Post on 28/09/2019

นาเกลส์มันน์ เทรนเนอร์อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาที่ปั้นทีมจนขึ้นจ่าฝูง

3-4 ปีที่ผ่านมานี้ เป็นเวลาของคลื่นกุนซือลูกใหม่จากเยอรมนีอย่างแท้จริง นอกจาก เจอร์เกน คล็อปป์ ที่ดูจะมีผลงานเป็นตัวเด่นของก๊วน รายที่เป็นพระรองก็มีหลายชื่อที่น่าสนใจ ถ้าเป็นเวลานี้ แฟนบอลน่าจะชี้นิ้วไปที่ จูเลียน นาเกลส์มันน์ (Julian Nagelsmann) กุนซือที่มีวัยเพียง 32 ปี

เขาพา แอร์เบ ไลป์ซิก ต้นสังกัดใหม่ที่เพิ่งทำงานด้วยผงาดขึ้นจ่าฝูงบุนเดสลีก้า เยอรมัน (อีกครา) หลังทีมเคยสร้างปรากฏการณ์ผงาดติดอันดับ 2 ของตารางในฤดูกาล 2015-16 (ตอนนั้นเป็นกุนซืออีกคน) ทั้งที่ฤดูกาล 2014-15 พวกเขาเพิ่งได้เลื่อนชั้นขึ้นมา

ในฤดูกาล 2018-19 ภายใต้ฝีมือของนาเกลส์มันน์ ไลป์ซิก แตะหัวตารางโดยแต้มเบียดบาเยิร์น มิวนิก ขึ้นจ่าฝูงแบบเซอร์ไพรส์ ไลป์ซิก ที่กุมบังเหียนโดยหนุ่มวัย 32 ยังไม่แพ้ใครในเกมอย่างเป็นทางการเลยหลังผ่านไป 6 นัด ถือเป็นผลงานที่เซอร์ไพรส์พอสมควร

ตัวเลขอายุข้างบนไม่ได้พิมพ์ผิด นาเกลส์มัน อายุ 32 ปีเท่านั้น สำหรับคนที่เพิ่งเห็นชื่อนี้ผ่านตา ต้องบอกอีกว่านาเกลส์มันน์สร้างชื่อในงานกุนซือก่อนอายุ 30 ด้วยซ้ำ

เมื่อปี 2015 นาเกลส์มันน์ จรดปากกาทำงานเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของฮอฟเฟนไฮม์ ด้วยวัยเพียง 28 ปี เป็นสถิติเทรนเนอร์อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา เยอรมัน

การรับตำแหน่งในฤดูกาลแรกช่วง 2016-17 ทำให้นาเกลส์มันน์ ถูกจับตาเป็นพิเศษ ไม่มีใครเชื่อว่านาเกลส์มันน์ จะพิสูจน์ตัวเองแบบเกินเป้า ผลงานของฮอฟเฟนไฮม์ เวลานั้นแพ้ในลีกแค่ 3 เกมจาก 28 นัด ผลงานที่ยอดเยี่ยมส่งให้ทีมการันตีติด 4 อันดับแรกของตารางลีกแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป จนแฟนบอลทั่วโลกต้องกลับมามองกุนซือที่รู้จักกันในนาม “มินิ-มูรินโญ” ผู้พาฮอฟเฟนไฮม์ ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรตั้งแต่เริ่มคุมทีมชุดใหญ่ฤดูกาลแรกเลยด้วย

ภาพจากเพจ RB Leipzig

เมื่อฮอฟเฟนไฮม์ ประกาศว่านาเกลส์มันน์ จะย้ายออกจากทีม การจากไปแบบรวดเร็วครั้งนี้ให้อารมณ์ปนเปกันหลากหลาย ทั้งเซอร์ไพรส์ น่าฉงน น่าตื่นเต้น และชวนอยากรู้

นาเกลส์มันน์ เป็นบุคลากรจากลูกหนังเมืองเบียร์ที่มีเส้นทางน่าสนใจอีกราย เขาเริ่มอาชีพในสนามหญ้ากับลูกบอลด้วยการเป็นนักฟุตบอลที่โชคร้ายเมื่อได้รับบาดเจ็บเข่าในวัยแค่ 20 ปี

นาเกลส์มันน์ เรียนสายบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยเป็นระยะสั้น ๆ เขาเปลี่ยนมาเลือกเรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดูจะใกล้เคียงกับกิจกรรมในช่วงเยาวชนมากกว่า ในคลาสเรียนโค้ชก็ไม่ได้ถึงกับสอบได้ที่หนึ่งตลอด แต่ก็ยังติดอันดับเลขตัวเดียวในตารางอันดับผลคะแนนของคลาส

งานกุมบังเหียนของนาเกลส์มันน์ เริ่มต้นจากบทบาทผู้ช่วยโค้ชของโทมัส ทูเคิล (อีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ของก๊วนกุนซือเยอรมัน) ในทีมเอาก์สบวร์ก จากนั้นจึงย้ายมาเป็นผู้ช่วยโค้ชในสโมสรฮอฟเฟนไฮม์ ผลงานการคุมทีมชุดอายุต่ำกว่า 19 ปีของฮอฟเฟนไฮม์ ฤดูกาล 2013-14 ซึ่งไปถึงแชมป์ลีกชุดยู-19 ทำให้เขาได้รับขนานนามว่า “มินิ-มูรินโญ” จากทิม วีเซ อดีตนายทวารทีมชาติเยอรมนี

เขาคงจะเป็นอีกคนที่ใช้โอกาสได้ทันทีเมื่อเวลามาถึง นาเกลส์มันน์ ได้รับไม้ต่อจากกุนซือคนก่อนที่สุขภาพไม่ดี และเหลือภารกิจหนีตกชั้นไว้ให้เขาสานต่อ ซึ่งนาเกลส์มันน์ เหลือโปรแกรมให้เล่น 14 เกม เขาพาทีมชนะ 7 นัดยังได้เล่นในลีกสูงสุดต่อ ฤดูกาลต่อมาจึงกลายเป็นผลงานสร้างชื่อให้เขาอย่างแท้จริงเมื่อพาฮอฟเฟนไฮม์ ติดอันดับ 4 พาสโมสรกำตั๋วเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฟุตบอลสโมสรยุโรปเป็นครั้งแรก

ถึงจะได้สมญานี้จากผลงาน ในแง่แนวทางแล้ว นาเกลส์มันน์ ค่อนข้างแตกต่างจากสไตล์ของกุนซือโปรตุเกสจอมยียวนพอสมควร เป็นที่รู้กันในหมู่แฟนบอลเยอรมันว่า ไอดอลคนสำคัญของนาเกลส์มันน์ คืออาร์แซน เวงเกอร์ อดีตกุนซืออาร์เซนอลที่มีปรัชญาฟุตบอลสวยงาม บริหารทีมด้วยแนวทางและการลงทุนในหลักเศรษฐศาสตร์

สไตล์การเล่นของนาเกลส์มันน์ ผสมผสานความหลากหลายทำให้คนนึกถึงส่วนผสมจากปรมาจารย์แห่งยุค ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาการเคลื่อนที่แบบเป๊ป กวาร์ดิโอล่า การผ่านบอลแบบราล์ฟ รังนิก ไปจนถึงรูปแบบวางตำแหน่งการเล่นแบบหลุยส์ เฟลิเป สโคลารี

ภาพจากเพจ RB Leipzig

หากเล่าอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นสักนิด นาเกลส์มันน์ วางรูปแบบทีมตรงข้ามกับ “งานรูทีน” ที่ทำซ้ำ ๆ เขาไม่ยึดติดกับแทคติก ใช้กลยุทธ์ในสนามตามสถานการณ์จึงทำให้แฟนบอลเห็นทีมตั้งแผงเกมรับทั้งแบบ 3, 4 และ 5 คน (แผนยอดนิยมคือกองหลัง 3)

สำหรับหลายทีม การปรับเปลี่ยนแทคติกอาจเป็นปัญหาติดขัด แต่ผู้เล่นยุคฮอฟเฟนไฮม์ของนาเกลส์มันน์ ยังรักษาผลงานโดดเด่นต่อเนื่อง ผู้เล่นตัวหลักในเกมรับถูกทีมใหญ่ดึงไปร่วมทีมด้วยซ้ำ ขณะที่เกมรุกอย่างซานโดร วากเนอร์ ก็เค้นฟอร์มยิงประตูเป็นกอบเป็นกำเช่นเดียวกับอันเดรย์ ครามาริช ทั้งคู่ยิงรวมกันในลีกมากกว่า 20 ประตู

โยอัคคิม เลิฟ นายใหญ่ทีมชาติเยอรมัน ยังชื่นชมการวางหมากของนาเกลส์มันน์ ซึ่งสามารถกระชับเกมรับ และปลุกเกมรุกของทีมให้มีชีวิตชีวาด้วยแนวคิดหลักที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับ “การทำงานที่จำเจ”

คนรุ่นใหม่ในโลกแห่งเทคโนโลยีอย่างนาเกลส์มันน์ มีจุดเด่นอย่างหนึ่งเรื่องเทคโนโลยี เขาเป็นคนหนึ่งที่ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเข้ามาช่วยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นาเกลส์มันน์ ยังใช้แค่ปากกาและแท็บเล็ตในการเตรียมทีมก่อนการแข่งขัน หากแต่ในภาพกว้าง สโมสรใส่ใจในรายละเอียด ในศูนย์ฝึกซ้อมมีเทคโนโลยีเก็บรายละเอียดครบครัน มีโดรน และกล้องเก็บภาพจากมุมสูงเพื่อนำภาพมาใช้ประโยชน์อีก เมื่อรากฐานมั่นคง ที่เหลือคือการหายุทธวิธีหยิบทรัพยากรมาใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

หากจะเล่าถึงการทำงานกับอาร์แบ ไลป์ซิก ที่ผ่านมาแค่ไม่ถึง 10 เกม อาจเร็วเกินไปที่จะบ่งชี้ข้อมูลเชิงลึก ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน คงจำเป็นต้องย้อนกลับไปในยุคที่ทำงานกับฮอฟเฟนไฮม์ ทีมใช้สถิติและข้อมูลเป็นพื้นฐานดำเนินงาน ประกอบกับเทคโนโลยีไฮเทค ช่วยพัฒนาทักษะนักเตะอย่างจริงจัง

ช่วงที่นาเกลส์มันน์ ทำงานอยู่ ทีมยังเตรียมเปิดศูนย์วิจัยเฉพาะทางด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า หลังฉากของนาเกลส์มันน์ มีบุคลากรมากฝีมือประสานส่งเสริมอย่างเหมาะเจาะ

เขามีผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและการพัฒนานักเตะ ความสำเร็จในตลาดซื้อ-ขายนักเตะก็มาจากความสามารถสรรหาของฝ่ายพัฒนาทรัพยากรของสโมสร รวมถึงทีมสตาฟฟ์อีกชุดที่แยกไว้พัฒนาผู้เล่นกลุ่มที่สโมสรไม่ได้ใช้งานแต่ติดสัญญากับทีม

ถึงจะมีผลงานแสนร้ายกาจ นาเกลส์มันน์ กลับไม่มีห้องทำงานส่วนตัวในสโมสร เขาทำงานห้องเดียวกับทีมผู้ช่วย แนวทางนี้กระจายมาใช้กับระดับทีมสตาฟฟ์ด้วย หัวใจของแนวคิดนี้คือกระตุ้นบรรยากาศคนที่อยู่รอบตัวกลุ่มนักเตะพร้อม ๆ กับผู้เล่นในสนาม

ผลลัพธ์จากการต่อชิ้นส่วนจากหลายข้อเข้าด้วยกัน จะพบว่าผู้เล่นกลุ่มที่เป็นตัวจริงและทำผลงานได้ดีก็สามารถพักแล้วหมุนเวียนกลับมาใช้ได้ ขณะที่ผู้เล่นอะไหล่ที่เคยถูกพักไว้ที่ม้านั่งก็กลับมาโชว์ฟอร์มดีด้วย

แนวคิดเบื้องหลังการทำงานของบุคลากรในสโมสร ยังเชื่อมโยงถึงเรื่อง “ความสมดุล” จากฝ่ายบริหาร ฮอฟเฟนไฮม์ไม่ได้เป็นทีมที่มีพื้นฐานมาจากแหล่งทุนหนา สโมสรจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการหาผลประโยชน์ การพัฒนาทีมด้วยวิสัยทัศน์และปรัชญาแบบกีฬาฟุตบอล โดยอาศัยเทคโนโลยีพร้อมตัวช่วยอื่น ๆ ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้เชื่อมโยงและประสานกันออกมาจนได้ผลลัพธ์แบบที่เห็นทุกวันนี้

สำหรับผลงานของไลป์ซิก จนถึงวันนี้ นักวิเคราะห์หรือแฟนบอลคงเห็นชัดว่า นาเกลส์มันน์ วางโครงสร้างทีมคล้ายคลึงกับแนวทางเมื่อครั้งอยู่ฮอฟเฟนไฮม์

คำบอกเล่าของติโม แวร์เนอร์ หัวหอกของไลป์ซิก เล่าว่า นาเกลส์มันน์ เตรียมพร้อมทีมก่อนเกมดีมาก กุนซือวัย 32 มีไอเดียหลายอย่างเรื่องแทคติกและกลยุทธ์รับมือกับคู่ต่อสู้แต่ละทีม ซึ่งแวร์เนอร์ ยอมรับว่า แผนที่นาเกลส์มันน์ วางค่อนข้างได้ผลดีในทุกเกม นาเกลส์มันน์ เป็นคนวางแผน และที่เหลือคือผู้เล่นที่จะลงไปทำงานให้ได้ตามนั้น

ถ้าลองสำรวจบทสัมภาษณ์ของนักเตะหลายรายในทีม ส่วนใหญ่บอกไปในทิศทางเดียวกันว่า นาเกลส์มันน์ มีบทบาทอย่างมากในการก่อร่างสร้างรูปโฉมของไลป์ซิก ในแบบฉบับของกุนซือหนุ่มเองด้วยส่วนผสมของคนวัยนี้ นั่นคือ เป็นคนสนุกสนาน พลังงานเต็มเปี่ยม แต่ในขณะเดียวกันก็วางเป้าหมายที่ชัดเจนให้ผู้เล่นแต่ละราย มันจึงเหมือนมีสมดุลระหว่างความผ่อนคลายกับความเอาจริงเอาจังที่ไปด้วยกันได้

นาเกลส์มันน์ มีสัญญาระยะยาวกับไลป์ซิก ถึง 4 ปี ปีนี้เป็นปีแรกที่ออกสตาร์ทได้อย่างสวยงาม ด้วยเส้นทางและเรื่องราวทั้งปวงนี้ ไม่ว่าจะเป็นคอบอลหรือผู้สนใจเรื่องใดก็ตาม นาเกลส์มันน์ เป็นคนรุ่นใหม่รายหนึ่งที่คู่ควรติดตามผลงานอย่างยิ่ง

 

เรื่อง: คุณวัฒนะ


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

“สแตน สมิธ” กับเรื่องราวของเทนนิสสู่รองเท้าระดับตำนานของอาดิดาส “บางคนคิดว่าผมเป็นรองเท้า”

เจมส์ เคฮิลล์ ผู้ฆ่ายักษ์ : นักสนุกเกอร์มือสมัครเล่น ผู้คว่ำแชมป์โลก 5 สมัย

Green Bay Packers ครองแชมป์มากที่สุด ด้วยระบอบประชาธิปไตย

เจอร์เกน คล็อปป์ เปิดหัวใจกุนซือเฮฟวี่ เมทัล ทุกอย่างสำเร็จได้อยู่ที่ “ใจ”

ทีมวิเคราะห์ข้อมูล: เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูล ขอพลัง Data จงอยู่กับเรา

ซากุรางิ ฮานามิจิ: ปรัชญาชัยชนะแห่ง Slam Dunk “พื้นฐานคือสิ่งสำคัญ”

คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จากอดีตช่างประปาสู่การเป็นนักสู้เงินล้าน เจ้าของฉายา “หมาบ้าไอริช”

เอรียา จุฑานุกาล “โปรเม” กับความสุขที่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง