Post on 15/01/2022

เบน ซิลเบอร์แมนน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Pinterest’ ที่เริ่มต้นมาจากการ ‘สะสมแมลง’ ในวัยเด็ก

เมื่อพูดถึงไอเดียแต่งห้อง แต่งตัว งานคราฟต์ กราฟิกสวย ๆ ไปจนถึงภาพวอลล์เปเปอร์บนจอมือถือหรือเดสก์ท็อป เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง ‘Pinterest’ แอปพลิเคชันที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางไอเดีย เพราะนอกจากจะกด pin รูปภาพและวิดีโอแยกเป็นหมวดหมู่ได้แล้ว การเข้าไปใน Pinterest ยังเหมือนกับเราได้เดินเข้าแกลเลอรีเพื่อเสพย์ความสุนทรีย์ เพียงแต่เปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบออนไลน์

แนวคิดของ Pinterest ไม่ใช่การ ‘ค้นหา’ สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นการสะสมสิ่งที่ชอบ หลงใหล สนใจ จนกระทั่ง ‘ค้นพบ’ สิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การแต่งห้อง การแต่งตัว หรือไอเดียอื่น ๆ ที่สะท้อนถึง ‘ตัวตน’ ของเรา 

แนวคิดของ Pinterest นั้นคงไม่ต่างจากเส้นทางชีวิตของผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง ‘เบน ซิลเบอร์แมนน์’ (Ben Silbermann) เพราะเขาเริ่มมาจากการหลงทางและไม่รู้ว่าตัวเองกำลังค้นหาอะไร แต่ท้ายที่สุด ทุกเส้นทางที่ผ่านมานั้นได้ค่อย ๆ หล่อหลอมตัวตนของเขา จนกระทั่งเบน ‘ค้นพบ’ สิ่งที่ตนเองหลงใหลและลงมือทำอย่างจริงจัง

 

เริ่มต้นจากการหลงทาง

เบนเกิดและเติบโตในเมืองดิมอยน์ รัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางครอบครัวที่เต็มไปด้วยคุณหมอ ทั้งพ่อแม่ไปจนถึงพี่น้องของเขา ส่วนเบนเองก็มีภาพฝันในวันเติบใหญ่ว่าเขาคงเป็นหนุ่มสวมชุดกาวน์คอยรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน 

แต่แล้วในช่วงวัยรุ่น เบนกลับเปลี่ยนใจไปเรียนรัฐศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยเยล แล้วจบการศึกษาเมื่อปี 2003 ครั้งหนึ่งเขาได้งานเป็นที่ปรึกษา (consultant) ที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพ์เปิด excel ทำงานทุกวัน ระหว่างนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ผิดที่ผิดทางมาตลอด… หากยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองต้องการจริง ๆ คืออะไร แต่ที่แน่ ๆ คงไม่ใช่งานสายรัฐศาสตร์หรือการแพทย์อย่างคนในครอบครัวของเขา

Google ไอเดียใหม่ และการลาออก

หลังจากเรียนจบได้ไม่นาน เบนมีโอกาสเข้าทำงานในฝ่าย customer support ของ Google แม้เขายังต้องอยู่กับ excel และสเปรดชีตมหาศาลอีกครั้ง แต่เบนกลับรู้สึกตื่นเต้นกับงานนี้มากกว่างานอื่น ๆ ที่เคยสมัครมาก่อน

“ผมชอบอินเทอร์เน็ตมาก ๆ จริง ๆ นะ” 

เขาเล่าถึงความรู้สึกตอนที่ทำงานใน Google สถานที่ที่เขามองว่า ‘พิเศษ’ มาก ๆ เพราะเหล่าผู้ก่อตั้งล้วนมีฝันที่ยิ่งใหญ่ 

“คงไม่มีบริษัทไหนที่ไปถ่ายรูปถนนทุกสายในโลก แล้วเผยแพร่ในโลกออนไลน์”

แม้จะประทับใจ Google มาก แต่เขาเองก็รู้สึกหงุดหงิดมากเช่นเดียวกัน เพราะไอเดียที่เขาเสนอต่อ Google นั้นถูกเมินเฉยและไม่ยอมให้เขาทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

“คุณคงไม่ถาม Google ว่า เฮ้! ทำยังไงให้ห้องนั่งเล่นของฉันมันดู cozy ขึ้นมากว่านี้นะ คงไม่ถามว่า ฉันกับเพื่อน ๆ ควรจะพกอะไรไปแคมป์ปิ้งทริปดี งานแต่งงานฉันจะหน้าตาเป็นแบบไหนดีนะ หรือเย็นนี้ฉันจะทำอะไรกินดี และคงไม่ถามว่าฉันควรจะใส่เสื้อผ้าแบบไหนให้ได้ลุคคูล ๆ บ้าง”

เบนพูดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแฟนสาวของเบนบอกกับเขาว่า  ‘เลิกบ่น แล้วลงมือทำได้แล้ว!’

คำพูดของแฟนรวมกับไอเดียที่สั่งสมไว้ราวกับภูเขาไฟที่ใกล้ระเบิด ทำให้เบนตัดสินใจลาออกจาก Google เพื่อมาทำธุรกิจของตนเอง

หลังออกจากงาน เบนรู้สึกโล่งใจได้ไม่นานเพราะหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น เศรษฐกิจภายในประเทศกลับพังทลายลงในพริบตา แต่เมื่ออยู่ในสภาวะ ‘กลับตัวไม่ได้’ เขาจึงต้อง ‘เดินต่อไป’ จนกว่าจะถึง โดยเบนร่วมทีมกับ พอล เซียร์รา (Paul Sciarra) เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเขา เพื่อทำ product แรกที่ชื่อว่า ‘Tote’ ที่เป็นเหมือนแค็ตตาล็อกออนไลน์ในโทรศัพท์มือถือ 

“ทุกอย่างมันดูยากไปหมด เราหาเงินไม่ได้ แอปฯ ก็เพิ่งจะเปิดตัวซึ่งมันใช้เวลาอนุมัติหลายเดือนเลย” 

แน่นอนว่าช่วงแรก ๆ เขาต้องฟังคำปฏิเสธจากนักลงทุนหลายต่อหลายครั้ง และด้วยปัญหาที่ประดังประเดเข้ามาไม่หยุด ทำให้เขาต้องยกเลิกการทำ Tote ไปในที่สุด

แต่บนเส้นทางธุรกิจ เบนรู้สึกว่าเขาต้องก้าวข้ามคำว่า ‘ไม่’ ของนักลงทุนไปให้ได้ และเขาจะไม่ยอมล้มเลิกไปตั้งแต่ตอนนี้ด้วย 2 เหตุผลหลัก อย่างแรกคือ เขาคงไม่สามารถหันหลังกลับไปที่ Google ได้อีกแล้ว และอีกเหตุผลหนึ่งคือ เขาไม่อยากทำให้พอล เพื่อนร่วมทางที่ฝ่าฟันมาด้วยกันตั้งแต่ต้นต้องผิดหวัง 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของไอเดีย Pinterest

 

Pinterest ไม่ใช่การค้นหาแต่เป็นการค้นพบ

ท่ามกลางปัญหาราวกับหมอกหนาบังเส้นทางข้างหน้า เบนเริ่มนึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก แล้วภาพ ‘การสะสมแมลง’ งานอดิเรกสุดโปรดของเขาก็เริ่มปรากฏขึ้นในหัว…

“ผมคิดมาเสมอว่าสิ่งที่คุณสะสมมันบ่งบอกตัวตนของคุณด้วย” เบนเล่าว่าคอลเลกชันแมลงในวัยเด็กของเขา คงเรียกได้ว่าเป็น ‘Pinterest 1.0’ และไม่นานหลังจากนั้นเขาได้พบกับเพื่อนของเพื่อนที่ชื่อว่า อีวาน ชาร์ป (Evan Sharp) และทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับ Pinterest

“มันเหมือนกับเขาเป็นคนเดียวที่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด”

ในที่สุดชาร์ปก็ได้มาร่วมเป็นหนึ่งในสามหนุ่มผู้ก่อตั้ง Pinterest โดยชาร์ปทำหน้าที่ด้านการออกแบบ เขาคือคนคิดโครงสร้างแบบกริดใน Pinterest ที่ทำให้เราเลื่อนดูภาพต่าง ๆ ได้อย่างสบายตา

ทันทีที่เปิดตัว Pinterest ในปี 2010 เขาส่งไปให้เพื่อน ๆ ในแคลิฟอร์เนียดู แต่กลับไม่มีใครเข้าใจว่า Pinterest คืออะไร และมีไว้ทำอะไร ส่วนผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากดิมอยน์ จนเบนตั้งข้อสงสัยว่า “เป็นเพราะแม่บอกคนไข้ของเธอทุกคน (เรื่อง Pinterest) หรือเปล่า” แต่ไม่ว่าจะมีหน้าม้าหรือว่ามีคนใช้งานจริง ตัวเลขผู้ใช้งานก็นับว่ายังไม่น่าพอใจนัก 

แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีหญิงสาวที่ชื่อว่าวิกตอเรีย ได้ลองทำแคมเปญ ‘Pin It Forward’ ใน Pinterest ซึ่งเป็นจดหมายลูกโซ่ให้บล็อกเกอร์แลกเปลี่ยนพินบอร์ดเกี่ยวกับ ‘ความหมายของบ้าน’  สำหรับพวกเขา วันเวลาผ่านไป แคมเปญนี้เริ่มกลายเป็นไวรัล บวกกับการที่เบนส่งอีเมลหาผู้ใช้งานราว 5,000 ราย เพื่อขอรับคำติชมและคำแนะนำ ทำให้ Pinterest ค่อย ๆ เติบโตขึ้น โดยในเดือนเมษายน 2012 Pinterest มีผู้ใช้งาน 17 ล้านราย ซึ่งเพิ่มจากเดือนสิงหาคม 2010 ที่มีผู้ใช้งานเพียง 5,000 รายเท่านั้น 

ในปี 2020 Pinterest มีรายได้กว่า 1.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรายได้หลักของ Pinterest มาจากการโฆษณาประมาณ 1.39 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 82.2% ของรายได้ทั้งหมด โดยโฆษณาของ Pinterest จะเป็นภาพส่วนที่เรียกว่า ‘promoted pins’ นั่นเอง

ส่วนกลุ่มผู้ใช้งาน Pinterest นั้นมีทั้งช่างอัญมณีผู้หาไอเดียการออกแบบมาแปะไว้ใน Pinterest หรือหญิงสาวที่ลองหาไอเดียและวิธีทำงานคราฟต์ แล้วเริ่มเขียนบล็อกเกี่ยวกับงานนี้ เช่นเดียวกับจุดมุ่งหมายของ Pinterest ที่อยากให้ผู้คน ‘ค้นพบ’ (Discover) บางอย่างที่ไม่ได้คาดคิด แล้วออกจากโลกออนไลน์เพื่อไปลงมือทำอะไรบางอย่างในโลกความเป็นจริง

“เราไม่ได้สร้างเว็บไซต์อันสมบูรณ์แบบที่รู้แน่ชัดว่าคุณชอบอะไร แต่เราจะช่วยให้คุณค้นพบอะไรบางอย่างที่เมื่อคุณเห็นสิ่งเหล่านี้ คุณจะรู้จัก แล้วก็จะชอบมัน”

คงไม่ต่างจากชีวิตของเบนที่สุดท้าย การเดินทางและการลองผิดลองถูกก็ทำให้เขาได้ ‘ค้นพบ’ สิ่งที่หลงใหลและได้ลงมือทำ นั่นก็คือ Pinterest

 

ที่มา:

https://about.pinterest.com/en/node/19/mailto%3Apress%40pinterest.com

https://www.businessinsider.com/pinterest-founding-story-2012-4

https://entrepreneur-360.com/how-does-pinterest-make-money-12349

https://youtu.be/LSZsCYzPgvQ

https://www.yourtechstory.com/2018/12/21/ben-silbermann-co-founder-worlds-largest-professional-community/ 

https://www.forbes.com/sites/tomiogeron/2012/10/22/ben-silbermann-on-how-pinterest-slowly-grew-to-massive-scale/?sh=5d81d0ae2a81 

 

Photo by Kim Kulish/Corbis via Getty Images

Photo by Horacio Villalobos – Corbis/Corbis via Getty Images


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

Sushiro กับกลยุทธ์เรียกลูกค้า ถ้าคุณชื่อ ‘แซลมอน’ เราจะให้คุณกินซูชิฟรี 2 วัน

เจมส์ อี. เบิร์ก: กู้ยอดขาย Tylenol ด้วยการเรียกคืนยา 31 ล้านขวด เพราะคดีฆาตกรรม

มิวเซีย ปราด้า: ทายาทรุ่นที่ 3 ของ Prada ผู้แหกขนบตระกูลด้วยผ้าไนลอน

แซร์ฌ มองโซ: ออกแบบขวดน้ำหอมดัง Dior, Hermès, Lancôme, Kenzo และอีกมากมาย ที่ตีความ ‘กลิ่น’ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทัชใจ

มุทิตา – วันศีล จันทร์อินทร์: Tiengna Viennoiserie กลิ่นครัวซองต์ที่ปลุกให้ย่านสุขุมวิทตื่นมากินของอร่อย

NISSIN: เจ้าแห่งไอเดียกับ ‘ไอศกรีมราเม็ง’ ผู้มาก่อนกาล

ป่าน – อนิวรรต อัครสุทธิกร: Wood You Mind ช่างแกะไม้ไทยผู้เดินตามหัวใจไปอเมริกา สลักออกมาเป็น ‘ไอ้ต้าว’ มูลค่าหลักแสน

‘ดร.ต่อบุญ พ่วงมหา’ : TrueID และ Online Station ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย ‘ความสนุก’ และ ‘ทีมเวิร์ก’