่สายให้คำแนะนำเท่าไหร่ คือบางครั้งเราก็พูดในสิ่งที่เราคิด แต่มันก็อาจจะไม่ได้มีหลักการอะไรรองรับ แค่พูดไปตามที่เรารู้สึก ตามที่เราหวังดีกับเขา ที่บอกว่าเป็นคนฟังมากกว่า ไม่ใช่ว่าเราพูดไม่ทันนะครับ คือจริง ๆ ก็พูดทัน แต่ว่าเรารู้สึกว่าเราชอบเป็นผู้ฟัง ผมรู้สึกว่าถ้าเราซัพพอร์ตใครได้สักคน เราก็อยากทำ แค่มาบ่น ๆ กับเราก็ได้ บางอย่างที่เราพูดไปเขาจะฟังหรือไม่ฟังก็ได้ คือก็พยายามคิดถึงใจเขาใจเราว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าเกิดเราอยากได้ใครสักคนที่ระบายมันก็ควรต้องมี

The People : จากการสัมภาษณ์กับ The People ครั้งที่แล้ว เป๊กบอกว่าตัวเองมีวีรกรรมแสบๆ วัยเด็กเยอะ เพื่อนมีบทบาทด้วยไหม

เป๊ก : มีครับ จริง ๆ พอเรามองย้อนกลับไป เราก็ตอบไม่ได้ว่าเราทำมันไปเพื่ออะไร เพื่อความสนุก เพื่อเรียกร้องความสนใจ อยากเป็นที่หนึ่ง หรืออยากเป็นฮีโร่ของเพื่อนเหรอ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน พอโตมาแล้วนึกไปถึงตอนนั้น เราก็รู้ว่ามันคือสิ่งที่ผิดครับ จริง ๆ มันมีวิธีอื่นอีกเยอะที่เราจะเป็นที่รัก เป็นฮีโร่ของเพื่อนได้ 

The People : ดูเหมือนเป๊กจะมีเพื่อนในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิตเลย มีช่วงเวลาที่อยู่คนเดียวบ้างไหม

เป๊ก : มีนะครับ เวลาส่วนตัวเราก็ต้องมี คือผมค่อนข้างจะซับซ้อน เพื่อนจะนิยามผมว่า ผมเป็นคนมีโลกส่วนตัวที่ชอบเข้าสังคม งงไหมครับ คือมีโลกส่วนตัวสูง แต่ว่าสามารถเข้าสังคมได้ ไม่ได้เขิน ไม่ได้อึดอัด บางทีเราก็อยากอยู่คนเดียว แต่เวลามีเพื่อนมาหาที่บ้าน มานอนอยู่ด้วยกันก็สนุกไปอีกแบบ เราได้แชร์ได้แบ่งปัน ได้มอบพลังให้กัน ผมว่าคนเราต้องมีสังคมครับ แต่ถึงอย่างนั้น ก็อย่าไปบังคับตัวเองนะ วันนี้ถ้าเรารู้สึกเหนื่อย อยากอยู่กับตัวเองก็อยู่ วันไหนเราอยากได้กำลังใจ ต้องการใครสักคน ก็ออกไป

The People : สำหรับแฟนคลับรอบตัวเรา เป๊กมองเป็นเพื่อนหรือเปล่า

เป๊ก : ก็เป็นเพื่อนอยู่นะครับ จริง ๆ แล้วในทวิตเตอร์ ในเฟซบุ๊ก ในอินสตาแกรม ผมก็ได้แชร์เรื่องราวของตัวเอง จริง ๆ ก็เหมือนเป็นการระบายเหมือนกัน ว่าตอนนี้เรามีความรู้สึกแบบนี้ ทำอะไรอยู่นะ ก็จะมีคนมาคอนเมนต์ว่า เฮ้ย ดี อันนี้ดี อันนี้ไม่ดี ชอบจังเลย ไม่ชอบ ก็ถือว่าเหมือนเป็นเพื่อนเราได้อยู่เหมือนกัน

 

The People : แล้วมีคนที่เข้ามาปรึกษาส่วนตัวกับเราบ้างไหม

เป๊ก : มีเยอะมาก ตอบไม่หวาดไม่ไหว แต่ว่าสิ่งที่ผมทำได้ก็คงเป็นการให้กำลังใจ ส่งพลังบวกให้เขา เพราะผมเองก็ไม่ได้เป็นกูรูเรื่องการใช้ชีวิตอะไร ผมก็ไม่กล้าไปแนะนำใครว่าต้องทำอะไรอยู่แล้ว เพราะแต่ละคนเขาก็มีความคิด มีรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเอง สิ่งที่ผมทำได้ก็มีแค่แนะนำให้เขาคิดว่า สิ่งที่เขาคิดจะทำมันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวเขา แล้วก็กับคนรอบตัวเขา ก็ขอให้สู้ ๆ แล้วทุกอย่างมันจะต้องดี อะไรอย่างนี้ครับ

The People : มีบ้างไหมที่พลังของตัวเราเองก็หมด

เป๊ก : มีสิครับ ยิ่งช่วงโควิดนี่ตัวดีเลย โควิดนี่เป็นช่วงที่แย่มาก ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก คือการที่เราอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนมันกดดันนะ เห็นคนอื่นเขาซัฟเฟอร์ เราเองก็ซัฟเฟอร์ เราเองก็เหงาเหมือนกัน หลายคนที่อยากได้กำลังใจจากเรา เราก็พยายามจะให้เขาให้ได้มากที่สุด เพราะเราเข้าใจครับ

The People : คิดว่าสังคมยุคนี้มีส่วนทำให้คนรู้สึกโดดเดี่ยวกว่าเดิมไหม

เป๊ก : คือเหมือนตอนนี้ทุกคนติดโซเชียลใช่ไหมครับ ก็เป็นเรื่องปกติแล้วที่ตอนนี้หันไปทางไหน นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันทุกคนก็เล่นโซเชียล แต่ไม่คุยกับเพื่อน ไปคุยกับโลกออนไลน์ มันก็เลยทำให้เหมือนความนึกคิดอะไรบางอย่างของเราเปลี่ยนไปหรือเปล่า

The People : มีช่วงเวลาที่เราอยากปิดตัวเองออกจากโลกโซเชียลไหม

เป๊ก : จริง ๆ แล้วโซเชียลสามารถมีประโยชน์ได้อีกเยอะเลยในการจะแชร์สิ่งดี ๆ ให้กับสังคม ให้กับโลก แต่ที่ถามว่าอยากจะปิดไหม คือบางทีมันก็มี จริง ๆ ก็ไม่ถึงกับปิดครับ แค่อยากพัก บางทีเรารู้สึกว่าที่ที่เคยสบายใจ มันกลับกลายเป็นที่ที่เข้าไปแล้วรู้สึกว่าอึดอัด หรือว่าคนที่ใช้โซเชียลทำร้ายกัน จริง ๆ ก็พยายามทำตัวชินครับ ทุกคนถามว่าเป็นไรไหม บอกไม่เป็นไร โอเค แต่ในใจลึก ๆ ก็คือ…อีกแล้วเหรอ ทุกคนบอกว่าเราต้องเลือกอ่านสิ่งที่ดี ๆ แล้วมันมาข้างล่างเลย ชมแล้วด่า ชมแล้วด่า มันไม่สามารถเลือกได้ใช่ไหมครับ เขาบอกว่าให้เรามองข้าม แต่ผมก็ว่ามองข้ามยังไง เรารู้อยู่ดีว่าจริง ๆ แล้วมีคนที่ไม่โอเค

 

The People : เวลาเจอเรื่องที่ทำให้รู้แย่เราทำอย่างไร

เป๊ก : มีคุยกับเพื่อนบ้างครับ แล้วก็มองหาสิ่งที่ทำให้เรามีแรง มีพลังไปสู้ต่อ เดี๋ยวนี้เวลาทำอะไรเราก็พยายามโฟกัสที่จุดประสงค์ของเราก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร บางทีสิ่งที่เราทำอาจจะไม่ได้ถูกใจทุกคนเสมอไป ทำดีก็บอกว่าเอาหน้า ทำดีก็แบบนู่นนี่นั่น คือไม่มีอะไรสามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ ดังนั้นเวลาเราเลือกจะทำสิ่งที่ดี ก็อาจจะไม่ต้องหวังว่าทุกคนจะเห็น เราหวังให้คนที่รักเราเขาเห็นพอ อย่างที่บอกครับว่าแค่ต้องรู้จุดประสงค์ของตัวเองว่า จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ของเราคืออะไร ตั้งใจที่จะทำดี ตอบแทนสังคม ช่วยเขา อะไรที่เราสามารถมองข้ามไปได้ก็อาจจะต้องมองข้ามไป

The People : ได้มีโอกาสร่วมงานกับทางยูนิเซฟอีกครั้ง รู้สึกอย่างไรบ้าง

เป๊ก : เป็นเกียรติมาก ๆ ครับที่ได้ร่วมงานกับยูนิเซฟ ภูมิใจมาก ๆ ที่ได้เป็นส่วนเล็ก ๆ ที่จะทำให้สังคมหรือโลกของเราดีขึ้น ผมได้รับหน้าที่ที่จะแนะนำเรื่องของเพื่อน จริง ๆ แล้วก็มีหลาย episode น่าจะ 12 คือมีศิลปินดารามากมายหลายคนที่จะมาพูดเรื่องราวของตัวเอง แต่ผมได้รับเรื่องนี้เพราะเขาคิดว่าผมมีเพื่อนเยอะ สามารถให้คำปรึกษาได้

The People : ฝากอะไรถึงคนที่กำลังรู้สึกไม่ดี หรือรู้สึกว่าไม่มีใครเคียงข้าง

เป๊ก : จริง ๆ เราอาจจะคิดไปเองว่าเพื่อนไม่โอเคกับเรานะครับ แต่ในลักษณะของคนบางคนอาจจะไม่ได้แสดงความรู้สึกตลอดเวลาว่าฉันรักเธอ หรือว่าฉันโอเคกับเธอ แต่จริง ๆ แล้วอย่าคิดว่าเพื่อนไม่รับฟังเรา เพื่อนมีไว้ซัพพอร์ต มีอะไรก็แชร์ได้ ไม่ต้องเกรงใจ ก็เพื่อนกัน พูดไปเลย หาใครสักคนพูดไปเลย จะฟังไม่ฟังก็พูดไปก่อน


Related

สัมภาษณ์ ไมค์ ชิโนดะ กับวันแรกที่พบเชสเตอร์ และนิยามของ ‘ความต่าง’ ที่ลงตัว

สัมภาษณ์ โอ – อนุชิต สพันธุ์พงษ์ นักแสดงผู้ถูกหล่อหลอมด้วยความเป็นเหตุเป็นผล

สัมภาษณ์ อดัม โรเจอร์ส กับเรื่องราวของดนตรีแจ๊ส, เฮนดริกซ์ และ สตรีมมิ่ง

สัมภาษณ อ๊อฟ-ปองศักดิ์ กับชีวิตในวัยเด็ก ความรัก การเป็นเกย์ และปัจจุบันที่ก้าวผ่านความทุกข์

สัมภาษณ์ Two Door Cinema Club มิตรภาพจากกีตาร์ร็อค, Nirvana และเกาะสมุย

สัมภาษณ์ อาภาพัชร์ ใจอินทร์ กลินน์ ภัณฑารักษ์ผู้เปลี่ยนความเสียดายเป็นงานศิลปะ

สัมภาษณ์ เจเรมี่ ซัคเกอร์ เจ้าของเพลงฮิต ‘comethru’ อดีตนักชีววิทยา ครูสอนสโนว์บอร์ด และแฟนคลับ blink182

“เราอาจหลงลืมการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติไปแล้ว” สัมภาษณ์ โทโมมิ โยชิมูระ โปรดิวเซอร์ Every Day a Good Day