Post on 21/01/2022

เกรเกอร์ แมคเกรเกอร์ : นักต้มตุ๋นผู้ระดมเงินคนเพื่อ ‘ย้ายประเทศ’ ไปยังดินแดนที่ ‘ไม่มีอยู่จริง’

ขณะที่เรือแล่นอยู่ในมหาสมุทร ภาพชายฝั่งที่ปรากฏอยู่ไกล ๆ ทำให้ผู้คนบนเรือตื่นเต้นดีใจว่าพวกเขาเดินทางมาใกล้ถึง ‘โปเยส์’ (Poyais) ดินแดนที่เต็มไปด้วยเงินทอง พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ ตึกรามบ้านช่องใหญ่โตโอ่อ่าอย่างที่เขียนไว้ในหนังสือความยาว 300 กว่าหน้า

ทันทีที่ก้าวเท้าลงบนชายฝั่ง ภาพที่เห็นเต็มตากลับตรงข้ามกับสิ่งที่คิดไว้อย่างสิ้นเชิง

“ไม่ใช่สิ เขาอาจจะล่องเรือมาจอดผิดชายฝั่งก็ได้นะ”

“ลองเดินไปอีกนิดก็คงถึงแล้วละ”

เชื่อว่าประโยคเหล่านี้คงเป็นบทสนทนาของผู้คนที่เดินลงมาจากเรือ แต่จนแล้วจนรอด พวกเขาก็ยังไม่พบโปเยส์

เรื่องราวข้างต้น เป็นเรื่องราวของเหยื่อผู้ติดกับกลลวงของ ‘เกรเกอร์ แมคเกรเกอร์’ (Gregor MacGregor) นักต้มตุ๋นในตำนานที่กวาดเงินผู้คนหลายล้านดอลลาร์ โดยขายฝันว่าจะพาพวกเขาไปยังดินแดนแห่งใหม่ที่สมบูรณ์พร้อมราวกับโลกยูโทเปีย 

 

เด็กหนุ่มนักผจญภัย

ปลายเดือนธันวาคม ปี 1786 คือช่วงเวลาที่แมคเกรเกอร์ลืมตาดูโลกครั้งแรกด้วยแววตาอันเดียงสา เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้ยากลำบากแต่อย่างใด บิดาของเขาเป็นกัปตัน และดูเหมือนว่าความรักการผจญภัยนั้นจะตกทอดมายังแมคเกรเกอร์เช่นเดียวกัน เพราะเมื่ออายุได้ 16 ปี หนุ่มคนนี้ก็เข้าร่วมกองทัพอังกฤษอย่างเต็มใจ 

ในปี 1803 ท่ามกลางสงครามนโปเลียน แมคเกรเกอร์เตรียมตัวพร้อมป้องกันการจู่โจมของฝรั่งเศส ทว่าการจู่โจมนั้นกลับไม่เกิดขึ้น แม้ไม่ได้ผจญโลกและออกรบอย่างที่ใจหวัง แต่ก็นับว่าแมคเกรเกอร์ไม่ได้มาเสียเที่ยว เพราะเขาพบรักกับหญิงสาวทายาทของนายพลผู้ร่ำรวย ซึ่งทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันในเวลาต่อมา 

ระหว่างที่ทั้งคู่เริ่มใช้ชีวิตสามีภรรยา แมคเกรเกอร์มองว่าการเฝ้ารอให้เลื่อนตำแหน่งตามขั้นตอนนั้นใช้เวลาถึง 7 ปี เขาจึงใช้ทางลัดโดยอาศัยความมั่งคั่งของภรรยา นำเงินของเธอราว 900 ปอนด์สเตอร์ลิงมาซื้อยศกัปตันให้กับตนเอง แล้วย้ายไปประจำการที่ยิบรอลตาร์จนถึงปี 1809 

ชีวิตของเขาเหมือนจะไปได้สวย แต่แมคเกรเกอร์ดันไปมีเรื่องขัดแย้งกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เขาจึงถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม ปี 1810 แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เมื่อภรรยาของเขาเสียชีวิตในอีก 1 ปีถัดมา ทำให้แมคเกรเกอร์สูญเสียทั้งตำแหน่งงาน ภรรยา ที่สำคัญคือการถูกตัดออกจากกองมรดกและตระกูลภรรยาของเขา ทำให้แมคเกรเกอร์กลายเป็นหนุ่มกระเป๋าแห้งผู้โดดเดี่ยวและไม่ได้รับการยอมรับทั้งจากครอบครัว กองทัพ และสังคมรอบข้าง 

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางพร้อมกับคำโกหกเล็ก ๆ 

แมคเกรเกอร์เดินทางสู่เวเนซุเอลา พร้อมบอกคนอื่น ๆ ว่าเขาคือ เซอร์เกรเกอร์จากสหราชอาณาจักร โชคดีที่เขาได้รับการต้อนรับอย่างดี จนสามารถเข้ารับตำแหน่งทหารม้า แล้วเริ่มมียศถาบรรดาศักดิ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยทักษะความเป็นผู้นำและความสามารถทางการทหาร พร้อมกับการสร้างผลงานไว้มากมาย แถมแมคเกรเกอร์ยังได้พบรักครั้งใหม่กับ Josefa หญิงสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของนักปฏิวัติชื่อดังอย่าง Simón Bolívar 

ชีวิตในเวเนซุเอลาจึงนับเป็นช่วงเวลาอันหอมหวานที่ช่วยบรรเทาความขมขื่นก่อนหน้านี้ของเขา ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด…

โปเยส์และแผนการขายฝัน

ในปี 1820 แมคเกรเกอร์เดินทางไปพบกับดินแดนแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า the Mosquito Coast ในประเทศนิการากัว เขาเกลี้ยกล่อมให้ผู้นำชนพื้นเมืองมอบที่ดินให้เขา เพื่อสร้างอาณานิคมอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง 

หลังจากนั้น เขาแล่นเรือจากชายฝั่งอเมริกากลางมายังสหราชอาณาจักรในปี 1821 พร้อมเรื่องราวของดินแดนใหม่ที่จริง ๆ แล้วควรจะเรียกว่า ‘เรื่องเล่า’ เสียมากกว่า เพราะแมคเกรเกอร์เรียกตัวเองว่า สมเด็จเกรเกอร์ คาซิก แห่งโปเยส์ (His Highness Gregor Cazique of Poyais) 

แต่การโกหกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องชื่อ เพราะแมคเกรเกอร์ลงทุนทำหนังสือความยาว 300 กว่าหน้า โดยใช้ชื่อคนเขียนเป็นกัปตันคนหนึ่ง (ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีอยู่จริง) ส่วนเนื้อหาในหนังสือมีภาพสเก็ตช์และเนื้อหาบรรยายถึงโปเยส์ แผ่นดินที่มีแม่น้ำทองคำแท้ไหลเป็นสาย ผืนดินอุดมสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวได้ปีละ 3 ครั้ง เมืองหลวงมีตึกสวยงามกว้างขวางโอ่อ่า

นอกจากหนังสือแล้ว ยังมีโฆษณาโปเยส์ที่เผยแพร่ในแผ่นพับ ใบปลิว หนังสือพิมพ์ และทุกสื่อที่มีในช่วงเวลานั้น พร้อมกับข้อความทำนองว่า การเดินทางมาเยือนสหราชอาณาจักรของเขาครั้งนี้เป็น ‘โอกาสครั้งเดียวในชีวิต’ ที่ชาวอังกฤษจะได้ย้ายไปยัง ‘ประเทศโปเยส์’

อาจเพราะบุคลิกอันสง่างามน่าดึงดูดของแมคเกรเกอร์ บวกกับยุคสมัยนั้น แผนที่กระดาษยังเป็นที่ถกเถียงกันเรื่องความถูกต้อง และพรมแดนในอเมริกาใต้ยังเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย ๆ ผู้คนจึงแทบจะไม่ตั้งคำถามว่าโปเยส์มีอยู่จริงหรือไม่ แถมยังบอกต่อกันปากต่อปาก นำเงินมาซื้อพันธบัตรของโปเยส์ แลกเงินปอนด์เป็นสกุลเงินดอลลาร์ของโปเยส์ ซื้อที่ดินในประเทศโปเยส์ จนแมคเกรเกอร์สามารถระดมทุนจากการต้มตุ๋นคราวนั้นได้มหาศาล ซึ่งในสารคดี Money, Explained ‘Get Rich Quick’ ได้กล่าวถึงเงินที่แมคเกรเกอร์กวาดไปคราวนั้นว่า หากเทียบกับเงินในปัจจุบัน คงมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

 

เดินทางสู่ดินแดนที่ไม่มีอยู่จริง

10 กันยายน 1822 เรือลำแรกพาผู้คนราว 70 ชีวิตเดินทางออกจากฝั่งไปยังดินแดนในฝัน ตามมาด้วยเรืออีกลำที่พาผู้คนกว่า 200 ชีวิตเดินทางไปในเดือนมกราคมปีถัดมา 

ทว่า…เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง พวกเขากลับพบเพียงหนองน้ำ ความรกร้างและป่าดงดิบ ไม่มีใครพบโปเยส์อย่างที่แมคเกรเกอร์กล่าวอ้างเลยแม้แต่คนเดียว

ผู้คนนับร้อยต้องทิ้งฝันอันหอมหวาน มาเผชิญการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดบนชายฝั่งที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของโลก หลายคนเสียชีวิตจากความหิวโหยหรือโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เหลือเพียง 50 คนเท่านั้นที่รอดกลับไปยังลอนดอนในเดือนตุลาคม ปี 1823 พร้อมเรื่องราวที่ผู้คนและสื่อมวลชนล้วนประหลาดใจ เพราะคิดว่าคนนับร้อยในวันนั้นคงกำลังสุขสบายดีในประเทศโปเยส์

กว่าความจริงจะไปถึงหูผู้คนในลอนดอน แมคเกรเกอร์ก็หลบหนีไปยังปารีสได้พักใหญ่ หากไร้ซึ่งความรู้สึกผิด เพราะเขาพยายามจะใช้กลโกงแบบเดิมเพื่อทำเงินอีกครั้ง แต่ในที่สุดก็ถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงและถูกคุมขังในประเทศฝรั่งเศส 

วันเวลาผ่านไปไม่ถึงปี แมคเกรเกอร์ถูกปล่อยตัวออกมา และกลายเป็นว่าหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดกับเขาได้ถูกตัดสินว่ามีความผิดแทน ส่วนแมคเกรเกอร์ได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติในฐานะอดีตพลทหารของเวเนซุเอลาผู้สร้างผลงานไว้มากมาย จนกระทั่งปี 1845 ตำนานนักต้มตุ๋นคนนี้ได้จบลงอย่างถาวร เมื่อแมคเกรเกอร์เสียชีวิตในเมืองการากัส ด้วยอายุ 58 ปี 

ในการากัส เขาถูกฝังไว้พร้อมเกียรติยศทางทหารและจารึกว่าเป็นวีรบุรุษสำหรับบางคน ขณะเดียวกันประวัติศาสตร์ก็ได้จารึกชื่อ เกรเกอร์ แมคเกรเกอร์ ในฐานะ ‘นักต้มตุ๋น’ ในตำนานที่ทำลายชีวิตและลมหายใจของใครหลายคนผ่านการขายฝันถึงโปเยส์…ดินแดนที่ไม่มีอยู่จริง

 

ที่มา:

สารคดี Money, Explained ‘Get Rich Quick’ (Netflix)

https://www.stewartinvestors.com/all/insights/stap/gregor-macgregor-scam.html

https://www.historic-uk.com/HistoryUK/HistoryofScotland/Gregor-MacGregor-Prince-Of-Poyais/

https://www.youtube.com/watch?v=q7aVu8Bslhw

https://allthatsinteresting.com/gregor-macgregor


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

เจ้าหญิงซอฟกาแห่งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก: เจ้าหญิงพลัดถิ่น ผู้ช่วยชีวิตชาวยิวจากค่ายมรณะ 

เฮรอน แห่งอเล็กซานเดรีย สร้างเครื่องกดน้ำอัตโนมัติแบบหยอดเหรียญตั้งแต่สมัยโบราณ

ส. ศิวรักษ์ : ความสุขในวัยชรา กับ Netflix YouTube และการเซ็นหนังสือ

MH 370: ปริศนาการสูญหายของ 239 ชีวิตบนเครื่องบินโดยสารที่ยังต้องการคำตอบ

หลวงรามฤทธิรงค์ จำเลยคดีขุนนางขืนใจหญิงถึงในบ้าน “ขอเดี๋ยวนี้ จะเอาเดี๋ยวนี้”

ซุนวู : ปราชญ์ผู้แต่งตำราพิชัยสงครามร่วมสมัย

วลาดิสลาฟ สปิลมัน: The Pianist ตัวจริงผู้หนีรอดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

วิลเลียมผู้พิชิต: กษัตริย์อังกฤษจอมโหดที่ ‘ศพระเบิด’ กลางพิธีศพ