Post on 15/02/2019

“เรย์ แอนเดอร์สัน” มหาเศรษฐีที่เก็บอวนเก่ากว่าสองร้อยตัน มาทำพรมขายใหม่

Ray Anderson

“การขโมยนั้นเป็นอาชญากรรม และการขโมยโลกอนาคตของเด็กๆ วันหนึ่งก็จะเป็นอาชญากรรม”

มหาเศรษฐีคนหนึ่งเคยพูดประโยคนี้ในงาน TED ปี 2009 และประโยคเดียวกันนี่เองเป็นจุดเริ่มเล็กๆ ให้หลายคนช่วยกันเก็บอวนหาปลาเก่าๆ  ไม่ใช้แล้ว จากท้องทะเล และแม่น้ำ เพื่อมารีไซเคิลเป็นพรมผืนใหม่ขายอีกครั้ง เจ้าของประโยคนี้คือ “เรย์ แอนเดอร์สัน” (Ray Anderson) คนขายพรมที่อาจเรียกได้ว่ามีหัวใจสีเขียวที่สุดในโลกคนหนึ่ง

เรย์ แอนเดอร์สัน เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรมตั้งแต่ทำงานที่ Milliken & Company และ บริษัท Callaway Mills เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในธุรกิจค้าขายพรมนานกว่า 14 ปี ก่อนในปึ 1973 จะกระโดดมาเริ่มทำธุรกิจของตัวเองคือ “บริษัทอินเตอร์เฟซ” (Interface) ที่ผลิตและจัดจำหน่ายพรม

ผ่านมาไม่กี่สิบปีบริษัทของเขาได้เติบโตจนกลายเป็น บริษัทผู้ผลิตพรมรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยการเป็นบริษัทอันดับแรกในอุตสาหกรรมพรม ทำให้ระหว่างเส้นทางสร้างความมั่งคั่ง บริษัท Interface ของเขาได้สร้างมลภาวะให้กับโลกใบนี้เป็นจำนวนมากเช่นกัน จากการดำเนินธุรกิจที่ใช้ปิโตรเลียมปริมาณมหาศาลในการผลิตให้ได้พรมปูพื้นแต่ละผืน

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นวันหนึ่งในฤดูร้อนปี 1994 จากการที่ แอนเดอร์สัน ได้อ่านหนังสือ “นิเวศวิทยาของการพาณิชย์” (Ecology of Commerce) ที่เขียนโดย “พอล ฮอว์เคน”

“พอล ฮอว์เคน บอกว่าธุรกิจกับอุตสาหกรรมคือตัวการหมายเลขหนึ่งที่ทำให้โลกชีวมณฑลเสื่อมโทรม และสอง เขาบอกว่ามันเป็นสถาบันเดียวที่ใหญ่พอ แพร่หลายมากพอ และมีอิทธิพลมากพอ ที่จะนำมนุษยชาติออกจากปัญหานี้จริงๆ”

แอนเดอร์สัน ซึ่งเขาเรียกตัวเองว่าโจรกลับใจ ได้หันมารณรงค์ให้พนักงานทั้งหมดในบริษัทของเขา หาวิธีการอะไรก็ได้เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบจากปิโตรเลียม และพลังงานที่ใช้ในการผลิต รวมไปถึงการระดมความคิดเพื่อปฏิรูปวิธีการและพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตพรม ที่จะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

“ธุรกิจกับอุตสาหกรรมจะต้องนำจริงๆ แล้วใครจะนำธุรกิจกับอุตสาหกรรมล่ะ? ถ้าไม่มีคนเริ่มก่อน ก็จะไม่มีใครทำ” เป็นสัจพจน์เลยครับ แล้วทำไมเราไม่นำล่ะ?”

จากปี 1994-2006 บริษัทอินเตอร์เฟซ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 82% ใช้พลังงานฟอสซิลน้อยลง 60% เพิ่มสัดส่วนการใช้ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 27% ลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ 75% มีการใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็น 25% กู้คืนพรมใช้แล้วกว่า 74,000 ตัน ที่น่าทึ่งคือกลับกันบริษัทของเขาสามารถมียอดขายเพิ่มขึ้นถึงสองในสาม และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสองเท่า !!

โดยคนขายพรมหัวใจสีเขียวคนนี้ ตั้งเป้าว่าจะลดผลกระทบให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2020 ด้วยการสร้างระบบที่ทำให้พรมของเขาหมุนเวียนกลับมารีไซเคิลใหม่หลังการบริโภค ซึ่งเขาเรียกว่า “ปฏิบัติการศูนย์” (Mission Zero)

“เราพยายามจริงๆ ครับที่จะนำบริษัทต้นแบบ บริษัทอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน มีรอยเท้าเท่ากับศูนย์ ทำให้มันเกิดขึ้นจริงภายในปี 2020 เรามองเห็นเส้นทางของเราแล้วครับ มองเห็นชัดไปถึงยอดเขาลูกนั้น ตอนนี้ความท้าทายอยู่ในการลงมือทำ อย่างที่ เอมอรี ลอวินส์ เพื่อนและที่ปรึกษาของผม พูดว่า “ถ้าอะไรมีอยู่จริง มันก็ต้องเป็นไปได้จริง” ถ้าเราทำได้จริงๆ มันก็ย่อมเป็นไปได้ ถ้าเรา บริษัทที่ใช้ปิโตรเลียมมหาศาล ทำได้ ใครคนอื่นก็ทำได้ และถ้าใครคนอื่นทำได้ ก็แปลว่าทุกคนต้องทำได้”

นอกจากปฏิบัติการศูนย์ที่ปฏิวัติกรรมวิธีการผลิตแบบคิดใหม่ทำใหม่เพื่อทุกคน เพื่อให้ทรัพยากรทั้งหมดหมุนเวียนอยู่ภายในระบบแล้ว แอนเดอร์สันเอง ยังผลักดันให้บริษัทอินเตอร์เฟสของเขาและองค์กร ZSL (Zoological Society of London) ก่อตั้ง “โครงการ Net-Works” เพื่อเปลี่ยนอวนขยะให้เป็นพรมแผ่นใหม่

ถ้าเรา บริษัทที่ใช้ปิโตรเลียมมหาศาล ทำได้ ใครคนอื่นก็ทำได้ และถ้าใครคนอื่นทำได้ ก็แปลว่าทุกคนต้องทำได้”

Net-Works เป็นโมเดลธุรกิจยั่งยืนที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว รวมถึงยังมีส่วนสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนนั้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย โดยให้คนในชุมชนช่วยกันเก็บรวบรวมอวนเก่าที่ใช้งานไม่ได้ และอวนที่ถูกทิ้งในทะเล มาเป็นวัตถุดิบรีไซเคิล 100% ในการผลิตพรมไนลอนลดการพึ่งพาวัตถุดิบต่างๆ ได้

อวนไนลอนสำหรับจับปลานี้ ถือเป็นสัดส่วนขยะพลาสติกที่มีจำนวนมากที่สุดชนิดหนึ่ง ที่ใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย นอกจากสร้างปัญหาเรื่องขยะไมโครพลาสติกแล้ว อวนร้ายเหล่านี้ยังคร่าชีวิตสัตว์ทะเลไปเป็นจำนวนมาก เพียงแค่ลอยไปติดสัตว์ทะเลที่โชคร้ายเท่านั้น

ที่ผ่านมาโครงการนี้ได้รวบรวมอวนเก่าได้มากกว่า 208 ตัน ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนกว่า 2,200 ครอบครัว ซึ่งจากจุดแรกที่ประเทศพิลิปปินส์ ตอนนี้โครงการนี้ได้ขยายตัวไปยังประเทศแคเมอรูน และจะกระจายออกไปอีกหลายๆ แห่งทั่วโลก

น่าเสียดายที่เจ้าของไอเดียผู้ริเริ่มโครงการอย่าง เรย์ แอนเดอร์สัน ไม่ได้เห็นความสำเร็จในวันนี้ เพราะเขาได้จากไปอย่างสงบเมื่อ 8 สิงหาคม 2011 แต่เชื่อว่าด้วยวิสัยทัศน์ผู้นำ และความมุ่งมั่นพยายาม ที่คนขายพรมคนนี้ได้เริ่มต้นเอาไว้ จะช่วยจุดประกายความหวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายคนทั่วโลก ในการลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างที่ไม่เพียงแต่เพื่อตัวเอง แต่เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงโลกใบนี้ที่เราทุกคนต่างอาศัยอยู่ด้วยกัน

 

ที่มา :

https://www.ted.com
https://thaipublica.org
http://net-works.com

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

“ไกรสร พันธ์ทิพย์” เปลี่ยนหมู่บ้านสีแดงที่ไม่มีใครกล้าผ่าน ด้วยฟุตบอลและเวทีมวย

“บริตทานี ไคเซอร์” กล้าเป็นศัตรูกับ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เพื่อหยุด Facebook ไม่ให้แอบขายข้อมูลผู้ใช้งาน

ยาสซิน และ อาร์ลีน คู่รักมุสลิม-ยิว นัก Vlog ผู้เดินทางรอบโลกไปด้วยกัน

อาชา เดอ โวส (Asha De Vos) นักวิจัยทะเลหญิงกับความสำคัญของ “อึ” วาฬ

“เทราโอกะ ยูอิจิ” จากแฟนทิ้ง ลูกค้าเมิน พิสูจน์ตัวเองจนเป็นแชมป์เกี๊ยวซ่า 7 สมัย

“หวง หย่ง ฟู่” ทหารผ่านศึกเฒ่า ผู้ใช้สีและพู่กันปกป้องหมู่บ้านที่กำลังจะถูกทำลาย

อิสราเอล คามาคาวิโวโอเล ชายร่างยักษ์ กับอูคูเลเล่ตัวเล็ก ผู้ใช้เสียงทุ้มนุ่มพาเราข้ามผ่านสายรุ้ง

“หมออ้อย” เชาวพันธ์ ยินหาญมิ่งมงคล คุณหมอ “สัตว์แปลก” ที่ได้รักษาตัวเหี้ย เพราะลูกแมวที่บ้าน