Post on 13/12/2018

เจ้าชายผู้สังหาร กษัตริย์ไฟซาล แห่งซาอุดิอาระเบีย

“ริยาด ซาอุดิอาระเบีย วันที่ 25 มีนาคม (1975) กษัตริย์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบียถูกลอบปลงพระชนม์ในวันนี้โดยพระนัดดาผู้มีประวัติป่วยทางจิต” รายงานของ The New York Times  กล่าวถึงเหตุการณ์ปลงพระชนม์กษัตริย์ไฟซาล บิน อับดุลอะซีซ (Faisal bin Abulaziz)

เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับชาวซาอุดิอาระเบียเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างที่กษัตริย์ไฟซาลเปิดพระราชวังรับแขกบ้านแขกเมืองเนื่องในโอกาสฉลองวันคล้ายวันเกิดของศาสดามูฮัมหมัด และผู้ก่อเหตุยังเป็นพระนัดดาของพระองค์เองคือ เจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด (Faisal bin Musaid) วัย 27 ปีนักเรียนนอกจากสหรัฐฯ  โอรสของเจ้าชายมูซาอิด บิน อับดุลอะซีซ (Musaid bin Abdulaziz) ซึ่งเป็นพระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาล โดยแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของราชสำนักเบื้องต้นรายงานว่าพระนัดดารายนี้มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตด้วย

“สำนักพระราชวังในนามของมกุฎราชกุมาร ราชวงศ์ และประเทศขอประกาศการสวรรคตของกษัตริย์ไฟซาลด้วยความเศร้าโศกและเสียใจอย่างสุดซึ้ง กษัตริย์ไฟซาลสวรรคตลงที่โรงพยาบาลริยาดด้วยบาดแผลจากการปองร้ายของเจ้าชายไฟซาล บิน มูซาอิด อับดุลอะซีซ ผู้มีอาการจิตวิปริต ประกาศจากสำนักพระราชวังซาอุฯ ทางวิทยุระบุ

รายงานกล่าวว่า ระหว่างที่กษัตริย์ไฟซาลทรงต้อนรับทักทาย เจ้าชายไฟซาลก็ชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงกษัตริย์ไฟซาลไปหลายนัด องค์กษัตริย์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ภายหลังจึงได้มีประกาศออกมาว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยกระสุนขนาดจุด 38 ที่ยิงเข้าพระเศียรของพระองค์ในระยะเผาขนจำนวนสองนัด

เหตุการณ์สลดนี้เกิดขึ้นโดยมีช่างภาพของสถานีโทรทัศน์ถ่ายภาพไว้ได้เป็นหลักฐาน เจ้าชายไฟซาลหลังก่อเหตุก็ถูกราชองครักษ์จับทุ่มลงกับพื้นและถูกตีด้วยพานท้ายปืนจนหมดสติ ก่อนที่สมาชิกราชวงศ์จะเข้ามาขวางก่อนที่เจ้าชายมือสังหารจะถูกฆ่าโดยเจ้าหน้าที่ตามไป

หลังการสวรรคต เจ้าชายคาลิด บิน อับดุลอะซีซ (Khalid bin Abdulaziz) มกุฎราชกุมาร และพระอนุชาของกษัตริย์ไฟซาลได้ขึ้นครองราชย์ต่อ พิธีราชาภิเษกมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการสวรรคต ด้วยทางการได้เริ่มเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์สวรรคตในบางส่วนแล้ว เนื่องจากกษัตริย์ไฟซาลมีสุขภาพไม่ค่อยดีนัก

เจ้าชายไฟซาลผู้ก่อเหตุมีประวัติพัวพันยาเสพติด เคยถูกจับกุมในสหรัฐฯ ระหว่างที่ยังเรียนอยู่ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดซึ่งเขาให้การรับสารภาพ แต่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง (คงด้วยปัจจัยทางการทูต) คนใกล้ตัวบอกว่า เจ้าชายไฟซาลมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ เคยต้องเขารับการรักษาด้านสุขภาพจิตมาก่อน รายงานบางชิ้นอ้างว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าชายไฟซาลเคยพูดว่าอยากจะสังหารกษัตริย์ไฟซาลด้วย

ด้านทางการซาอุดิอาระเบียหลังทำการสอบสวนได้ไม่กี่วันก็ออกมาให้ข่าวในทางตรงกันข้ามกับแถลงการณ์ชั้นต้น โดยชี้ว่าจากการสอบสวนถึงปัญหาสุขภาพจิตของเจ้าชายไฟซาล ผลสรุปว่าขณะก่อเหตุเขามีสภาพจิตปกติดีและมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี จึงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

กระบวนการพิจารณาคดีเป็นไปโดยปิดลับและรวดเร็ว ในวันที่ 18 มิถุนายนปีเดียวกัน ศาลได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษประหารเจ้าชายไฟซาล โดยการประหารเกิดขึ้นภายในวันเดียวกัน เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการประกาศโทษต่อสาธารณะ เจ้าชายไฟซาลถูกพาตัวไปยังลานประหารหน้าสำนักข้าหลวงใหญ่กรุงริยาดที่มีสักขีพยานมารอชมนับหมื่น เวลา 16 นาฬิกา 30 นาที ทันทีที่เพชฆาตใช้ดาบด้ามทองตัดคอเจ้าชายไฟซาลจนขาดด้วยดาบเดียว ฝูงชนก็โห่ร้องว่า  “พระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุด” (The New York Times)

ในทางคดี เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานการสมรู้ร่วมคิดกับฝ่ายการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์อื่นใด เจ้าชายไฟซาลจึงน่าจะก่อเหตุเพียงลำพัง

ส่วนอะไรเป็นแรงจูงใจให้เขาก่อเหตุนั้นมีการสันนิษฐานอยู่หลายข้อ แต่ที่พอมีน้ำหนักก็คือ การที่กษัตริย์ไฟซาลปฏิเสธคำขอขึ้นเงินกินเปล่ารายปีของเขาในฐานะสมาชิกราชวงศ์ และต้นปีก่อนเกิดเหตุเขายังเคยถูกปฏิเสธไม่ให้หนังสือเดินทางเพื่อป้องกันไม่ให้เขาเดินทางออกนอกประเทศโดยสาเหตุเชื่อว่ามาจากปัญหาที่เขาเคยถูกจับกุมในสหรัฐฯ บ้างก็เชื่อว่า เจ้าชายไฟซาลอาจจะลงมือเพื่อแก้แค้นให้กับพี่ชายผู้เคร่งศาสนาซึ่งผู้นำต่อต้านการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ในซาอุดิอาระเบียก่อนถูกยิงตายระหว่างเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมเมื่อหลายปีก่อน (1966)


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ และต่างประเทศ

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

ศาลอังกฤษ ต้นแบบคดี “หมิ่นศาล” เลิกถือสากับคำวิจารณ์ของสาธารณะ

ชาวอาณานิคมอเมริกัน เสียภาษีแต่ไม่มีสิทธิเลือกผู้แทน ต้นตอสงครามปลดแอก

พระสยามเทวาธิราช ผีบ้านผีเมืองผู้ปัดเป่าภัยให้สยาม

แฟรงก์ และลิเลียน กิลเบร็ธ นักวิเคราะห์การเคลื่อนไหว ผู้ริเริ่มใช้ผังเชื่อมโยง

เวฬุพิลัย ประภาการัน พยัคฆ์ทมิฬผู้ทำให้โลกรู้พิษสงของระเบิดฆ่าตัวตาย

พระยากัลยาณไมตรี แก้ข่าวฝรั่งลือ ร.7 อยู่เบื้องหลังปฏิวัติ 2475

อลิเซีย กัสติยา ผู้ทำให้ความลักลั่นของกฎหมาย “กัญชา” ในอุรุกวัยหมดไป

พระองค์วรรณฯ ผู้บัญญัติศัพท์ “ประชาธิปไตย” เเละ “รัฐธรรมนูญ”