Post on 08/04/2019

เปโดร กุซมัน ถูกรัฐบาลตัวเองเนรเทศ จนป่วยทางประสาท

การ “เนรเทศ” มักเป็นมาตรการที่ถูกนำมาใช้กับกรณีคนต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศมาโดยผิดกฎหมาย ซึ่งแต่ละประเทศก็อาจจะมีกระบวนการตรวจสอบการเดินทางเข้าประเทศ การอ้างสิทธิและการพิสูจน์สัญชาติต่างกันไป ก่อนที่จะมีคำสั่งสุดท้ายอันมีผลให้บุคคลนั้นต้องพ้นจากประเทศดังกล่าว

และบางกรณีความหละหลวมในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็อาจก่อให้เกิดความผิดพลาด และนำไปสู่การเนรเทศพลเมืองของประเทศตัวเอง

เช่นกรณีตัวอย่างที่สหรัฐอเมริกา พลเมืองอเมริกันผู้เคราะห์ร้ายผู้นี้มีชื่อว่า “เปโดร กุซมัน” (Pedro Guzman) ในต้นปี 2007 เขาถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกและสร้างความเสียหายจากการพ่นสีสเปรย์ในสุสานเครื่องบินแห่งหนึ่งในแลงคาสเตอร์ แคลิฟอร์เนีย

ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน เขาถูกศาลสั่งลงโทษจำคุกเป็นเวลา 120 วัน ก่อนศาลลดโทษให้เหลือ 40 วัน

แต่เมื่อเขาพ้นโทษในเดือนพฤษภาคม เขาพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเมื่อเขากำลังจะถูกเจ้าหน้าที่ “เนรเทศ” ไปยังเม็กซิโก เนื่องจากเขาแจ้งว่า เขาเกิดในเม็กซิโก แม้ว่านั่นจะไม่ได้แปลว่าเขาไม่มีสัญชาติ “อเมริกัน” เลยก็ตาม

ก่อนที่ครอบครัวจะสามารถทำอะไรได้ กุซมันต้องระเหเร่ร่อนอย่างเดียวดายในประเทศที่เขาไม่คุ้นเคย ทางครอบครัวในฝั่งสหรัฐฯ พยายามใช้มาตรการทางกฎหมายด้วยการฟ้องร้องสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่สร้างความผิดพลาดอย่างร้ายแรงเนรเทศพลเมืองของตนเองโดยไม่มีอำนาจ ทางครอบครัวจึงเรียกร้องให้สำนักงานฯ รีบติดตามกุซมันกลับบ้านโดยด่วน

แต่เบื้องต้นทางสำนักงานฯ ยืนยันว่า พวกเขามีกระบวนการตรวจสอบที่รัดกุม และต้องมีการพิสูจน์จนแน่ใจในหลักฐานแล้วว่า บุคคลนั้น ๆ เป็นบุคคลต่างด้าวจริง ๆ พวกเขาจึงจะเนรเทศบุคคลนั้น ๆ และในกรณีของกุซมันพวกเขาก็ได้ทำตามขั้นตอนโดยมิได้ขาดตกบกพร่องแต่ประการใด

เมื่อทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปฏิเสธที่จะแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ครอบครัวของกุซมันจึงต้องดั้นด้นเดินทางไปยังติฮัวนา (Tijuana) ในเม็กซิโกเพื่อตามหากุซมันเอง มาเรีย คาร์บาฮาล (Maria Carbahal) แม่ของกุซมันต้องออกจากงานใช้เงินเก็บที่มีเกือบหมดในช่วงระยะเวลาเกือบสามเดือนที่ออกตามหาลูกชาย

ฝ่ายกุซมันที่ถูกเนรเทศก็พยายามหาทางเดินเท้ากลับบ้าน เขาใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว หากินอาหารจากกองขยะ หลีกเลี่ยงการพบเจอผู้คน ก่อนถูกจับที่ชายแดนสหรัฐฯ เมื่อเวลาผ่านไป 89 วัน เดินเท้ามาเป็นระยะทางเกือบ 100 ไมล์จากติฮัวนามาถึงพรมแดนฝั่งคาเล็กซิโกของสหรัฐฯ และถูกส่งตัวมายังศาลในลอสแอนเจลิส

ศาลเมื่อพิจารณาความแล้วจึงสั่งให้ปล่อยตัวกุซมัน ที่ตอนนั้นนอกจากจะมีอาการขาดสารอาหารแล้วยังมีพฤติกรรมส่อให้เห็นว่าเขาเริ่มแสดงอาการทางจิตประสาท หลังต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายอันเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ

“เขาไม่ได้คืนลูกของฉันกลับมาโดยสมบูรณ์” มาเรีย คาร์บาฮาล ผู้เป็นแม่กล่าว (The LA Times) “ฉันได้ลูกกลับมาแต่ไม่สมบูรณ์ เขาไม่เป็นปกติแล้ว”

ทางครอบครัววิจารณ์ว่าความผิดพลาดครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องในการตรวจสอบหลักฐานของเจ้าที่ โดยทางครอบครัวยืนยันว่ากุซมันเกิดและเติบโตในสหรัฐฯ ขัดกับคำให้การที่กุซมันแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เรือนจำ ซึ่งทำให้เขาถูกส่งตัวไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตั้งแต่ต้น

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองรายหนึ่งให้ความเห็นว่า ปกติถ้ามีบุคคลอ้างว่าตนเป็นบุคคลต่างด้าว เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ตรวจสอบแล้วว่าบุคคลนั้นเป็นชาวอเมริกันหรือไม่ (The New York Times)

ครอบครัวกุซมันจึงฟ้องร้องดำเนินคดีกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งหลังการต่อสู้สืบความกันมาเป็นเวลาสามปี ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็ขอยอมความ จ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวของกุซมันเป็นจำนวน 350,000 ดอลลาร์ แลกกับความทุกข์ทรมานของกุซมัน และความเดือดร้อนของครอบครัวอันเป็นผลมาจากความหละหลวมดังกล่าว (Court Listener)

 


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ สังคม และต่างประเทศ

Related

ลา กาตรินา โครงกระดูกสาวพราวเสน่ห์แห่งเทศกาล Día de Muertos ในเม็กซิโก

สุนันทา สมบุญธรรม เปลี่ยนพื้นที่รกร้างเป็นปอดสีเขียว ที่ช่วยสร้างอาชีพให้คนชะอำ

ผู้ใหญ่บ้านเด่นณรงศ์ ธรรมมา ช่างก่อสร้างที่จบปริญญาเอกแล้วสร้างธนาคารชุมชน

“ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์” ส.ส. ผู้พิการรายแรกของไทย ที่ไม่อยากให้คิดว่า การดูแลผู้พิการคือการสงเคราะห์

“ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุโมงค์คนแรกของไทย ที่ตั้งใจคืนรอยยิ้มให้กับคนกรุงเทพด้วยการขุดใต้ดิน

“จอห์น ฮาร์วี่ย์ เคลล็อกก์” คิดค้นคอร์นเฟล็กให้กินแทนการช่วยตัวเอง

แซนดรา คันนิงแฮม เด็กที่ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางเงินล้านตอน 9 ขวบ เพราะคุณพ่อไม่ยอมซื้อลิปบาล์มให้

“แพทริก ดาวน์ส, เจสสิกา เคนสกี้” คู่รักบอสตันสตรองที่เยียวยาตัวเองด้วยการวิ่งหลังเสียขาสามข้างจากระเบิดบอสตันมาราธอน