Post on 23/12/2020

เครื่องดื่มมัลเบอรี่ภูเชียงทา วุฒิพงศ์ ครอบบัวบาน “ถ้าทุกคนเอาแต่ทอผ้า แล้วใครจะซื้อ- OTOP ต้องบริหารแบบมืออาชีพ”

เพราะตั้งเป้าหมายไว้ที่ดวงจันทร์ แม้วันนี้จะยังเดินทางไปไม่ถึง แต่ ณ จุดที่ยืนอยู่ก็ยังเป็นท่ามกลางหมู่ดวงดาว

จากผลิตภัณฑ์ของฝากชุมชน ทำเอง-ขายเองเมื่อสิบกว่าปีก่อน ช่วงระยะเวลา 2-3 ปีมานี้ แบรนด์ “ภูเชียงทา” กลายเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ จากวิสาหกิจชุมชนสู่การเป็นบริษัทจำกัด ทำฟาร์มปลูกสมุนไพรแปรรูปสินค้าหลากหลาย ทั้งผลไม้อบแห้ง เครื่องดื่ม อาหารเสริม ซึ่งทั้งหมดใช้กระบวนการแบบไร้สารพิษ มีโรงงานมาตรฐาน GMP มีใบรับรองความเป็นออร์แกนิคที่ได้มาตรฐานจากทั้งในและต่างประเทศ

“เรามีกระบวนการผลิตที่ครบวงจร ทั้งการปลูก การแปรรูป การใส่บรรจุภัณฑ์ ใช้เวลานับสิบปีที่จะควบคุมคุณภาพดิน คุณภาพน้ำใเป็นออร์แกนิคทั้งหมด ส่วนลูกค้าที่เข้ามามีทั้งที่เป็นคนไทยและต่างชาติ ซึ่งสัดส่วนยอดขายทั้งหมด แบ่งเป็นการขายสินค้าในแบรนด์ภูเชียงทา 30% และที่เหลือคือการจ้างผลิตสินค้า (Original Equipment Manufacturer- OEM) ซึ่งแน่นอนว่ารวมทั้งหมดอยู่ในระดับหลักล้านบาท” วุฒิพงศ์ ครอบบัวบาน ประธานวิสาหกิจชุมชนภูเชียงทา จ.ชัยภูมิ กล่าว

จากต้นหม่อน (มัลเบอร์รี่) ที่ปลูกมายาวนานในชุมชนภาคอีสาน สู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม พวกเขาสร้างมันอย่างไร?

 

1

ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ วุฒิพงศ์ คนหนุ่มจาก ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ตั้งใจและวางเป้าหมายมาแต่ต้นแล้วว่า อยากประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของกิจการแปรรูปอาหาร เขาจึงเลือกศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ และต่อยอดในระดับที่สูงขึ้นไปทั้งด้านการบริหาร และสาขาวิชาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ

“ผมเป็นคนหนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เห็นการทำนา การทำสวน ปลูกหม่อนมาแต่เด็ก และเมื่อผลผลิตในชุมชนออกมาเยอะๆ ราคาก็จะต่ำลง จึงตั้งใจที่จะสร้างมูลค่าผลผลิตเหล่านั้น และการแปรรูปอาหารคือวิธีการหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นได้”

หลังเรียนจบ วุฒิพงศ์ ได้ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการสาขาของร้านอาหารแฟรนไชส์แห่งหนึ่งได้ประมาณ 3 ปี ซึ่งในที่แห่งนั้นเขาได้เรียนรู้ระบบการจัดส่งอาหาร การแปรรูป การสั่งวัตถุดิบ และการสร้างความพอใจให้กับลูกค้า

“เราได้แบ็คกราวน์ทางวิทยาศาสตร์การอาหาร เข้าใจการแปรรูป แต่ในเชิงบริหารจัดการที่ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ในช่วงแรกของการทำงานก็ต้องหาหนังสืออ่าน สร้างประสบการณ์เติมเต็มกับเรื่องเหล่านี้ อย่างตอนนี้ก็ถือว่ามีประสบการณ์มากขึ้น แต่ก็ยังต้องเพิ่มเติมอยู่ เช่นการสร้างแบรนด์ การทำตลาด การทำ Storytelling ของแบรนด์ ผมว่าหัวใจหลักของการทำโอท็อปคือเราต้องพัฒนาอยู่เสมอ เพราะสินค้าที่เป็นตัวเลือกนั่นมีมาก ดังนั้นต้องทำผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่น”

 

2

“มัลเบอร์รี่” หรือ “หม่อน” คือหนึ่งในผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่สามารถปลูกได้กับทุกสภาพพื้นที่ ปลูกง่าย โตเร็ว เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง

นอกจากเป็นเมืองผ้าไหมดี จ.ชัยภูมิคือแหล่งปลูกมัลเบอรี่ที่มีชื่อเสียง เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของผลิตภัณฑ์ที่สืบทอดกันมา และแต่เดิมมีเพียงเฉพาะคนในชุมชนที่นิยมบริโภคเพราะรู้ถึงสรรพคุณการเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และวิตามินสูงของมัลเบอรี่ หากแต่เมื่อเรื่องการใส่ใจสุขภาพและการดูแลตัวเองเป็นเทรนด์ใหญ่ที่คนเมืองให้ความสำคัญ มัลเบอรี่จึงถูกต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งขายผลสด แปรรูปเป็นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ ทำแยม อบแห้ง กวน และภายหลังผลไม้ชนิดนี้ยังถูกค้นพบวิจับว่ามีสรรพคุณช่วยในการผ่อนคลาย, แก้ร้อนใน กระหายน้ำ, ต้านอนุมูลอิสระ และลดการเสื่อมสภาพของเซลล์

ถึงเช่นนั้น มัลเบอรี่ก็คือมัลเบอรี่อยู่ดี และไม่ใช่ที่ จ.ชัยภูมิที่ปลูกได้เพียงอย่างเดียว เมื่ออุปสงค์ของมัลเบอรี่มีมาก ราคาสินค้าจึงไม่สูงนัก และนั่นเป็นที่มาของการสร้างผลิตภัณฑ์ภูเชียงทา ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าของมัลเบอรี่

“พอสินค้าเยอะ ก็เข้าวงจรสงครามราคาอยู่ดี เราจึงคิดและทำกระบวนการเพาะปลูกในฟาร์มเป็นออร์แกนิคทั้งหมดเพื่อสร้างมูลค่า สร้างจุดขาย โดยพื้นที่ของเราจะปลอดสารเคมีทุกชนิดที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มีการดูแลอย่างพิถีพิถัน ก่อนที่จะเริ่มการปลูกก็จะต้องเตรียมหน้าดินด้วยวิธีธรรมชาติ เมล็ดพันธุ์ที่เลือกมาปลูกต้องสะอาดปลอดภัยด้วย”

คำว่า “ภู” หมายถึงภูเขาเล็ก ๆ และ “เชียงทา” มาจากแม่น้ำห้วยเชียงทา ชื่อแบรนด์นี้เชื่อมโยงกับความเป็นชุมชนอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่เมื่อคิดจะเล่นกับมาตรฐานสากล ความเป็นชุมชนอย่างเดียวไม่เพียงพอจะแข่งกัน ทำให้นิยามความเป็นออร์แกนิคนั้นสำคัญมาก และการได้มาตรฐานต้องไม่ใช่แค่มุมมองของผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว

วุฒิพงศ์ บอกว่า เขาต้องศึกษากระบวนการผลิตทีได้รับการรองรับจริงๆ จึงมีการส่งแบบ ส่งผลผลิต และการดำเนินงานในฟาร์มเข้าไปประเมิน ประกวดมาตลอด จนได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ อาทิ การรับรองจากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, USDA Organic, Certified Organic by CERES GmbH TH-BIO-140 เป็นต้น ทำให้สินค้าในแบรนด์ภูเชียงทาไม่ใช่แค่ไม่ใช้สารเคมีเท่านั้น แต่ยังควบคุมทั้งสินค้าที่ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมหรือฆ่าเชื้อโรคโดยการฉายรังสี พืชที่ปลูกด้วยดินที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยมูลสัตว์ ทำให้สินค้าที่จำหน่ายสินค้าที่มีส่วนผสมเป็นออร์แกนิค 100%

3

วุฒิพงศ์ ลาออกจากพนักงานบริษัทตำแหน่งผู้จัดการสาขาเพื่อกลับมาริเริ่มภูเชียงทา ตอนอายุ 27 จนถึงเวลานี้ 15 ปีผ่านมา ธุรกิจเติบโตขึ้นไปตามลำดับ จากวิสหากิจชุมชนสู่การจดทะเบียนเป็นบริษัท ภูเชียงทา เฮิร์บแลนด์ จำกัด

ถ้าคุณเคยเข้าเว็ปไซต์ www.phuchiangta.com และสำรวจแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ก็จะรู้ดีว่า สินค้าขึ้นชื่อของที่นี่มีหลากหลายผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มน้ำมัลเบอร์รี่ ออร์แกนิค 100%, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เจียวกู้หลานออร์แกนิค, น้ำส้มสายชูหมัก จากกล้วยออร์แกนิค, น้ำมันดาวอินคาออร์แกนิค รวมถึงผลไม้อบแห้ง อาหารแปรรูปที่ผ่านกระบวนการแบบไร้สารพิษ

เมื่อลงทุนกับกระบวนการผลิต ภูเชียงทาเฮิร์บแลนด์ ยังสร้างรายได้ด้วยการรับผลิตชาสมุนไพรเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอาหารเสริม แบบ OEM ซึ่งมีการรวมทีมนักวิจัย เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์คอยช่วยวิจัยและคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาและทดสอบจนลูกค้าพอใจ

“เราเล่นกับกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ซื้อสินค้าโดยตรง และกลุ่มผู้จ้างผลิต เพื่อให้บริษัทมันไปได้ ไม่หยุดอยู่แค่ยอดขายเพียงอย่างเดียว”

เมื่อถามว่าอะไรคือ Keys ที่ยกระดับภูเชียงทาให้เติบโตมากยิ่งขึ้นเช่นนี้ วุฒิพงศ์ สรุปหลักๆว่า มาจากความกล้าที่คิดทำสิ่งใหม่ๆ หาพาร์ทเนอร์และที่ปรึกษาในแต่ละกระบวนการ เช่น เข้าร่วมกับสถานศึกษาเพื่อองค์ความรู้งานวิจัย เข้าร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยเพื่อได้ทักษะในด้านการเงิน รวมถึงเข้าร่วมการได้รับการส่งเสริมจากกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 16-18 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้จัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โอทอป พรีเมียม ประเภทสุขภาพและความงาม ซึ่งส่งเสริมการเป็นช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตลาด โดยตั้งโจทย์จากกลุ่มลูกค้าในแต่ละประเภท และบริบทการแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบัน

อีกข้อที่สำคัญและต้องจำในวิธีคิดตลอดคือ สินค้า OTOP ที่ไปได้ ต้องคิดอย่างมืออาชีพ โดยการพิจารณาว่าสินค้าของตัวเองมีดีพอหรือไม่ เพราะสินค้าที่ดีและมีผู้ต้องการจะ “อยู่ได้” ด้วยตัวเอง

“จะทำสินค้า ต้องรู้ว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย-ใครจะซื้อ และเรามีดีพออย่างไรถึงจะเข้าไปแข่งขันในตลาดได้ ต้องคิดจากโจทย์ทางการตลาด ไม่ใช่แค่คิดว่าเราอยากทำอะไร”

“ขอโทษนะ ผมอาจพูดไม่ถูกใจ แต่ถ้าคนทำโอท็อปแล้วอยากทอผ้าทั้งหมด พอใจที่จะทำแค่นั้น แต่ไม่มีใครซื้อจะอยู่ได้อย่างไร พอองค์กรภาครัฐไม่สนับสนุนก็ไปต่อไม่ได้ และนั่นเป็นสาเหตุให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนอยู่ไม่ได้ในระยะยาว เมื่อไม่มีภาครัฐจ้างผลิต ไม่มีงานที่ต้องไปแสดงโชว์ที่ไหน”

การมีวัตถุดิบและเอกลักษณ์ในชุมชนมาผสมผสานกับสินค้าคือจุดเริ่มต้นที่ดี

หากสินค้า OTOP ที่เติบโตได้ เป็น OTOP Premium ได้ต้องคิด ทำ และบริหารแบบมืออาชีพ

 


ภูเชียงทา Phuchiangta

ชนิดของผลิตภัณฑ์: เครื่องดื่มน้ำมัลเบอรี่ออแกนิค วิสาหกิจชุมชนภูเชียงทา ชัยภูมิ
เครื่องหมายรับรองต่าง ๆ: เลข อย.3620024820058
ผลิตภัณฑ์ระดับดาว: 5 ดาว
สถานที่ผลิต: วิสาหกิจชุมชนภูเชียงทา 179 ม.3 ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ
เพิ่มเติม: phuchiangta.com 

 


นักเขียน นักข่าว อาหารข้างทาง และว่าที่คุณพ่อ

Related

วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” จากเค้กฝอยทองเมืองกาญจน์ สู่ชีสเค้กที่ขายทั่วไทย

โดนัลด์ ทรัมป์ กับ Trump Shuttle ธุรกิจสายการบินที่รุ่งและร่วงใน 3 ปี

มาซาโยชิ ซัน ผู้ก่อตั้ง SoftBank นักขายฝันแห่งโลกเทคโนโลยี

ลีโอ เฟนเดอร์ บิดาแห่งกีตาร์ “Fender” ช่างซ่อมวิทยุ อดีตนักบัญชี ผู้เล่นกีตาร์ “ไม่เป็น”

บุญกิจ ลีเลิศพันธ์ ผู้ปลุกปั้น “ดอกบัวคู่” ยาสีฟันสมุนไพรที่มาก่อนกาล

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

เคน คูตารากิ: ‘พระบิดาแห่งเกม PlayStation’ ผู้พลิก SONY รอดพ้นจากล้มละลาย

เอริค หยวน ปิ๊งไอเดีย ZOOM Meeting ตอนนั่งรถไฟไปหาสาว