Post on 07/01/2022

นักเวชศาสตร์สื่อความหมาย ผู้จุดประกายความหวังของผู้บกพร่องทางการสื่อสาร

ทำความรู้จัก “นักเวชศาสตร์สื่อความหมาย” ผู้จุดประกายความหวังของผู้บกพร่องทางการสื่อสาร

การสื่อสารมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนมาก หากไม่สามารถสื่อสารได้คงยากที่จะดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม จากสถิติของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พบว่าในปัจจุบันประเทศไทยมีผู้พิการทางการได้ยินและสื่อความหมายประมาณ 382,615 คน หรือร้อยละ 18.87[1] แต่รู้หรือไม่ว่า…ในประเทศไทยมีโรงเรียนแพทย์เพียงแห่งเดียวที่เปิดสอนภาควิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมายนี้มากว่า 45 ปีแล้ว คือคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาวิชานี้มุ่งเน้นการผลิตนักเวชศาสตร์สื่อความหมาย หรือนักแก้ไขการพูดและการได้ยิน ผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญของการฟื้นฟูผู้บกพร่องทางการสื่อสารให้สามารถสื่อสารได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ซึ่งปัจจุบันทั้งประเทศมีนักเวชศาสตร์สื่อความหมายเพียง 400 คน

ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมีคนไข้เข้ามารักษาด้านนี้จำนวนกว่า 28,000 ครั้งต่อปี เนื่องจากคนไข้ที่มีปัญหาด้านการสื่อสารจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน สัดส่วนของกลุ่มผู้ป่วย แบ่งเป็น ร้อยละ 56.90  คือผู้ที่มีพัฒนาการทางภาษาและการพูดล่าช้าทุกประเภท เช่น กลุ่มอาการออทิสติก ประสาทหูพิการ กลุ่มเรียนรู้บกพร่องเป็นต้น ซึ่งพบได้ในวัยตั้งแต่ 1 ปี 6 เดือน จนถึงอายุ 30 ปี ที่เหลือเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่เสียความสามารถด้านการสื่อความเนื่องจากภาวะผิดปกติของระบบในสมอง ซึ่งพบได้ตั้งแต่อายุ 40 – 80 ปี

วันนี้จึงพาทุกคนมาเจาะลึกถึงการทำงานของนักเวชศาสตร์สื่อความหมาย และประสบการณ์จริงจากครอบครัวหนึ่งที่พาลูกสาวผู้สูญเสียการได้ยินตั้งแต่กำเนิด มารับการรักษาที่รามาธิบดี ตั้งแต่ 2 ขวบ ผ่านไป 8 ปี ตอนนี้เด็กหญิงคนนี้มีความฝันที่อยากจะเป็นหมอเพื่อรักษาช่วยผู้อื่น

 

 

“ซ่อม” และ “สร้าง” กลไกการสื่อสาร

อาจารย์ ดร. นิตยา เกษมโกสินทร์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าให้ฟังว่า “หน้าที่ของนักแก้ไขการพูดจะครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ต้น เริ่มตั้งแต่การตรวจเพื่อประเมินการให้คำแนะนำ การวางแผนการบำบัดรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพในกลุ่มผู้ที่มีปัญหาด้านภาษา และการพูด ซึ่งมีอยู่หลากหลายกลุ่มพัฒนาการภาษาและการพูดล่าช้า ได้แก่ กลุ่มที่เป็นออทิสติก กลุ่มที่สูญเสียการได้ยินเสียงผิดปกติ  รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีปัญหาด้านการกลืนผิดปกติ ในส่วนของนักแก้ไขการได้ยินก็จะทำหน้าที่หลักๆ ในการดูแลเรื่องของการใส่เครื่องช่วยฟังการฟื้นฟูการฟัง โดยทั้งหมดนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

 

เมื่อไม่ได้ยิน…ก็พูดไม่ได้ “น้องดี” เด็กหญิงปุณิกา  ผู้ป่วยเด็กของแผนกแก้ไขการสื่อสาร ปัจจุบันอายุ 10 ขวบ

คุณแม่ฝน พูนสิน ได้เล่าถึงสิ่งครอบครัวได้เผชิญว่า “รับรู้ถึงความผิดปกติของลูกสาวตั้งแต่ 2 เดือน ที่เวลาเรียกจะไม่หันตามเสียง ไม่มีการตอบสนองกลับ  ทางครอบครัวจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ พาไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในตอนนั้นคุณหมอแจ้งว่าลูกสาวเธอปกติดีทุกอย่าง จึงได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้จนเวลาล่วงเลยมาเมื่อน้องดีอายุ 2 ขวบ อาการผิดปกติเริ่มชัดเจนขึ้น  จากที่ไม่ได้ยิน  ยังไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้  ทางครอบครัวจึงตัดสินใจพาน้องมาตรวจอีกครั้งที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จึงได้รู้ว่าน้องดีสูญเสียการได้ยินมาตั้งแต่กำเนิด พอได้ฟังปุ๊บ คำถามแรกคือ ทำไมต้องเกิดขึ้นกับลูกสาวของเธอด้วย  ช่วงนั้นยอมรับว่าท้อและเสียใจมาก จึงได้รวบรวมสติ กำลังใจจากคนรอบข้างดูแลน้องดียอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

จนกระทั่ง 4 ขวบ มรสุมลูกใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อน้องดีเป็นหวัด จึงทำให้หูทั้ง 2 ข้างดับสนิท จนต้องรับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม ที่สามารถช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินในระดับรุนแรงสามารถกลับมาได้ยินได้อีกครั้ง  ปัจจุบันน้องดียังคงเข้ารับรักษาอย่างต่อเนื่องที่รามาธิบดี จนกลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้งท่ามกลางความรัก กำลังใจของครอบครัว ครูอาจารย์ เพื่อนๆ  และศึกษาในระดับชั้นป. 4 กับความฝันที่อยากจะเป็นคุณหมอ ช่วยเหลือคนไข้ อย่างที่เธอได้รับโอกาสที่ดีจากทีมบุคลากรทางการแพทย์ของรามาธิบดีในขณะนี้”

นักเวชศาสตร์สื่อความหมาย…บุคลากรการแพทย์ที่ขาดแคลน

“เป็นเวลากว่า 45 ปีแล้ว ที่รามาธิบดีเปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาความผิดปกติของการสื่อความหมายขึ้นเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ย้อนกลับไปช่วงเริ่มต้นทางคณะได้จัดตั้งหลักสูตรนี้เพื่อสอนในระดับปริญญาโทก่อนเมื่อปี 2519 และต่อมาเมื่อบุคลากรที่จบเฉพาะด้านนี้เริ่มขาดแคลนทางรามาธิบดี  จึงเริ่มขยายหลักสูตรมาสอนในระดับปริญญาตรีเพิ่มเติมด้วยเมื่อปี 2548 เพื่อรองรับการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีความบกพร่องทางการสื่อความหมายในประเทศไทยที่มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ที่มาเรียนต่อสาขานี้มีหลากหลาย ทั้งแพทย์ นักจิตวิทยา นักภาษาศาสตร์ แต่กลุ่มที่มีมากที่สุดคือกลุ่มพยาบาล ส่วนระดับปริญญาตรีทางหลักสูตรจะเปิดรับปีละ 30 คน เมื่อเรียนไปนักศึกษาก็จะสามารถเลือกสาขาที่ตนเองสนใจเพื่อเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้นซึ่งมี 2 สาขาคือ สาขาการแก้ไขการพูด และ สาขาการแก้ไขการได้ยิน

แม้ว่าจะมีการขยายหลักสูตรมาสอนในระดับปริญญาตรีแล้วก็ตาม แต่ในปัจจุบันอาชีพนักเวชศาสตร์สื่อความหมายยังคงเป็นที่ต้องการในระบบสาธารณสุขในทุกๆ ปี ในขณะเดียวกันแนวโน้มของจำนวนผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็มีมากขึ้น ดังนั้นรามาธิบดีจึงเป็นสถานที่ผลิตบุคลากรที่จบออกไป เพื่อช่วยเหลือคนไข้ที่มีปัญหาดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ได้มีการกระจายอยู่ตามที่โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ” อ.นิตยากล่าวเสริม

เป้าหมายคือการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

“ช่วงโควิดที่ผ่านมาทางภาควิชาต้องปรับตัวมากทั้งนักศึกษาและอาจารย์ แต่เราพยายามถ่ายทอดความรู้และฝึกให้นักศึกษามีประสบการณ์มากที่สุดก่อนที่จะเรียนจบออกไป เพราะจุดประสงค์ของเราคือการผลิตนักเวชศาสตร์สื่อความหมายที่มีคุณภาพ เพื่อดูแลผู้ป่วยที่ยังรอโอกาสได้เข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมากในสังคม ทุกวันนี้เวลาที่เห็นผู้ป่วยที่มารักษากับเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้น ดูแลตัวเองได้ สามารถสื่อสารกับคนรอบข้างได้มากขึ้น ถือว่าบรรลุเป้าหมายสูงสุด เพราะเป้าหมายที่นักเวชศาสตร์สื่อความหมายมีร่วมกันคือการได้เห็นผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองและใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ”  อาจารย์ ดร.นิตยากล่าวทิ้งท้าย

ขอเชิญร่วมสนับสนุนการผลิตบุคลากรการแพทย์ผู้ที่จะเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของคนไทยด้วยการบริจาคเงินสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ โรงเรียนแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


The People

กองบรรณาธิการ

Related

Dream Before Doomsday | ก่อนวันฝันสลาย

ไทยเวียตเจ็ทขึ้นแท่น ‘สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุด’

THE KLINIQUE รับรางวัล HELLO! Beauty Awards “THE BEST ULTHERA FACELIFT CLINIC” ด้วยโปรแกรม NEW ULTHERA SPT ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดแห่งปี 2021

รู้จัก ‘เอมิเลีย โจนส์’ สาวน้อยเสียงมหัศจรรย์ ใน “CODA หัวใจไม่ไร้เสียง“

เลิกกันแล้ว (แล้วยังไง) วง “I Hate Monday” ดึงอาการช็อค ! ของคนโดนบอกเลิกลงเพลง  

เชฟรอน จับมือ ซีโอฮุน และ ศูนย์วิจัยโรคเขตร้อน มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขยายบทเรียนความสำเร็จรับมือโรคพยาธิใบไม้ตับสู่ประเทศในเขตเอเชียอาคเนย์

“แม็คกรุ๊ป” มอบเงิน 1 ล้านบาท ในแคมเปญ MC CSR T-Shirt ให้ “หมอเจี๊ยบ ลลนา”

“MOONFALL วันวิบัติจันทร์ถล่มโลก” ภารกิจกอบกู้มวลมนุษยชาติที่โลกต้องจารึก