Post on 26/03/2019

ปีเตอร์ ทาบีชี ครูดีเด่นโลกที่ปฏิวัติการสอนจากพ่อแม่เด็ก

“การเป็นครูมันฝังอยู่ในสายเลือดผม ทั้งพ่อ ลุง หรือญาติ ๆ ของผมอีกแปดคนก็เป็นครูกันหมด ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ผมทำนั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้จริง และไม่เพียงแค่เด็กในประเทศนี้ แต่เป็นทั้งทวีปแอฟริกา”

ปีเตอร์ โมคายา ทาบีชี (Peter Mokaya Tabichi) ครูหนุ่มชาวเคนยา ผู้ได้รับรางวัล ครูดีเด่นโลก ประจำปี 2019 จากมูลนิธิวาร์คีย์ (Varkey Foundation) มีแรงบันดาลใจในการเป็นแม่พิมพ์อยู่ในสายเลือด โดยเขาบริจาคเงินเดือนครูกว่า 80% ให้กับโครงการของชุมชนท้องถิ่น เปรียบเทียบให้พอเห็นภาพว่า ถ้าเป็นครูในประเทศไทยที่จบปริญญาตรีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท เขาบริจาคไปแล้ว 12,000 บาท เหลือไว้ใช้เองแค่ 3,000 บาท

ก่อนมาประจำที่โรงเรียนมัธยมศึกษาเคริโค (Keriko Secondary School) โรงเรียนชนบทอันห่างไกลในนาคูรู ประเทศเคนยา ครูหนุ่มวัย 36 ปีคนนี้ เคยสอนในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 โรงเรียนชั้นนำของเคนยา ซึ่งเขาได้รับเงินเดือนมากกว่า มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย และรองรับนักเรียนได้พร้อมกว่าโรงเรียนเล็ก ๆ อันห่างไกลที่เขาตัดสินใจย้ายมาอยู่อย่างเทียบกันไม่ติด

สิ่งที่ผลักดันให้เขาเลือกมาสอนเด็ก ๆ ในโรงเรียนด้อยโอกาส ที่นักเรียนกว่า 95% มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนมาก หลายคนต้องเดินเท้าไกลกว่า 7 กิโลเมตรมาเรียน บางรายที่บ้านแทบไม่มีอาหารรับประทาน เกือบ 1 ใน 3 เป็นเด็กกำพร้าหรือมีเพียงพ่อหรือแม่ เด็กต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติด การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาแต่งงาน รวมไปถึงปัญหาการฆ่าตัวตาย นั่นก็เพราะ “ความรัก”

“เด็ก ๆ ที่นี่ต้องการผม ผมอยากกระจายและแบ่งปันความรักไปให้กับชุมชนรอบ ๆ นี่แหละที่ทำให้ผมได้มาอยู่ตรงนี้”

ส่วนหนึ่งของความรักของครูปีเตอร์มาจากการที่เขาเป็นนักบวชคณะฟรังซิสกัน ความรักที่เขาได้ให้กับลูกศิษย์และโรงเรียนเคริโคมี มีทั้งการเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เป็นครูผู้ก่อตั้งชมรมใหม่ ๆ ในโรงเรียนอย่างชมรมวิทยาศาสตร์ ที่สนับสนุนให้ลูกศิษย์ของเขามีโอกาสไปโชว์โครงงานเครื่องวัดขนาดวัตถุสำหรับผู้บกพร่องทางสายตาและการได้ยินเสียง ในงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมของเคนยา ประจำปี 2018 และคว้ารางวัลจากสมาคมเคมีหลวง (Royal Society of Chemistry) ของประเทศอังกฤษ จากโครงงานการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพืชท้องถิ่น ส่วนลูกศิษย์สาวที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์กับเขา ก็ได้เข้ารอบคัดเลือกไปแข่งขันในรายการแข่งขันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

“ผมภูมิใจในตัวลูกศิษย์ แม้จะไม่มีปัจจัยพื้นฐาน ไม่มีห้องสมุด ไม่มีห้องทดลอง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงเรียนอื่น แต่ก็ทำได้ถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าการจะเป็นครูที่ยิ่งใหญ่นั้น คุณต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ากับการเรียนการสอน ที่สำคัญคือทำให้มาก และพูดให้น้อย”

ไม่น่าเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ครูปีเตอร์หมายถึง คือ คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวของโรงเรียน ที่แทบจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ เขาเลยใช้การแว้นมอเตอร์ไซด์คู่ใจไปดาวน์โหลดข้อมูลใหม่ ๆ ที่จำเป็นสำหรับเด็กจากอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เพื่อมาเปิดสอนแบบออฟไลน์ในห้องเรียน ซึ่งครูปีเตอร์ใช้คอมพิวเตอร์เก่า ๆ เครื่องเดียวนี้เป็นอุปกรณ์สำคัญในการสอนนักเรียนมากกว่า 400 คน และ 80% ของหลักสูตรการสอนทั้งหมดของเขาก็มาจากคอมพิวเตอร์เครื่องนี้

ครูปีเตอร์ยังได้จับมือกับเพื่อนครูคนอื่น เดินทางไปสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้นักเรียนแบบตัวต่อตัวถึงที่บ้านในช่วงวันหยุด ทำให้โรงเรียนเล็ก ๆ ที่มีอัตราครู 1 คน ต่อนักเรียนถึง 58 คนนี้ มีนักเรียนมาลงทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า อัตราการขาดเรียนลดลงจาก 30% เหลือแค่ 3% ในปี 2017 มีเด็กได้เรียนต่อระดับอุดมศึกษา 16 คน จากนักเรียน 59 คน แล้วเพิ่มขึ้นเป็น 26 คนในปีต่อมา ซึ่งครูปีเตอร์ได้ให้ความสำคัญกับนักเรียนหญิง ทำให้พวกเธอมีคะแนนที่ดีขึ้นมากจนแซงนักเรียนชายในการทดสอบ 4 วิชา

สิ่งหนึ่งที่มีส่วนทำให้เขาโดดเด่นกว่าตัวแทนคุณครูอีก 10,000 คน จาก 179 ประเทศ จนคว้ารางวัล “ครูดีเด่นโลก” มาได้นั้น มาจากการที่ครูปีเตอร์ ทาบีชี ตัดสินใจลงไปให้ความรู้ เริ่มตั้งแต่ระดับผู้ปกครองนักเรียน

“เด็กหลายคนของโรงเรียนนี้ต้องเผชิญปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหิว เด็กบางคนไม่ได้กินข้าวเช้ามาจากบ้าน ทำให้ท้องร้องไม่มีสมาธิเวลาเรียน ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องใหญ่มาก การสอนผู้ปกครองและคนในชุมชนให้รู้จักการทำเกษตรแบบใหม่จึงเป็นทางออกที่สำคัญ”

ครูปีเตอร์ใช้เวลาถึง 4 ปี และเงินเดือนกว่า 80% ทุกเดือน เพื่อเปลี่ยนให้คนในชุมชนและพ่อแม่เด็กหันมาทำการเกษตรสมัยใหม่ที่ให้ผลดีกว่าเดิมมาก เป็นการปฏิวัติการสอนแบบใหม่ที่เน้นผลลัพธ์ปลายทาง โดยไม่ยึดติดกับวิธีการเดิม ทั้งการแก้ไขปัญหาสมาธิของนักเรียนที่มีต้นเหตุมาจากความหิวโหย และการทุ่มเทด้วยใช้เงินเดือนส่วนตัว เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าโดยไม่คำนึงถึงตัวเอง และแน่นอนว่าเขาเตรียมการใช้เงินรางวัลจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31 ล้านบาทที่ได้มานี้ ช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนของเขาดีขึ้น

เมื่อปี 2007 เกิดสงครามความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าขึ้นในเคนยา ที่ขยายตัวกลายเป็นสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มีการประเมินว่าจำนวนผู้เสียชีวิตมากถึง 1,500 คน สูญหายอีกกว่า 600,000 คน ที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมศึกษาเคริโค ของครูปีเตอร์ อยู่ใจกลางพื้นที่สู้รบ ไม่แปลกที่นักเรียนของโรงเรียนนี้จะมาจากเผ่าต่าง ๆ ทั้ง 7 เผ่าที่เคยขัดแย้ง เหมือนเดิม-ครูดีเด่นโลกคนนี้ แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการตั้งชมรมสันติภาพเพื่อให้ทุกคนมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันได้

“ชมรมสันติภาพของเรา ได้เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ที่มาจากคนละเผ่าได้ดีเบตแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มีชวนกันนั่งรถไปทัศนศึกษานอกสถานที่บ้าง ทั้งหมดเพื่อช่วยให้พวกเขาได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ”

ชมรมสันติภาพของครูปีเตอร์ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้แห่งสันติภาพ ที่นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของสันติแล้ว ยังเป็นต้นไม้ที่คอยให้ร่มเงาและออกผลที่ให้กินอิ่มท้องในอนาคตอีกด้วย

 

ภาพ : Global Teacher Prize

ที่มา 
https://www.globalteacherprize.org
https://www.bbc.com
https://www.youtube.com
https://en.wikipedia.org


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

เนินชะลอความเร็วสุดนิ่ม จากการคำนวณของนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล “อาร์เทอร์ คอมป์ตัน”

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุโมงค์คนแรกของไทย ที่ตั้งใจคืนรอยยิ้มให้กับคนกรุงเทพด้วยการขุดใต้ดิน

เชฟแบล็ก ภานุภน บุลสุวรรณ จากเชฟเทเบิ้ล สู่อาหาร zero waste

กิตติธัช ศรีพิชิต เสื้อเหลืองเสื้อแดง Avengers และเพื่อน ม.4 ทำให้อยากทำหนัง

วารินทร์ เทศนิยม กระเป๋ารถเมล์ที่ยืนหยัดในหน้าที่ แม้ช่วงเวลา “โควิด”

“เปิดบ้าน จันท์ช่วยจันท์” สร้างโอกาสให้ผู้ก้าวพลาดในเรือนจำจันทบุรี

แดร็ก ควีน: จากเวทีสู่โชว์ออนไลน์ ส่งความสุขให้คนดูช่วงโควิด

ชิโอริ อิโตะ: มากกว่าชนะคดี คือการปลดแอกอคติทางเพศ กรณี #MeToo ของญี่ปุ่น