Post on 22/09/2021

ประวัติ วะโฮรัมย์: เมื่อความพิการไม่สามารถหยุดการสร้างตำนานเจ้าเหรียญทองวีลแชร์เรซซิ่ง

2 นาที 50.20 วินาที คือเวลาจากจุดปล่อยตัวถึงเส้นชัยที่ระยะทาง 1500 เมตร ซึ่งมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 31.72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ห่างจากสถิติโลกวิ่ง 100 เมตร ที่มีความเร็วเฉลี่ย 37.58 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียงแค่หลักหน่วย

โดยสิ่งที่ ประวัติ วะโฮรัมย์ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งจากประเทศไทย แตกต่างจากมนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลก อาจเพียงแค่ความพิการของขา แต่นั่นเองที่เป็นจุดเริ่มของตำนานเหรียญทองของเขา

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ประวัติ วะโฮรัมย์ เขาคือนักกีฬาระดับตำนาน ผู้เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้เหรียญทองจากพาราลิมปิคที่ซิดนีย์ เมื่อปี 2000 จากวีลแชร์เรซซิ่ง ประเภท T54 ระยะ 10000 เมตร แล้วได้เข้าร่วมแข่งพาราลิมปิกอีกรวม 6 ครั้ง จนเป็นเจ้าของสถิติ 7 เหรียญทอง 8 เหรียญเงิน และอีก 1 เหรียญทองแดง

ถ้าย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น ประวัติไม่ได้พิการมาแต่กำเนิด เขาได้สูญเสียขาทั้งสองข้างจากโรคโปลิโอตอนอายุ 3 ขวบ จากเด็กวัยกำลังซนที่ต้องการวิ่งเล่นออกไปทำความรู้จักโลกกว้าง กลายเป็นเด็กที่สูญเสียความสามารถในการเดิน

ในตอนนั้นความเจ็บปวดจากโรคร้าย อาจไม่มากเท่ากับความรู้สึกว่าทำอะไรได้ไม่เท่าเด็กคนอื่น ๆ

“ตอนเด็กเราเคยถามตัวเองตลอดเวลาว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ ทำกิจกรรมเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ ได้แต่นั่งมองเพื่อนเล่นกีฬา”

จุดเริ่มของตำนาน
จากตอนแรกที่เรียนร่วมกับเด็กปกติ ประวัติได้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ และที่นี่เอง เขาได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าวีลแชร์เรซซิ่งเป็นครั้งแรก

หลังจากนั่งอยู่ข้างสนามดูรุ่นพี่นักกีฬาวีลแชร์ซ้อมอยู่ร่วมปี บวกกับได้รับการชักชวนจากอาจารย์ผู้ฝึกสอน ทำให้ประวัติตัดสินใจลองด้วยตัวเอง ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขาคิดว่ากีฬาประเภทนี้ไม่น่าจะยาก แต่ความเป็นจริงแล้ววีลแชร์เรซซิ่งกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น

“ความยากตั้งแต่ท่านั่ง เราต้องนั่งคุกเข่าตลอดเวลาจนเป็นตะคริว วันแรกที่ลองซ้อมผมถึงกับมือแตกเพราะเราต้องใช้มือในการบังคับรถอย่างมาก จนกลับมาถามตัวเองว่าจะไปต่อดีไหม แต่พอเห็นรุ่นพี่ที่เขาทำได้ก็คิดว่ากว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาก็ต้องเคยผ่านจุดเดียวกันกับเรามาก่อน ทั้งความเจ็บปวด เมื่อยล้า ถ้าเขาผ่านมาได้แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ เป็นแรงบันดาลใจให้เราทนฝึกซ้อมจนทำได้ในที่สุด”

ผ่านไปสองเดือนประวัติก็สะสมความชำนาญมากขึ้น จนเริ่มคุ้นเคยแล้วจับทางได้ จากมือที่เคยเจ็บก็ทนได้ดีขึ้น อาการตะคริวค่อยหายไป จนคนกับวีลแชร์สัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นอิสระยามที่เคลื่อนตัวไปพร้อมกับมีสายลมเย็น ๆ ที่ผ่านเข้ามาสัมผัสร่างกาย

ความเป็นอิสระและการเป็นหนึ่งเดียวกับวีลแชร์ ทำให้เขาเริ่มเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งเขาจะมีโอกาสคว้าเหรียญจากพาราลิมปิกเหมือนเช่นรุ่นพี่นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก

“ตอนเด็ก ๆ เราแอบมีความฝันอยู่คนเดียวว่าสักวันหนึ่งจะต้องเป็นแซมป์โลกให้ได้ ผมเป็นคนที่ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้วต้องมีความหวัง มีเป้าหมายและจุดหมายที่ชัดเจน ทำให้ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ฮึดสู้จนกว่าจะถึงจุดหมายในที่สุด”

ตารางฝึกซ้อมที่อัดแน่น การวางแผนที่จริงจัง ความมุ่งมั่นและมีวินัยของประวัติ เปลี่ยนคนพิการคนหนึ่งที่เคยเคลื่อนไหวร่างกายด้วยความยากลำบาก ให้เคลื่อนที่ไปพร้อมกับวีลแชร์อย่างคล่องแคล่ว บางวันฝึกซ้อมบนถนนระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร รวมถึงการฝึกฝนร่างกายช่วงบนอย่างหนักหน่วงมากกว่าคนอื่น ๆ จนเขาสามารถข้ามขีดจำกัดทางกาย และก้าวผ่านความคิดที่เคยรู้สึกในใจมาตลอดว่ามีไม่เท่าคนอื่นมาได้

“ถึงเราเป็นคนพิการ แต่เราก็ไม่ยอมหยุดแค่นี้ เราต้องทำอะไรให้มากกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้ เหมือนอย่างกีฬา เราต้องเล่นให้ดีที่สุดให้คนยอมรับให้ได้”

แม้ในบางครั้งวีลแชร์จะล้มจากสภาพถนนที่ไม่พร้อม รวมถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ทุกวัน แต่เขาก็ยังลุกขึ้นมาซ้อมต่อเนื่องแทบไม่มีวันหยุดพัก เพียงเพื่อจะพิสูจน์ว่าเขาสามารถทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้


ประวัติศาสตร์หน้าใหม่

รางวัลแห่งความพยายามของประวัติที่ช่วยพิสูจน์ว่าทุกอย่างเป็นไปได้คือเหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาพาราไทยจากพาราลิมปิกเกมส์ที่ซิดนีย์ จากวันนั้นที่มีส่วนช่วยเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการพาราไทย วันนี้เขาได้ต่อสู้กับอุปสรรคมากมายด้วยจิตวิญญาณของนักสู้ ตลอดการเดินทางที่ไม่ราบเรียบยาวนานกว่า 20 ปี

“จากความรู้สึกที่ได้เหรียญทองครั้งแรกจนถึงวันนี้ เราไม่ได้คิดเลยว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ เราอยู่กับกีฬาวีลแชร์มานานกว่าครึ่งชีวิต ซ้อมหนักแทบทุกวัน ทำให้เราเชื่อว่าถ้าทำเต็มที่แล้วถึงลงแข่งขันจะไม่ได้รางวัลที่หนึ่งก็ต้องได้อะไรกลับมาอย่างแน่นอน”

แม้บางครั้งมีชั่วขณะที่เขาเคยคิดจะเลิก เพราะการซ้อมที่หนักหน่วงและความเหนื่อยล้าจนร่างกายแทบประท้วง แต่ทุกครั้งที่หายเหนี่อยเขาก็กลับมาตั้งสมาธิฝึกซ้อมต่อ โดยมีครอบครัวและพ่อแม่เป็นที่ยึดเหนี่ยวยามที่ต้องการกำลังใจ ช่วยให้เขาแบกรับความรับผิดชอบในฐานะนักกีฬาวีลแชร์ทีมชาติไทยต่อไปได้

นอกจากอุปสรรคที่ต้องเอาชนะจิตใจของตัวเองแล้ว ความท้าทายจากคนที่เก่งกว่าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของสถิติมากมาย แต่ก็จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แก้ไขข้อผิดพลาดอยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ ไม่เคยที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่

เหรียญเงินจากการแข่งขันประเภท 1500 เมตร รุ่น T54 ในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่โตเกียว อาจไม่พอให้ประวัติหยุดสถิติตัวเองไว้เพียงเท่านี้ เขาตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนัก ตั้งแต่วันแรกที่ธงพาราลิมปิกที่โตเกียวถูกชักลง เพื่อเตรียมร่างประวัติศาสตร์ครั้งล่าสุดในพาราลิมปิกเกมที่ปารีสในอีกสามปีข้างหน้า

“ผมเป็นคนที่ตั้งใจอะไรแล้วต้องไปให้ไกลที่สุด ถ้าวันนี้เรายังทำไม่ได้ วันหน้าเราต้องพยายามจนทำให้ได้ ขออย่างเดียวอย่าเพิ่งยอมแพ้หรือท้อถอยกับอุปสรรคไปก่อน สิ่งที่ยากที่สุดคือความกล้าในการทลายข้อจำกัดและลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ผมเชื่ออยู่ตลอดว่าเมื่อเริ่มลงมือทำ ทุกสิ่งก็เป็นไปได้”


ถ้าเริ่มลงมือทำ ทุกสิ่งเป็นไปได้

แม้ว่ากีฬาวีลแชร์เรซซิ่งร่างกายส่วนหนึ่งจะเป็นโลหะและล้อยาง แต่สิ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนยังคงเป็นกำลังแขนและแรงใจ ที่นอกจากจะเพื่อเขียนตำนานหน้าใหม่ให้เป็นเกียรติประวัติตัวเองแล้ว ในวันนี้ราชาเจ้าของสถิติพาราลิมปิกเดินทางมาถึงช่วงอายุ 40 อีกสิ่งหนึ่งที่เขาอยากทำคือการส่งต่อความฝัน ความเชื่อและความพยายามให้คนรุ่นต่อไปลุกขึ้นมาเดินบนเส้นทางเดียวกันกับเขาที่เคยผ่านมาแล้ว

“ตอนนี้ผมถือว่าอายุค่อนข้างเยอะแล้ว เลยต้องให้ความสำคัญในการวางแผนฝึกซ้อม และดูแลตัวเองไปด้วย ทุ่มเทให้ได้เหรียญทองกลับมาสักสองเหรียญในการแข่งพาราลิมปิกที่ปารีส เพื่อเป็นตัวอย่างในเรื่องความพยายามให้กับน้อง ๆ รุ่นใหม่ ที่กำลังประสบความสำเร็จ แล้วส่งต่อพวกเขาให้ถึงจุดหมายที่พาราลิมปิคที่ปารีสในครั้งหน้านี้”

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ติ่งเจอร์ราร์ด โคตรเด็กหงส์ที่รั้วบ้านติดกับสนามซ้อม ผู้ฝันจะพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก

นาเกลส์มันน์ เทรนเนอร์อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาที่ปั้นทีมจนขึ้นจ่าฝูง

ไมเคิล โอเว่น ตำนานหงส์ที่ยอม “ทรยศ” แฟนบอลเพื่อเป็น “แชมป์” กับผี

เจอร์รี มาร์สเดน: วันที่ไร้ต้นเสียง You’ll Never Walk Alone แต่เดอะค็อปจะไม่เดินเดียวดาย

พิชชานันท์ มหาโชติ: Run For Your Life วิ่ง-เพื่อ-ชีวิต จากกิโลเมตรศูนย์ถึงอัลตร้าเทรล UTMB

เคธี ซาวเออร์ส โค้ชเกย์หญิงคนแรกใน NFL ผู้ทลายกำแพงเพศสภาพ ท่ามกลางเกมที่ผู้ชายเป็นใหญ่

แมตต์ จัดจ์ หัวหน้าเจรจาซื้อขาย แมนฯ ยูฯ มือขวาลอร์ดเอ็ด ชายผู้ทำให้ดีลง่ายเป็นดีลยาก

ลอเรล ฮับบาร์ด: จากดาวรุ่งหมดไฟ สู่นักกีฬาข้ามเพศผู้เขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้โอลิมปิก