Post on 26/01/2021

Prince – Purple Rain: บทเพลงของเจ้าชายผู้มาพร้อมกับห่าฝนในวันสิ้นโลก 

“ฝนกำลังตกหนัก”

“ใช่, ฝนกำลังตกหนัก”

“คุณโอเคไหม”

“คุณช่วยทำให้ฝนตกหนักขึ้นได้ไหมล่ะ”

 

เหล่านี้คือการโต้ตอบระหว่าง Prince กับทีมผู้จัดงาน Super Bowl XLI halftime show ปี 2007 ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายกระทบพื้นเวที ผู้ชมล้วนเปียกปอน แต่ไม่มีใครคิดที่จะหลบฝนไปไหน เพราะทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ ‘Prince’ ชายในชุดสูทสีฟ้า สะพายกีตาร์สีม่วงสดไว้กับตัว สายลมที่มาพร้อมกับหยดน้ำสีใสพัดหวนแรงขึ้นตอนที่แสงไฟบนเวทีเปลี่ยนเป็นสีม่วง Prince เริ่มร้องประโยคแรกของเพลง ‘Purple Rain’ ท่ามกลางสายฝน

 

/ I never meant to cause you any sorrow

I never meant to cause you any pain /

 

การแสดงกลางสายฝนครั้งนั้นกลายเป็นโชว์ที่น่าประทับใจที่สุดอีกโชว์ของ Prince – นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง นักเต้น และนักแสดงชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านจินตนาการที่ลึกล้ำ – บทเพลงหลุดโลกที่ข้องเกี่ยวกับรัก เซ็กส์ และพระเจ้า นี่คือเรื่องราวของเขา ‘Prince’ และบทเพลงระดับตำนานที่เขาสร้าง ‘Purple Rain’

 

ฤดูร้อน ฝน และภาพยนตร์ของPrince

 

ฤดูร้อนปี 1984 ซาวนด์แทร็กของภาพยนตร์เรื่อง ‘Purple Rain’ ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งของบิลบอร์ดชาร์ต คอยท่าภาพยนตร์ชื่อเดียวกันที่ถูกฉายตามมาในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง และครองชาร์ตอยู่อย่างนั้นไปร่วม 24 สัปดาห์

 

ณ เวลานั้น แม้ ‘Purple Rain’ ที่ถูกยกเป็นชื่อภาพยนตร์จะเป็นเพลงโปรโมต หากแต่ไซด์แทร็กอย่าง ‘When Doves Cry’ กลับกลายเป็นที่สนใจมากกว่า ด้วยท่วงทำนองและเนื้อหา รวมทั้งการวางตำแหน่งในหนังที่ทำได้อย่างลงตัว ทำให้เพลงนี้ครองชาร์ตในลำดับแรก สลับกับ ‘Let’s Go Crazy’ ส่วน ‘Purple Rain’ อยู่ที่อันดับ 2 และค่อยทวีความโด่งดังในช่วงหลัง เพราะการแสดงบนเวทีที่ติดตรึงใจของ Prince นั่นเอง

 

ภาพยนตร์และซาวนด์แทร็กอัลบั้มชื่อเดียวกันชิ้นนี้ กลายเป็นผลงานอมตะของ Prince ทั้งในแง่ของบทเพลงที่เขาเขียน ร้อง รวมถึงเล่นดนตรีเองทั้งอัลบั้ม และแง่การแสดง ที่ Prince ต้องรับบทเป็นตัวเอง นอกจากนี้ เพลงในอัลบั้มยังถูกใช้งานอย่างคุ้มค่า แต่ละเพลงมีที่ทางและวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะ จนไม่น่าแปลกใจแม้แต่น้อยที่จะได้รางวัลออสการ์สาขา Best Original Musical และ Best Original Song Score ประจำปี 1985 ไปครอง

 

ภายในภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของ Prince หรือ ‘The Kid’ ฟรอนต์แมนวง The Revolution กับความสัมพันธ์ที่มีต่อครอบครัว เพื่อนร่วมวง และแฟนสาว ‘อะพอลโลเนีย’ (Apollonia) โดยเล่าว่า The Kid คือนักดนตรีที่เติบโตท่ามกลางความรุนแรงในครอบครัว เขามีพฤติกรรมที่รุนแรงกับอะพอลโลเนียเช่นเดียวกับที่พ่อทำกับแม่ และในด้านดนตรี The Kid ego สูงเกินจะยอมให้เพื่อนร่วมวงเขียนเพลง

 

“นายบอกว่านายจะฟัง นายบอกว่านายจะใช้มัน (เพลงที่ฉันแต่ง) แต่นายก็ไม่เคยใช้มันจริง ๆ สักครั้ง”

 

คือคำที่ ลิซา โคลแมน (Lisa Coleman) เพื่อนร่วมวงของ Prince หรือ The Kid ต่อว่าเขาภายในภาพยนตร์ ซึ่งแม้ประโยคดังกล่าวจะถูกบรรจุไว้เพียงแค่ในหนัง เพื่อนำไปสู่จุดไคลแมกซ์ที่ The Kid เปิดใจ เพอร์ฟอร์มเพลง ‘Purple Rain’ ที่เขาไม่ได้แต่งเอง แต่ประโยคดังกล่าวก็บอกเล่าสไตล์การทำงานในชีวิตจริงของ Prince ได้มากพอตัว

 

ศิลปินเดี่ยว อัดเพลงคนเดียวไม่ง้อใคร

 

ย้อนกลับไปก่อนหน้าที่ Prince จะกลายเป็นป็อปสตาร์ที่โด่งดังตีคู่มากับไมเคิล แจ็กสัน (Michael Jackson) ในวัยเด็ก Prince มีชื่อจริงว่า Prince Rogers Nelson ที่ตั้งตามชื่อวงดนตรี ‘Prince Rogers’ ของผู้เป็นพ่อ เขาเกิดและเติบโตในครอบครัวนักดนตรี เสียงเพลงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาตั้งแต่ก่อนจำความได้ 

 

ด้วยวัยเพียง 17 ปี เขาถูกทาบทามให้เป็นนักร้องในสังกัดใหญ่ 3 ค่ายด้วยกัน ก่อนที่ Prince จะเลือกเซ็นสัญญากับ Warner Bros. เป็นบ้านหลังแรกและก่อตั้งวง The Revolution ขึ้นเมื่อปี 1979 เพื่อเป็นวงแบ็คอัพในการแสดงสดของเขา 

 

เพราะเป็นวงแบ็คอัพ Prince จึงแทบไม่เคยเปิดโอกาสให้สมาชิกคนอื่นในวงมีส่วนร่วมในกระบวนการเพลง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนและเรียบเรียงดนตรี หรือแม้กระทั่งการอัดเสียงในห้องอัด – Prince ก็ยังเล่นดนตรีเองแทบทุกชิ้น

 

“เมื่อผมเริ่มต้นในวงการเพลงครั้งแรก ผมต้องการที่จะมีอิสระโดยสมบูรณ์แบบ อิสระที่จะโปรดิวซ์เพลง อิสระที่จะเล่นเครื่องดนตรีอะไรก็ได้ อิสระที่จะพูดอะไรก็ได้” 

 

อิสระและความเป็นตัวเองอย่างถึงที่สุดคือสิ่งที่ Prince ยึดถือเป็นแนวทางในการทำเพลงของเขา นั่นทำให้เขาทำเพลงคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นใน ‘Purple Rain’ ที่ทีแรก Prince คาดหวังว่าอยากให้มันเป็นเพลงคันทรี ที่เขาทำร่วมกับ สตีวี นิกส์ (Stevie Nicks) นักร้องนำวง Fleetwood Mac

 

“Prince ส่งเดโมมาให้ฉันฟัง มันดีมาก แต่ว่ามันมากเกินไปสำหรับฉัน ฉันบอกเขาว่าฉันทำไม่ไหว แล้วก็บอกเขาไปว่าฉันฟังแล้วเห็นภาพบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ฉันบอกเขามันควรเป็นภาพยนตร์”

 

‘Purple Rain’ จึงค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นจากคำปฏิเสธของสตีวี Prince นำเดโมเพลงนี้มาทำใหม่ และยินยอมให้เพื่อนร่วมวงช่วยเกลาและออกความเห็นในช่วงท้ายของกระบวนการ

 

ความหมายของห่าฝนสีม่วง

 

“ในวันสิ้นโลก ท้องฟ้าจะหลั่งเลือดออกมาเป็นฝน แดงคือสีเลือด สีฟ้าคือท้องนภา รวมกันเป็นห่าฝนสีม่วงใน ‘Purple Rain’ เพลงนี้คือการใช้เวลาร่วมกับคนรักท่ามกลางจุดจบของโลกทั้งใบ แล้วปล่อยให้โชคชะตาและพระเจ้านำทาง”

 

คือคำที่ Prince ใช้เล่าเรื่องราวเบื้องหลัง ‘Purple Rain’

 

ขณะที่ลิซา โคลแมน หนึ่งในแบ็คอัพวง The Revolution ที่มีส่วนร่วมในการเขียนเพลงกลับบอกว่าความหมายของเพลงนี้คือการเริ่มต้นใหม่

 

“มันคือการเริ่มต้นใหม่ รุ่งเช้าที่ท้องฟ้าเป็นสีม่วง มีฝนตกลงมาเพื่อชำระล้างบางสิ่ง”

 

ยิ่งเพลงนี้ดังขึ้นเท่าไร ความหมายโดยนัยของ ‘Purple Rain’ ก็ยิ่งถูกตีความมากขึ้นเท่านั้น บ้างก็ว่ามันเป็นเพลงที่พูดถึงพระเจ้า บ้างก็ว่า Prince เขียนถึงคนรักเก่า ความสำเร็จของภาพยนตร์และซาวนด์แทร็ก ‘Purple Rain’ นั้นเหนือความคาดหมายแม้ในสายตา Prince เอง พวกเขาลงทุนไปไม่มากนัก แต่กลับได้รับรายได้จากภาพยนตร์ถึงเกือบ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

“บางที ‘Purple Rain’ ก็ทำให้ผมกลัว มันคือ ‘อัลบาทรอส’ (การทำสกอร์ในเกมกอล์ฟได้ 2 แต้ม ในหลุมพาร์ 5 ซึ่งทำได้ยากมาก) ที่พันรอบคอผมเอาไว้ตราบใดที่ผมยังทำดนตรีอยู่”

 

end credit ปิดม่านการแสดง

 

ความเป็นจริงไม่ผิดไปจากการเปรียบเปรยของ Prince นัก ตลอดชีวิตการทำงานของเขาสร้างหลายสิ่งไว้ในโลกดนตรี Prince มีผลงานหลากหลาย เขากลายเป็นอัตลักษณ์ของหลายสิ่ง ทั้งเซ็กส์ รัก ความขบถ สีม่วงและแฟชั่น หากไม่มีครั้งไหนหรือเพลงใดที่จะตรึงใจคนดูได้เทียบเท่า ‘Purple Rain’ เพลงที่เขามักจะใช้เล่นจบการแสดงอยู่เสมอ

 

หลังจาก ‘Nothing Compares 2 U’, ‘I Would Die 4 U’ และ  ‘Dirty Mind’ ร่วมกับเพลงอื่น ๆ ถูกเล่นเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมในคอนเสิร์ต the Piano & a Microphone ที่ Fox Theater แอตแลนตาจนเต็มอิ่มแล้ว ‘Purple Rain’ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องเชียร์ของคนดู โดยไม่มีใครรู้ว่าการแสดงบทเพลงในตำนานครั้งนั้น จะเป็นครั้งสุดท้ายของชายที่เกิดมาเพื่อทำดนตรีอย่าง Prince

 

/ I only wanted to see you

Underneath the purple rain /

 

แสงไฟสีม่วงในคอนเสิร์ตดับวูบลง การแสดงของ Prince จบลงแล้ว ฝนสีม่วงหยุดลง ก่อนโปรยปรายอีกครั้งในหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง 

 

วันที่ 21 เมษายน 2016 ข่าวการเสียชีวิตของ Prince ด้วยวัย 57 ปี นำมาซึ่งความเศร้าใจของแฟนเพลงและคนดนตรีทั่วโลก ‘Purple Rain’ ทะยานขึ้นชาร์ตเพลงหลายเจ้าอีกครั้งราวกับฝนเดือนเมษาฯ ที่ร่วงหล่นลงมาส่งท้าย ด้วยรู้ดีว่าคงไม่มีฝนสีม่วงครั้งไหนที่จะสวยงามได้เท่าฝนที่ Prince เป็นผู้บรรจงบรรเลงด้วยตัวเองได้อีก

 

เรื่อง: จิรภิญญา สมเทพ

ที่มา: 

ภาพยนตร์ Purple Rain

https://www.youtube.com/watch?v=7NN3gsSf-Ys

https://www.biography.com/musician/prince

https://www.newyorker.com/magazine/2018/06/25/paisley-park-princes-lonely-palace

https://www.nytimes.com/2016/04/22/arts/music/prince-dead.html

https://www.nme.com/blogs/nme-blogs/20-things-you-didnt-know-about-purple-rain-766800

https://faroutmagazine.co.uk/prince-purple-rain-story-behind-the-song/

https://www.cheatsheet.com/entertainment/what-prince-said-about-the-meaning-of-purple-rain.html/

https://www.smoothradio.com/features/prince-purple-rain-meaning-lyrics-facts/

https://faroutmagazine.co.uk/stevie-nicks-rejected-prince-purple-rain/

 

 


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

พาคุณไปลิ้มรสอาหารไทยระดับพรีเมียม ดื่มด่ำบรรยากาศคล้ายบ้านสวนที่อังกฤษ ในราคาน่าคบที่ ‘ไก่ย่างเสือใหญ่ สุขุมวิท 39’

คินนิคุแมน – ยอดมนุษย์มวยปล้ำสายฮากับพลังข้าวเนื้อวัว

อายะ อาซาฮินะ: สายโหดในโลก Alice in Borderland ที่เป็นสาวแกร่งในชีวิตจริง

Blondie – One Way or Another: จากประสบการณ์โรคจิตตามติด สู่เพลงฮิตปลุกใจคน

จอร์แดน พีล ดาวตลกผู้สร้างความสยองรูปแบบใหม่ในฮอลลีวูด

ฮิโรชิ มิยาอุจิ: คาเมนไรเดอร์ วี 3 ฮีโร่ผู้สอนเด็กให้รู้จักความยุติธรรม

ฮิลเดอร์ กุดนาดอท์เทีย นักประพันธ์หญิงจาก Joker ชนะออสการ์ได้เพราะเสียง “เชลโล” และการดมกลิ่นนิวเคลียร์แต่งเพลงใน Chernobyl

Kingdom “ประเทศนี้จบสิ้นแล้ว เราจะตายกันหมด”