Post on 04/07/2020

RakDok Floral Week(s) เทศกาลที่เปลี่ยนตลาดเก่าหัวตะเข้ด้วยดอกไม้หลากสี

ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ เป็นชุมชุนเก่าแก่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปไกลกว่าร้อยปีถึงสมัยรัชกาลที่ 5 วันนี้ประวัติของชุมชนนี้กำลังถูกบันทึกหน้าใหม่ด้วยงาน RakDok Floral Week(s) เทศกาลที่เปลี่ยนตลาดเก่าหัวตะเข้ด้วยดอกไม้

โดย RakDok ร่วมกับร้านค้าในชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ จัดให้มีกิจกรรม RakDok Floral Week(s) ดอกไม้แรก(ยิ้ม)แย้ม โดยนำดอกไม้และงานศิลปะหลากแขนง มาเพิ่มความสุข และลดความเครียด ต่อสู้กับนานาวิกฤติของประเทศ ณ ขณะนี้ ในงานพบกับ Flower Installations จากแบรนด์ในเครือบริษัท เรนฟอเรสท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผลงานศิลปะจากนักศึกษา ที่โรงระหัดเอเฟรม ชิมอาหารและเครื่องดื่มกับบรรยากาศริมคลองของร้านค้าในชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ มุมถ่ายรูปมากมายกว่าที่คิด 

12 จุดถ่ายภาพห้ามพลาดในงาน RakDok Floral Week(s) มีทั้ง 

จุดที่ 1 CAFE AUX FLOURISH – FLEUR

ที่มาใน Concept  Cafe de fleur คาเฟ่ดอกไม้ เป็นร้านกาแฟสองชั้นขนาดเล็กน่ารัก นอกจากการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้แล้ว คาเฟ่แห่งนี้ยังพิถีพิถันในเมนู ด้วยการใส่คอนเซ็ป de fleur ลงไปในเมนูต่าง ๆ เช่นกาแฟ cold brew อีกด้วย จึงอยากออกแบบเพื่อเน้นความเป็น de fleur ของร้าน ​

โดยเริ่มจากด้านหน้าร้าน ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นร้านกรอบรูป จึงออกแบบจุดถ่ายรูปหน้าร้านโดยใช้กรอบรูปไม้แบบวินเทจ ซึ่งพบในชุมชนหัวตะเข้ทั่วไป เป็นจุดถ่ายรูปหลักหน้าร้าน ภายในร้านใช้ตู้กระจกแอนทีคซึ่งร้านมีอยู่แล้ว ออกแบบโดยให้รู้สึกเหมือนกับมีดอกเฟื่องฟ้าล้นทะลักมาจากภายในตู้ลงมาที่โต๊ะด้านหน้า และเชื่อมต่อกับชานบันไดด้านข้าง เพื่อสามารถถ่ายรูปได้ทั้งสองฝั่ง ทั้งหมดอยู่ภายใต้ชื่อผลงาน Cafe aux Flourish – Fleur

จุดที่ 2 HOW TO HUG

ความงามบางครั้งก็ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ถึง เรือไม้ลำใหญ่พอประมาณจอดนิ่งในสภาพหลังคาที่ผ่านการใช้งานท่ามกลางแดดฝนมาจนไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าเธออยู่แบบนี้มานานแค่ไหน ทันทีที่ผมเจอเธอ​

ผมอยากให้เธอกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งหลังจากการลอยเอื่อยไปมาตามภาระหน้าที่ที่เคยเป็นอยู่ ถ้าเธอได้หอบดอกไม้ไว้เต็มลำเธอต้องชอบ เพราะคนที่เข้ามานั่งในอ้อมกอดดอกไม้จะรับรู้ถึงความสวยงามและความสดชื่นที่ชุกซ่อนอยู่ใต้หลังคาผุเก่าของเธอ ความทรงจำในการนั่งเรือของผู้มาเยือนในครั้งนี้ก็จะไม่เหมือนที่ผ่านมา เพราะทุกคนจะจากไปพร้อมกับภาพรอยยิ้มในอ้อมกอดเธอ​

จุดที่ 3 WAVELETS

ความคลาสสิกที่ผสมผสานไปกับวิถีชีวิตริมน้ำของผู้คนชุมชนตะเข้ นำมากลายเป็นแรงบันดาลสร้างสรรค์ โดยใช้การเคลื่อนไหว ไหลเวียนอย่างไม่หยุดนิ่งของสายธาร ผ่านรูปแบบ Installation art ฟอร์มคลื่นเกลียวน้ำ​ ด้วยเทคนิคการ Hanging ดอกจานแก้วและกลีบดอกไม้ผ้าคล้ายผักตบชวา (Water Hyacinths) ​ในสีสันโทนเย็นอย่างสีฟ้า และสีครามอมม่วง

จุดที่ 4 274 COLOR PALETTE

ร้าน 274 Bed and brew ที่ตั้งอยู่ในชุมชนตลาดหัวตะเข้ เปิดเป็นร้านกาแฟและโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเข้ามาพักผ่อนในชุมชนหัวตะเข้ อาคารตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 274 เป็นตัวเลขที่ทางร้านได้นำมาตั้งเป็นชื่อร้าน ซึ่งมีความน่าสนใจเราจึงดึงตัวเลขนี้มาร่วมในการออกแบบ​

บรรยากาศและวัสดุภายในร้าน ใช้วัสดุที่หาได้ในชุมชน เน้นเป็นโทนสีน้ำตาลไม้ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและสีสันให้กับบรรยากาศร้าน เราจึงนำ Color palette เข้ามาใช้ในการออกแบบ โดย Hanging ดอกไม้หลากหลายชนิด 274 ดอก และเส้นไหมที่สะบัดไปมาคล้ายปลายพู่กัน ตามสีชนิดของดอกไม้ในแต่ละโทนสี เพื่อความน่าสนใจและสีที่สะดุดตาคนที่เดินไปมา จะต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูป ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ชื่อผลงาน “274 Color palette”

จุดที่ 5 COLORS

Color! What a deep and mysterious language, the language of dreams

– Paul Gauguin ​-

สี ช่างเป็นภาษาที่ลึกซึ้ง ลึกลับและยังเป็นภาษาแห่งความฝัน งานชิ้นนี้จึงนำการเล่นสีมาใช้กับต้นไม้ดอกไม้ เกิดเป็นต้นไม้สีใหม่ที่ไม่ได้มีในชีวิตจริง เป็นต้นไม้ในจินตนาการ เลือกใช้สีสันฉูดฉาดกับงานชิ้นนี้ เนื่องจากอยากเพิ่มสีสันของตลาดเก่าหัวตะเข้ให้มีชีวิตชีวา มีความสดใสเนื่องจากไวรัสโควิด 19 นั้นทำให้เราทุกคนเหี่ยวเฉากันไปมาก

จุดที่ 6 BE A MARIGOLD

ขณะที่ทางทีมงานกำลังเดินสำรวจพื้นที่ตลาดเก่าหัวตะเข้ เราได้สะดุดตากับร้านขายอุปกรณ์ตกปลาร้านนี้ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ชาวบ้านใช้ตกปลาเหล่านี้สะท้อนชีวิตของชุมชนที่ติดริมน้ำได้เป็นอย่างดี เป็นร้านที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน จึงนำอุปกรณ์เหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน และเป็นการเพิ่มความดึงดูดและความน่าสนใจของร้านขายอุปกร์ตกปลานี้ ให้ผู้ที่พบเห็น ผ่านไปมา อยากเข้ามารู้จัก  และเรียนรู้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในร้านนี้มากยิ่งขึ้น

จึงเกิดเป็นผลงานที่มีชื่อว่า “Be a Marigold” ผลงานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก ไซดักปลาที่เป็นเครื่องมือในการจับปลาของชาวบ้าน หรือในแง่ด้านความเชื่อ ก็คือไซดักทรัพย์ ที่เป็นเครื่องรางที่คนไทยจำนวนมากเชื่อกันว่าจะช่วยในเรื่องของความร่ำรวย เงินทอง โชคลาภ ถือเป็นเรื่องมงคลต่อทางร้านด้วย และสามารถดึงดูดสายตาให้ผู้ที่พบเห็นอยากเข้ามาทำความรู้จักร้านมากยิ่งขึ้น และมีการนำดอกดาวเรืองที่คนไทยนิยมใช้กราบไว้ เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาประกอบกับผลงาน โดยการจัดวางดอกดาวเรืองลักษณะคล้ายกับฝูงปลาที่ว่ายวนเข้ามาติดกับไซดักปลา ดักทรัพย์นี้

จุดที่ 7 MISCELLANEOUS OF SURFACE

At press ร้านกาแฟที่ตั้งขึ้นอยู่ในชุมชนตลาดหัวตะเข้ มองเผิน ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นแค่ร้านกาแฟธรรมดา ๆ แต่ภายในร้านนี้ได้รวบรวมสินค้า งานศิลปะ รวมถึงมีการจัดเวิร์คช็อปต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเทคนิคภาพพิมพ์เอาไว้ด้วย เราจึงดึงจุดเด่นอย่างงานภาพพิมพ์มาร่วมในการออกแบบ​

โดยการนำลวดลายของพื้นผิวที่เกิดขึ้นโดยเทคนิค woodcut มาผสมผสานกับดอกไม้ที่มีรูปทรงที่หลากหลาย และสีสันสดใสเพื่อให้งานมีพื้นผิวที่หลากหลายเพิ่มความน่าสนใจ บนโครงสร้างแบบบานเฟี้ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประตูบ้านในชุมชนหัวตะเข้ ภายใต้ชื่อผลงาน “ miscellaneous of surface ”

จุดที่ 8 FLOWER BUBBLE

จุดที่ 9 FIFTY SHADES OF PLANT

ในปัจจุบันปี 2020 ทั่วโลกมีการตื่นตัวและรณรงค์ให้นำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่หรือลดการใช้ในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น สตาร์บัคส์ประเทศไทยเปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษแทนหลอดพลาสติก แบรนด์เครื่องสำอางไฮเอนด์ออกผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่สามารถใส่ตัวรีฟิล (refill) เราจึงอยากนำขยะพลาสติกอย่างบรรจุภัณฑ์ มาใช้และออกแบบใหม่ในหมวดหมู่ของแต่งบ้าน​ โดยใช้เทคนิคการพ่นสีแบบ gradient ลงบนบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปทรงเฉพาะตัวและ​ใบใม้บางชนิด เลือกใช้เฉพาะโทนสีเขียว สร้างเอกลักษณ์ให้กับรูปทรงใบไม้เพิ่มด้วยการเพนท์ลวดลาย​ ลงในพื้นผิว จะเห็นได้ว่าแม้เราจะมองไม่เห็นผิวสัมผัสที่ถูกเฉดสีทับแต่เราจะยังคงจำเอกลักษณ์ของสิ่งนั้นได้

จุดที่ 10 RAKDOK MARKET

จุดที่ 11 ดอกรัก – รักดอก

หนึ่งในภูมิปัญญาหลักของชุมชนหัวตะเข้ตั้งแต่ครั้งสมัยอดีตคือ ‘ช่างไม้’ และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับไม้ จึงทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยโรงไม้หลากหลายแห่ง และหนึ่งในโรงไม้ขึ้นชื่อของที่นี้ก็คือ ‘โรงระหัด’ ซึ่งเป็นโรงไม้สำหรับสร้างระหัดวิดน้ำนาข้าว แต่พอกาลเวลาได้ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้น ทำให้โรงงานของช่างไม้ฝีมือดีต้องปิจกิจการลง โดยปัจจุบันก็เหลือโรงระหัดแห่งนี้ที่ยังคงดำรงอยู่ แต่ก็ได้ทำการปิดกิจการทางด้านงานไม้ลงแล้ว และกลายเป็นสถานที่หลักของการทำกิจกรรมต่างๆของผู้คนในชุมชนหัวตะเข้​

จากประวัติที่มาของสถานที่ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องมือโบราณอย่างเครื่องระหัดวิดน้ำ ทำให้ดึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของสถานที่นี้ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานผ่านสายดอกรัก ดอกไม้ไทย ความหมายมงคล มาร้อยเรียงต่อกันเป็นม่านแขวน ผ่านสีสันสวยงาม สะดุดตา ซึ่งก็เปรียบเสมือนสายธาร และสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในชุมชนกับวิถีชีวิตริมน้ำนั่นเอง

จุดที่ 12 HOW U REMIND ME ?

ฮาวยูรีไมน์มี (How you remind me?) หากคุณมาที่ชุมชนหัวตะเข้คุณจะนึกถึงอะไร? ในอดีต ภูมิปัญญาสำคัญของชุมชนตลาดหัวตะเข้คือ ช่างไม้ ทำให้มีโรงไม้ในตลาดจำนวนมากถึง 7-8 โรง เอาไว้ทำเรือ ซ่อมเรือ แต่เมื่อชาวบ้านลดการใช้เรือเป็นพาหนะในชีวิตประจำวัน โรงไม้จึงค่อย ๆ ปิดตัวลง จนกระทั่งเหลือโรงสุดท้าย เป็นโรงไม้สำหรับสร้างระหัดวิดน้ำนาข้าว ซึ่งไม่นานก็ปิดกิจการตามไปด้วย ผู้คนก็เริ่มหันไปใช้รถใช้ถนนมากขึ้น จนการเดินทางทางเรือไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป​

เราจึงนำวัตถุที่ทำให้นึกถึงชุมชนหัวตะเข้อย่าง เรือ มาเป็นหลักในการออกแบบ โดยใช้ไม้ดอกอย่าง สแตติส (statice) ที่สวยงามคงรูปได้แม้ดอกจะแห้งไปและยังมีความหมายว่า ความรู้สึกดีๆที่คงอยู่ตลอดไป ใช้แทนสายน้ำ และผักตบชวา ที่พบเห็นได้ทั่วไปในคลองบริเวณชุมชนหัวตะเข้มาทำให้เกิดประโยชน์โดยนำกลับมาใช้ใหม่ เพิ่มบรรยากาศความสดชื่นด้วยดอกไม้ไทยที่หาได้ง่ายทั่วไปหลากหลายชนิดอย่างกล้วยไม้หรือพุทธรักษา ถ้าทุกคนนึกถึงที่นี่แล้ว เราก็ไม่อยากให้พลาดเลยนะที่เข้าไปนั่งถ่ายรูปในเรือกับเจ้าถิ่น อย่างเจ้าแมวสองตัวบนเรือ

งาน RAKDOK FLORAL WEEK(S)| First Smile in Unusual Spring (ดอกไม้แรก(ยิ้ม)แย้ม) จัดตั้งแต่วันที่  4 กรกฎาคมไปจนถึง  4 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10:00 จนถึงหกโมงเย็นของทุกวัน รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่ http://rakdok.com/event/12-%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94-rakdok-floral-weeks/

 

ขอบคุณภาพ 

Artyphoto

ศรีปราชญ์ ฉลาดดี

 

 

 


The People

กองบรรณาธิการ