Post on 07/01/2021

People of the Day: ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ #CoupAttempt แท็กร้อน เกมจบคนไม่จบ

สรุปไทม์ไลน์ร้อนปลุกม็อบเดือดบุกอาคารรัฐสภาอเมริกาครั้งแรกในรอบกว่า 200 ปี

 

ค่ำคืนวันที่ 6 มกราคม 2021 ที่แสนหนักหน่วงของสหรัฐอเมริกา

 

-โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ปลุกม็อบบุกอาคารรัฐสภาขัดขวางกระบวนการรับรอง โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ส่งผลให้การลงคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งต้องหยุดชะงักไปนานหลายชั่วโมง และมีการปะทะกันจนผู้ประท้วงเสียชีวิต 4 ราย

 

-“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ประธานาธิบดี (ทรัมป์) คือคนก่อม็อบ ประธานาธิบดีคือคนยุยงปลุกปั่นม็อบ ประธานาธิบดีพูดกับม็อบ เขาจุดไฟให้ปะทุขึ้น” ลิซ เชนีย์ สมาชิกสภาล่างจากพรรครีพับลิกัน กล่าวตำหนิผู้นำสหรัฐฯ ที่มาจากพรรคเดียวกัน ขณะที่แฮชแท็ก #CoupAttempt (ความพยายามปฏิวัติ) ติดเทรนด์โลกทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว

 

-ก่อนผู้ประท้วงบุกอาคารรัฐสภาในวันเดียวกัน ทรัมป์ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยกับกลุ่มผู้สนับสนุนใกล้ทำเนียบขาว โจมตีกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่ามีการทุจริต โดยอ้างทฤษฎีสมคบคิดซึ่งไม่มีหลักฐานยืนยัน

 

-“ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับสภาคองเกรสในการเผชิญหน้ากับการทำลายประชาธิปไตยอันเลวร้ายของเรา และหลังจากนี้เราจะเดินทางไป และผมจะไปกับพวกคุณ เราจะเดินไปที่รัฐสภา จะไปให้กำลังใจวุฒิสมาชิกผู้กล้าของเรา และ ส.ส. กับสตรีทั้งหลาย” ทรัมป์กล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนก่อนที่ความวุ่นวายจะเริ่มขึ้น

 

-หลังการปราศรัย ประมาณ 14.30 น. (วันที่ 6 มกราคม 2021 ตามเวลาท้องถิ่น) บรรดาผู้ประท้วงหลายร้อยคนพากันเดินไปยังอาคารรัฐสภา ระหว่างที่บรรดา ส.ส. และ ส.ว. กำลังประชุมรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ

 

-ผู้ประท้วงบางคนพกอาวุธ สวมเกราะกันกระสุน และมีอาวุธเคมีที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเป็นอาวุธ หลายคนถือธงสนับสนุนทรัมป์ และธงสมาพันธรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นธงของฝ่ายสนับสนุนการค้าทาส และการแบ่งแยกสีผิวในยุคสงครามกลางเมือง

 

-แม้เจ้าหน้าที่พยายามสกัดกั้น แต่ผู้ประท้วงหลายคนพากันปีนกำแพงขึ้นไป และทำลายประตูหน้าต่าง ก่อนบุกเข้าไปภายในอาคาร ทำให้บรรดานักการเมืองที่ประชุมกันอยู่ต้องอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยชั่วคราว

 

-ความวุ่นวายยืดเยื้อประมาณ 4 ชั่วโมง โดยผู้ประท้วงหลายคนบุกเข้าไปในห้องประชุมสภา ขึ้นไปนั่งบนแท่นประธานสภา และบุกเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่มีนักการเมืองคนใดได้รับอันตราย แม้ต่อมาเจ้าหน้าที่จะพบระเบิด ‘ไปป์บอมบ์’ 2 ลูกตกอยู่ภายในตัวอาคาร

 

-ทางการสหรัฐฯ ต้องระดมกองกำลังป้องกันมาตุภูมิ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และหน่วยอารักขาผู้นำ (Secret Service) หลายพันนายเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย และผลักดันผู้ประท้วงออกนอกอาคารได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่รายงานว่า มีผู้ประท้วงสตรีถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 3 ราย เสียชีวิตจาก ‘ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์’ ขณะเดียวกันก็มีผู้ถูกจับกุมตัว 52 คน และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 14 คน

 

-นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้องประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 18.00 – 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ประกาศให้เมืองหลวงอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 15 วัน จนกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 20 มกราคม

 

-ระหว่างเกิดความวุ่นวาย แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ได้ออกมาร่วมการชุมนุมหน้ารัฐสภาด้วยตนเอง แต่เขายังคงใช้โซเชียลมีเดียสื่อสารกับผู้ชุมนุม โดยทรัมป์ทวีตเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ และเดินทางกลับบ้าน แต่ยังคงยืนยันไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง

 

-Twitter, Facebook และ YouTube พร้อมใจระงับการใช้งานโซเชียลมีเดียของทรัมป์ โดย Twitter ลบบางโพสต์ของทรัมป์ออกไป และห้ามโพสต์ข้อความใหม่เป็นเวลา 12 ชม. ส่วน Facebook แบนทรัมป์เป็นเวลา 24 ชม. เนื่องจากละเมิดกฎห้ามยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ขณะที่ YouTube ลบวิดีโอของทรัมป์ที่ ‘ละเมิดนโยบายแพร่กระจายข่าวการโกงเลือกตั้ง’

 

-เหตุการณ์บุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในรอบกว่า 200 ปี โดยครั้งสุดท้ายก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นในปี 1814 ด้วยฝีมือกองทัพอังกฤษ ที่บุกเข้าไปเผาอาคารรัฐสภาขณะยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

 

-มาร์ก รัฟฟาโล ดาราฮอลลีวูดชื่อดัง ทวีตว่า “ความจริงและความน่าละอายของประเทศนี้ ตอนนี้เราทุกคนเห็นแล้ว ศัตรูตัวจริงของประเทศนี้ได้เปิดเผยตัวตนแล้วในวันนี้” พร้อมเรียกร้องให้มีการถอดถอนทรัมป์ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีทันที

 

-ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภา หลังกลับมาประชุมรับรองผลการเลือกตั้งกันอีกครั้งว่า “ถึงพวกเขาเหล่านั้นที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงในรัฐสภาของเราวันนี้ พวกคุณไม่ใช่ผู้ชนะ” และว่า “ความรุนแรงไม่มีวันชนะ เสรีภาพคือชัยชนะ และที่นี่จะยังเป็นสภาของประชาชน ขณะเรากลับมาประชุมสภากันอีกครั้ง โลกจะได้เป็นสักขีพยานการกลับมาลุกขึ้นยืน และความเข้มแข็งของประชาธิปไตยของเราอีกครั้ง แม้ในยามเกิดความรุนแรงและการบุกทำลายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”

 

-จอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ออกแถลงการณ์ประณามการบุกอาคารรัฐสภาครั้งนี้ว่า “นี่คือการประท้วงผลการเลือกตั้งในสาธารณรัฐกล้วย (ประเทศไร้เสถียรภาพทางการเมือง) ไม่ใช่สาธารณรัฐประชาธิปไตยของเรา”

 

-มิต รอมนีย์ วุฒิสมาชิกและอดีตผู้สมัครประธานาธิบดีสังกัดพรรครีพับลิกัน ประณามการประท้วงครั้งนี้ว่า เป็น ‘การลุกฮือปฏิวัติที่มีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ยั่วยุ’

 

-แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ลุกขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมวุฒิสภา เรียกร้องให้เพื่อนนักการเมืองถามตัวเองว่า มันคุ้มค่าแค่ไหนในการทำลายระบอบประชาธิปไตยเพื่อปกป้องคนอย่างโดนัลด์ ทรัมป์

 

-เหตุการณ์ครั้งนี้ยังก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 25 เพื่อถอดถอนทรัมป์ออกจากตำแหน่ง และให้รองประธานาธิบดีเพนซ์ ขึ้นมาทำหน้าที่แทน แม้มาตรานี้จะยังไม่เคยมีการหยิบยกมาใช้ นับตั้งแต่ตราขึ้นมาใหม่ในปี 1967

 

-ด้านผู้นำทั่วโลกพร้อมใจประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้การถ่ายโอนอำนาจผู้นำสหรัฐฯ ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดย บอริส จอห์นสัน นายกฯ อังกฤษ เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น ‘ภาพที่น่าอับอาย’ ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านของอังกฤษ เรียกว่าเป็น ‘การโจมตีโดยตรงต่อประชาธิปไตย’

 

-หลังเหตุการณ์ม็อบบุกสภา ยังเกิดกระแสคนในรัฐบาลพากันยื่นจดหมายลาออกจากการทำงานให้ทีมทรัมป์ โดยสเตฟานี กริสแฮม ขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ เช่นเดียวกัน ริคกี นิเชตา ที่ลาออกจากตำแหน่งเลขานุการสังคมประจำทำเนียบขาว ขณะที่แมต พอตติงเกอร์ ขอลาออกจากตำแหน่งรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และมีข่าวว่า ที่ปรึกษาคนสนิทด้านความมั่นคงของทรัมป์อีกหลายคน กำลังพิจารณายื่นใบลาออกเช่นกัน

 

-ล่าสุด (04.40 น. เช้าวันที่ 7 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น) สภาคองเกรสสหรัฐฯ มีมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ โจ ไบเดน ได้รับชัยชนะแล้ว ทำให้ โจ ไบเดน จะได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมกับ คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีคนใหม่ ในวันที่ 20 มกราคมนี้ ตามเวลาในสหรัฐฯ

 

เรื่อง: ภานุวัตร เอื้ออุดมชัยสกุล

 

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.bbc.com/news/world-us-canada-55568621

https://www.aljazeera.com/news/2021/1/6/final-step-us-congress-meets-to-certify-biden-election-victory

https://edition.cnn.com/…/washington-dc…/index.html

 


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

Movimento Passe Livre ขบวนการ “ขนส่งสาธารณะปลอดค่าโดยสาร”

ไพอัส ทิกเนส: รัฐมนตรีหุ่นเชิดของลอร์ดโวลเดอมอร์

ดี-แอนน์ เคนติช-โรเจอร์ส นางงามเกาะอังกฤษ สู่ รมต.หญิงผิวสีคนแรกของอังกิลล่า

วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี : เส้นทางชีวิตผู้ว่าฯ สมุทรสาคร จากดนตรีและน้ำหมึก สู่การเป็นนักปกครอง 

ศาลอินเดีย กับการตัดสินคดีไม่ยืนตรงเคารพเพลงชาติในโรงภาพยนตร์

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จาก รมต.สีเทา ขยับเป็นเบี้ยล่อขุน

เจนบุญ ใยมะเดื่อ : เสียงจาก ‘ม็อบเสื้อเหลือง’ ที่เชื่อว่า “เราขัดแย้งกันได้ แค่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน”

ณ็อง เบเดล โบกัสซา: นายทหารที่สถาปนาตัวเป็นจักรพรรดิแห่งแอฟริกากลาง