Post on 22/05/2019

พฤฒิ เกิดชูชื่น “แดรี่โฮม” ยักษ์เล็ก ผู้บุกเบิกตลาดนมออร์แกนิก

ทุกวันนี้แนวคิดรักสุขภาพผสานเป็นเนื้อเดียวกับวิถีชีวิตของหลายคนไปแล้ว แต่ถ้าย้อนไปเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน แล้วมีใครสักคนลุกขึ้นมาประกาศก้องว่าจะทำธุรกิจ “นมออร์แกนิก” ให้เติบโตในเมืองไทยให้ได้ คงโดนยิงคำถามใส่รัว ๆ ว่าท้ายสุดจะไปรอดหรือเปล่า แต่ พฤฒิ เกิดชูชื่น ก็ไม่สนใจเสียงบั่นทอน เขาเลือกจะเดินหน้าเพื่อทำฝันที่อยากจะมีฟาร์มโคนมที่ปราศจากสารเคมีให้เป็นจริง และเขาก็ทำได้ พร้อมกับพาแบรนด์ แดรี่โฮม นมและโยเกิร์ตออร์แกนิกที่เขาปลุกปั้นเข้าไปครองใจคนรักสุขภาพได้อยู่หมัด

 

ผูกพันฟาร์มโคนม

พฤฒิเติบโตในค่ายทหารเพราะมีพ่อเป็นทหาร ส่วนแม่เป็นครู ความสุขในวัยเด็กของพฤฒิคือการได้เที่ยวเล่นในฟาร์มโคนมในอำเภอมวกเหล็ก สระบุรี กลายเป็นความผูกพันและเป็นแรงบันดาลใจว่าวันหนึ่งจะต้องเรียนสาขาที่เกี่ยวข้องให้ได้

พฤฒิเข้ามาเรียนชั้นมัธยมฯ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จากนั้นก็เรียนต่อด้านสัตวบาลที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะหาความรู้แค่ในห้องสี่เหลี่ยม เพราะตลอดระยะเวลาหลายปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาชอบออกค่ายอาสาสมัคร บางปีไป 2-3 ค่ายเลยก็มี

เมื่อก้าวเข้าสู่โลกการทำงาน พฤฒิเลือกทำที่ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ที่สระบุรี อยู่แผนกผสมเทียมจนได้ขึ้นเป็นหัวหน้า ก่อนไปสร้างแผนกน้ำเชื้อ เมื่อฝึกสอนลูกน้องจนรู้งานพอทำได้คล่อง เขาก็ลาออกเพื่อไปหาความท้าทายอย่างอื่น หนึ่งในนั้นคือการไปทำงานที่ ซี.พี. ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอาหาร แต่ผ่านไปครึ่งปี พฤฒิก็ลาออกเพราะเบื่อกรุงเทพฯ และตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน

 

“แดรี่โฮม” นมออร์แกนิก

ที่มวกเหล็ก พฤฒิเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ เกี่ยวกับโคนม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ วันหนึ่งเขาเกิดความคิดเอากากเบียร์จากโรงเบียร์ในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาขายให้เกษตรกรที่เลี้ยงโคนม เพราะกากเบียร์สามารถเอามาทำเป็นอาหารสัตว์ได้ ช่วงแรก ๆ ยังไม่ค่อยมีใครรู้ประโยชน์ของกากเบียร์เท่าไหร่ พฤฒิจึงต้องใช้วิธีลดแลกแจกแถม จนมีเกษตรกรต้องการมากขึ้น รายได้เริ่มเข้ามาจนพฤฒิพอจะตั้งตัวได้ แต่เมื่อโรงเบียร์เห็นว่าขายกากเบียร์แล้วได้เงินดี จึงเอาไปบริหารจัดการเอง

เมื่อธุรกิจขายกากเบียร์เริ่มสะดุด พฤฒิเลยต้องเข้าสู่โหมดทางเลือกทางรอด มองหาลู่ทางว่าจะทำอะไรต่อไป จังหวะนั้นเขาคิดถึงความเชี่ยวชาญที่มีติดตัวอย่างเรื่องนมและคิดถึงความฝันในวัยเด็ก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของร้านขายนม ที่วางแนวคิดให้เป็นร้านขนาดเล็กแต่อบอุ่น มีที่นั่งเพียง 3 โต๊ะ ไว้เป็นจุดพักผ่อนหรือจุดนัดพบของผู้คนที่เดินทางไปมาแถวนั้น

เขาขอซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรในช่วงแรกที่เปิดร้านเพียง 10 ลิตร กะว่าทำนมโฮมเมดตอนเช้า ขายตอนสาย ตกบ่าย ๆ เย็น ๆ ก็น่าจะหมด แต่ปรากฏว่าต่อมาขายดีเกินคาด จนพฤฒิต้องสร้างเป็นโรงงานเล็ก ๆ ไว้ผลิตนมที่เขาตั้งใจให้เป็นนมคุณภาพดีแบบไม่ใส่สารเคมีใด ๆ

 

สู้เพื่ออยู่รอด

จุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้พฤฒิทุ่มเทกับการทำนมออร์แกนิกแบบสุดตัว เกิดขึ้นในราวปี 2545-2546 เมื่อไทยประกาศทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งมีผลทำให้นมจาก 2 ประเทศนี้เข้ามาตีตลาดเมืองไทยได้ง่ายขึ้นด้วยราคาที่ถูกกว่ามาก

พฤฒิเห็นว่าเกษตรกรรายเล็กอย่างเขาและคนอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงคงสู้ราคานมจากต่างประเทศไม่ได้ เพราะฉะนั้นทางเดียวที่พอจะทำได้คือเลือกสู้ด้วย “คุณภาพ” เขาจึงปรับรูปแบบธุรกิจด้วยการวางตำแหน่งของแดรี่โฮมให้มีภาพลักษณ์การเป็นนมออร์แกนิกที่ชัดเจนขึ้น สอดคล้องกับกระแสรักสุขภาพที่เริ่มมาทีละนิดในสังคมไทย

โจทย์ที่พฤฒิต้องแก้ให้ได้คือ ทำอย่างไรให้ธุรกิจนมออร์แกนิกของเขาอยู่รอด ขณะเดียวกันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายอื่นก็ต้องอยู่รอดด้วย

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองรักไปพร้อมกับการไปได้สวยในเชิงธุรกิจ แต่พฤฒิก็สู้ไม่ถอย พฤฒิพัฒนาฟาร์มออร์แกนิกของเขาอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงใด ๆ ให้วัวได้เดินเล่นอย่างอิสระ กินอาหารตามธรรมชาติ ทำให้วัวอารมณ์ดี ไม่เครียด ผลที่ตามมาคือทำให้ได้น้ำนมออร์แกนิกคุณภาพสูง อุดมด้วยสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ อย่าง โอเมกา 3, โอเมกา 6 ที่มีมากกว่านมทั่วไป และพัฒนาคุณภาพโรงงานจนได้มาตรฐานการผลิตระดับสากล

พฤฒิชักชวนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายอื่น ๆ หันมาทำฟาร์มโคนมออร์แกนิก แน่นอนว่าไม่มีเกษตรกรคนไหนตกปากรับคำทันที เพราะการเปลี่ยนรูปแบบการผลิตย่อมหมายถึงมีค่าเสียโอกาสจากการผลิตแบบเดิม และไม่มีอะไรรับประกันเลยว่าเปลี่ยนเป็นฟาร์มออร์แกนิกแล้วจะรุ่งหรือไม่

“ถ้าพูดกันตามตรง ตอนแรกผมก็พยายามจะบอกให้เกษตรกรนึกถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ไม่ต้องคิดถึงเรื่องเงิน แต่พูดแบบนี้มันก็คงไม่ได้นะครับ คนเรามันต้องกิน ต้องใช้ ชีวิตของเกษตรกรเขาก็ลำบาก เพราะฉะนั้นในช่วงแรก ๆ สิ่งที่เราพยายามบอกเขาคือ เชื่อเถอะ ทำแล้วมันจะดีขึ้น ซึ่งตอนแรก ก็เป็นธรรมดาที่เขาไม่เชื่อหรอกครับ อย่างเช่นฟาร์มแรกเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เขาไม่เชื่อหรอกเพราะมันยังไม่มีตัวอย่างด้วย แต่เราก็ต้องทำการรับประกันให้เขาเลยว่าถ้าคุณทำแล้ว แล้วได้กำไรน้อยกว่าเดิม ผมจะชดเชยส่วนที่ขาดให้” พฤฒิ ให้สัมภาษณ์กับเจาะใจออนไลน์

เขากระตุ้นให้เกษตรกรลองเปลี่ยน ซึ่ง 3 เดือนแรก เกษตรกรที่ยอมลุยด้วยกับโครงการของพฤฒิก็ต้องเผชิญช่วงยากลำบาก เพราะปริมาณนมลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ส่งผลต่อรายได้ที่ลดลง ขณะที่รายจ่ายและหนี้สินยังอยู่ แต่เดือนถัด ๆ มา เมื่อวัวเริ่มปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติได้ ก็ให้น้ำนมเพิ่มขึ้น แม้จะไม่เท่าเดิมเหมือนก่อนทำฟาร์มออร์แกนิกก็ตาม ส่วนเกษตรกรก็ค่อย ๆ ปรับตัวเชิงธุรกิจให้สามารถอยู่ได้ และกลายเป็นว่ามีกำไรเยอะขึ้น เมื่อเกษตรกรรายอื่นเห็นว่าฟาร์มแรกประสบผลสำเร็จก็มาเข้าร่วมด้วย จนถึงตอนนี้แดรี่โฮมมีฟาร์มออร์แกนิกที่เป็นพันธมิตรส่งน้ำนมดิบมาให้แปรรูปแล้วหลายฟาร์ม

จากระยะแรกที่จุดขายหลัก ๆ ของแดรี่โฮมอยู่ที่อาคารหลังใหญ่สีแดง รูปร่างหน้าตาคล้ายกับฟาร์มในต่างประเทศ ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ต่อมาเมื่อนมแดรี่โฮมเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมากขึ้น ก็เริ่มมีคนสนใจนำไปขายในร้านเพื่อสุขภาพ รวมถึงวางอยู่บนชั้นขายนมกระทบไหล่แบรนด์ใหญ่ทั้งหลายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำแทบจะทั่วประเทศ

เหตุที่แดรี่โฮมขยายตัวได้มากขึ้น เพราะพฤฒิไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ เขาพาแดรี่โฮมไปจับมือทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์นมอย่าง “นมก่อนนอน” ที่มีสารเมลาโทนินจากธรรมชาติสูง ช่วยให้สมองผ่อนคลายและช่วยให้ร่างกายได้หลับพักผ่อนเต็มที่ “นมกราสเฟด” (Grass Fed-น้ำนมที่ได้จากวัวกินหญ้า) ที่มีปริมาณกรดไขมันชนิดซีแอลเอและโอเมก้า 3 สูงกว่าน้ำนมออร์แกนิกทั่วไป รวมถึง “นมฟันดี” ที่พัฒนาสูตรช่วยป้องกันฟันผุ

แม้แดรี่โฮมจะเป็นยักษ์เล็ก แต่ด้วยความรักที่อยากผลิตนมออร์แกนิกให้ทุกคนได้ดื่ม กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้พฤฒิไม่ยอมแพ้ และมาไกลกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้

 

อีกนิด…

โคนมทั้งหมดในไทยมี 670,950 ตัว

จำนวนนี้มีแม่โครีดนม 281,621 ตัว

ได้ผลผลิตน้ำนมดิบ 1,332,180 ตัน

อัตราการให้นมของแม่โค 12.96 กิโลกรัม/ตัว/วัน

 

ที่มา

https://mixmagazine.in.th/view.php?ref=00000387

http://johjaionline.com/talk-lounge/สัมภาษณ์เจ้าของแดรี่โฮม-dairy-home-เขาใหญ่/

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/737442

http://www.komchadluek.net/news/knowledge/170241

http://www.dairyhome.co.th/th/ourfarm.php

“สถานการณ์โคนมโลก&ไทย” ปี 2562 โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จาก http://dairydevelopmentprogram.weebly.com/blog-36153634361936603617362636403586/-2562)

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ขายผ้า ทำโรงสี ก่อนปั้น “เบทาโกร” สู่หมื่นล้าน

ลลิต ศรีธรา ผู้อาสาลดช่องว่างทางชนชั้นด้วย “สตาร์ทอัพ”

จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ แม่ทัพ Prop Tech สิริ เวนเจอร์ส เชื่อมต่อนวัตกรรมสตาร์ทอัพกับวิถีชีวิตลูกบ้านแสนสิริ

สุวิทย์ วังพัฒนมงคล กอบกู้ “โรซ่า” ซอสมะเขือเทศพันล้าน

“ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์” เลือดใหม่ที่พาบุรีรัมย์ไปข้างหน้า จากการขับมอเตอร์ไซค์ทั่วอเมริกา

ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี: Penguin Eat Shabu บทพิสูจน์ความสำเร็จจากความคิดที่ “แตกต่าง”

นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มหาเศรษฐีแสนล้าน เกี่ยวข้องอะไรกับ “ยาหอมปราสาททอง”?

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM