Post on 13/10/2021

อัตสึโกะ นิชิดะ: จาก ‘ขนมไดฟูกุ’ และ ‘กระรอก’ สู่แรงบันดาลใจในการออกแบบ ‘ปิกาจู’

“ปิกา ปิกา ปิกาจู!”

เชื่อว่าใครหลายคนคงเผลอดัดเสียงและใส่จังหวะลงไปในประโยคดังกล่าวกันบ้าง เพราะนั่นคือความคุ้นเคยของผู้ที่รู้จักเกม ‘โปเกมอน’ (Pokémon) และผู้ชื่นชอบ ‘ปิกาจู’ (Pikachu) โปเกมอนตัวสำคัญที่ครองใจคนทั่วโลกมากว่า 20 ปี

ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ตัวเล็ก มีหูและหางยาว ทำให้ใครหลายคนคิดว่าปิกาชูเป็นหนูที่รวมร่างกับกระต่าย และมีพลังในการช็อตไฟฟ้า แต่แท้จริงแล้วต้นกำเนิดของปิกาจูไม่ใช่สัตว์ทั้งสองชนิดที่กล่าวมา หากแต่เป็นขนมญี่ปุ่นที่เรียกว่า ‘ไดฟูกุ’ (Daifuku) และ ‘กระรอก’ ที่นักออกแบบกราฟิกอย่าง ‘อัตสึโกะ นิชิดะ’ (Atsuko Nishida) ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างปิกาจูขึ้นมา

ไอเดียเกมในตำนานอย่างโปเกมอนถือกำเนิดมาจากความชอบในการสะสมแมลงช่วงวัยเด็กของนักออกแบบเกมจากบริษัท ‘เกม ฟรีก’ (Game Freak) ที่มีชื่อว่า ‘ซาโตชิ ทาจิริ’ (Satoshi Tajiri) โดยมีเพื่อนนักออกแบบอย่าง ‘เคน ซุงิโมริ’ (Ken Sugimori) พร้อมทีมงานที่รวมไปถึง อัตสึโกะ นิชิดะ มาร่วมกันออกแบบโปเกมอนรุ่นออริจินอลจำนวน 151 ตัว ก่อนที่ปัจจุบันจะถูกพัฒนาขึ้นมากถึง 800 ตัว

“โปเกมอนเป็นเกมที่เหล่าสัตว์ประหลาดจะมาต่อสู้กัน ตอนนั้นผมคิดว่าเพราะพวกมันเป็นสัตว์ประหลาดจึงควรจะดูแข็งแกร่ง แต่ผมก็อยากได้ตัวที่น่ารักบ้างเหมือนกัน”

ซุงิโมริเล่าว่า ในช่วงนั้นนักออกแบบในบริษัทมีจำนวนน้อยมาก และเขาคือผู้ที่รับผิดชอบงานเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการออกแบบของเขายังเกิดขึ้นจากมุมมองของผู้ชายทำให้ไม่สามารถสร้างโปเกมอนที่น่ารักอย่างที่ต้องการออกมาได้ สุดท้ายซุงิโมริจึงขอให้นิชิดะ ผู้เคยร่วมงานกับเขามาก่อนในเกมที่มีชื่อว่า ‘Pulseman’ (1994) เข้ามาช่วยออกแบบโปเกมอนไทป์ไฟฟ้า (Electric-type)

นิชิดะเริ่มไอเดียของเธอจากสิ่งที่คล้ายขนมหวานญี่ปุ่นที่เรียกว่า ไดฟูกุ ซึ่งมีลักษณะเหมือนโมจิมีไส้ เธอใส่หูเพิ่มลงไป และตั้งชื่อว่า ‘ปิกาจู’ โดยคำว่า ‘ปิกา’ (pika) เป็นการเลียนเสียงไฟฟ้าช็อตในภาษาญี่ปุ่น ส่วนคำว่า ‘จู’ (chu) คือเสียงที่กระรอกชอบทำ

“ตอนนั้นฉันหมกมุ่นอยู่กับกระรอก ฉันไม่ได้เลี้ยงกระรอกหรอก แต่ฉันก็อยาก เพราะคิดว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันดูตลกดี ฉันได้รับแรงบันดาลใจในการให้ปิกาจูเก็บไฟฟ้าไว้ในกระพุ้งแก้มจากการเก็บอาหารไว้ในปากของกระรอก”

เมื่อนิชิดะนำแบบของปิกาจูมาให้ทีมงานดู พวกเขาชื่นชอบรูปร่างและชื่อที่น่ารักของปิกาจูเป็นอย่างยิ่ง ซุงิโมริได้ออกแบบสีของมันเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีที่ตัวละครไทป์ไฟฟ้ามักจะใช้ หลังจากนั้นนิชิดะจึงออกแบบปิกาจูในร่างที่มีวิวัฒนาการแล้วออกมาอีก 2 ร่าง ได้แก่ ‘ไรจู’ (Raichu) และ ‘โกโรจู’ (Gorochu) ซึ่งร่างสุดท้ายนั้นมีทั้งเขาและเขี้ยวราวกับเป็นเทพเจ้าแห่งสายฟ้า แต่สุดท้ายโกโรจูก็ถูกตัดทิ้งไปด้วยเหตุผลด้านเทคนิค

“ไม่มีอะไรผิดเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของมัน เราแค่ต้องการสร้างความสมดุลให้กับเกม” ซุงิโมริเอ่ย

‘โคจิ นิชิโนะ’ (Koji Nishino) ผู้ออกแบบเกมโปเกมอนอีกคนยังเล่าเพิ่มเติมว่า พวกเขามีปัญหาเรื่องขนาดของข้อมูลเกม ทำให้จำเป็นต้องประหยัดพื้นที่ และเนื่องจากปิกาจูไม่ใช่หนึ่งในสามตัวละครเริ่มต้น ทำให้การตัดวิวัฒนาการของปิกาจูออกไปไม่ใช่เรื่องที่ยาก

นอกเหนือจากตัวละครที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดอย่างปิกาจู นิชิดะยังมีส่วนออกแบบโปเกมอนตัวอื่นอีก เช่น 3 โปเกมอนตัวหลักอย่าง ฟุชิกิดาเนะ (Bulbasaur) ฮิโตคาเงะ (Charmander) และเซนิกาเมะ (Squirtle) รวมไปถึง ‘อีวุย’ (Eevee) ในร่างที่วิวัฒนาการแล้ว เช่น ‘กราเซีย’ (Glaceon) ‘เอฟี’ (Espeon) ‘นิมเฟีย’ (Sylveon) และ ‘ลีเฟีย’ (Leafeon) 

 

 

Bulbasaur
Squirtle

 

Charmander
Glaceon

จากแรงบันดาลใจในวัยเด็ก และจินตนาการอันล้ำเลิศของนักออกแบบ รวมไปถึงทีมงานเพียง 10 ชีวิตในบริษัทเกม ฟรีก ทำให้เกมโปเกมอนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างเนิ่นนานมากว่า 2 ทศวรรษ ทั้งยังทำให้ช่วงชีวิตในยุค 90s ของใครหลายคนเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และความทรงจำที่จนถึงตอนนี้ก็ยังน่าคิดถึง

‘โปเกมอน’ (Pokémon) ถือเป็นแฟรนไชส์ที่คืนชีวิตและสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับบริษัทผู้ผลิตอย่าง ‘นินเทนโด’ (Nintendo) ‘ครีเจอร์ส’ (Creatures Inc.) และ ‘เกม ฟรีก’ (Game Freak) โดยชื่อเสียงของโปเกมอนโด่งดังขึ้นตั้งแต่เกมเจเนอเรชันแรกอย่าง ‘Pocket Monsters: Red and Green’ ถูกปล่อยออกมาในปี 1996 และเกิดเป็นแฟรนไชส์ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวิดีโอเกมไปสู่อนิเมะ มังงะ การ์ดสะสม ของเล่น รวมไปถึงหนังสือ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 20 ปี แต่ชื่อเสียงของโปเกมอนยังคงโด่งดังข้ามทศวรรษมาสู่ปี 2016 ที่ ‘Pokémon GO’ สร้างปรากฏการณ์พาผู้คนทั่วโลกออกจากเคหสถานไปไล่จับโปเกมอนกันอย่างสนุกสนานและบ้าคลั่ง

“ฉันอยากให้คนทุกวัยได้เล่นเกมนี้ พวกเขาจะได้รู้จักปิกาจู และเกิดการพูดคุยระหว่างผู้คนที่ต่างเจเนอเรชันกัน”

นั่นคือสิ่งที่อัตสึโกะ นิชิดะ ผู้ออกแบบตัวละครปิกาจูและหนึ่งในผู้สร้างโปเกมอนต้องการตั้งแต่เกม Pocket Monsters: Red and Green ถูกปล่อยออกมา ซึ่งความคาดหวังของเธอก็ได้กลายเป็นจริงแล้วตั้งแต่เกมออกวางจำหน่ายครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน

ต้องขอบคุณทีมงานทุกคนที่ร่วมกันสร้างสรรค์เกมในความทรงจำ และมอบความสนุกสนานไม่ใช่แค่กับเด็กยุค 90s แต่รวมไปถึงทุกคนที่ยังคงหลงรักและสนับสนุนโปเกมอนจนถึงทุกวันนี้

อัตสึโกะ นิชิดะ

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ:

https://nintendo.fandom.com/wiki/Atsuko_Nishida 

https://gommunity.mx/atsuko-nishida/ 

https://pkmn-argentina.com/sitio/atsuko-nishida-disenadora-pikachu-sylveon-tantos-otros/ 

https://happytify.cc/article/950937 

https://pokemon.fandom.com/wiki/Ash%27s_Pikachu 

อ้างอิง:

https://bulbapedia.bulbagarden.net/wiki/Atsuko_Nishida

https://nintendo.fandom.com/wiki/Atsuko_Nishida

https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=o3bJ8eX3eU4

https://www.pokemon.com/us/pokemon-news/creator-profile-the-creators-of-pikachu/

https://www.wargamer.com/pokemon-trading-card-game/how-many-pokemon-are-there#:~:text=There%20are%20898%20Pok%C3%A9mon.,Within%20those%2C%2059%20are%20Legendary.


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

อาลัยรัก ชิค คอเรีย: เจ้าของบทเพลง Spain อันลือลั่น

มารายห์ แครี่ กับเบื้องหลัง ‘All I Want for Christmas Is You’ เพลงชาติวันคริสต์มาสที่มาจากความทรงจำอันหวานขม และเกือบจะไม่ได้ทำ!

ชาร์ลี บราวน์ : loser ผู้น่ารัก เด็กชายผู้โอบกอดความพ่ายแพ้ แต่ไม่เคยท้อถอย

จากยูทูบเบอร์ฉายา ‘Filthy Frank’ และชายชุดชมพูผู้จุดกระแส ‘Harlem Shake’ สู่นักร้องแซดบอยตัวพ่อ ‘Joji’

แอนดี วอร์ฮอล: เจ้าพ่อ ‘ป็อปอาร์ต’ ผู้เปลี่ยน ‘กระป๋องซุป’ ให้จัดจ้าน แล้วเรียกมันว่า ‘ศิลปะ’

กัทส์: ชีวิตผลักดันด้วยความเกลียดชัง การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดของนักดาบคลั่ง

เดเคอร์ มอนต์โกเมอร์รี ฮีโร ฮีร้าย ผู้ชายสุดยั่วจาก Stranger Things

เอ็มเจ โรดริเกซ: จากนักแสดงข้ามเพศมาร์เวลคนแรก สู่ก้าวสำคัญของ LGBTQ ในรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเอมมี อวอร์ดส์