ตุ้น เมิ่ง ตี๋ฮีโรที่หนีรอดจากมือระเบิดจี้รถเพราะเป็นคนจีน

ตุ้น เมิ่ง ตี๋ฮีโรที่หนีรอดจากมือระเบิดจี้รถเพราะเป็นคนจีน
สามวันหลังเหตุการณ์วางระเบิดบอสตันมาราธอนใน ค.ศ.2013 ที่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก “ตุ้น เมิ่ง” (Dun Meng) นักศึกษาชาวจีน ที่เดินทางมาอเมริกาพร้อมความฝันที่อยากมีบริษัทสตาร์ทอัพเป็นของตัวเอง กำลังนั่งเล่นสมาร์ทโฟนอยู่ในรถ ก่อนถูกจี้รถโดยสองพี่น้องมือวางระเบิด ทาเมอร์ลัน ซาร์นาเอฟ (Tamerlan Tsarnaev) หนี่งในสองมือวางระเบิด ได้เดินมาที่ข้างรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ แบบเอสยูวี สีดำ คันหรูของเมิ่ง แล้วทำทีให้เขาลดกระจกลง ในตอนแรกเม้งได้ให้สัมภาษณ์ว่า นึกว่าชายคนนั้นต้องการความช่วยเหลือ แต่พอเขาลดกระจกลง มือระเบิดรีบเอื้อมมือเข้ามาเพื่อปลดล็อกแล้วกระโจนเข้ามานั่งในรถเขาทันที “นายรู้จักระเบิดที่งานบอสตันมาราธอนมั้ย? แล้วรู้ปะว่าใครทำ กูนี่แหละ และกูเพิ่งฆ่าตำรวจที่เคมบริดจ์มาสด ๆ” มือระเบิดขู่เมิ่งด้วยการโฆษณาผลงานความเลวในช่วงสามวันที่ผ่านมาของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ มือระเบิดบอสตันมาราธอน ยังถอดซองกระสุน ปืนรูเกอร์ P95 ที่เพิ่งใช้สังหาร ณอน คอลลิเออร์ (Sean Collier) ตำรวจประจำ MIT มาหมาด ๆ โชว์ให้หนุ่มตี๋เจ้าของรถเห็นลูกตะกั่วในระยะประชิด ซึ่งนั่นเพียงพอที่ทำให้เขาไม่กล้าตะโกนขอความช่วยเหลือ ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้ โซคาร์ ซาร์นาเอฟ (Dzhokar Tsarnaev) คนร้ายอีกคนที่เพิ่งปรากฏตัว เข้ามานั่งในรถด้วยอีกคน จากนั้นเขาถูกบังคับให้ขับรถออกไปอย่างช้า ๆ โดยยังไม่ทราบจุดหมายปลายทาง ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่ม ร้านรวงหลายแห่งปิดสนิท บ้านเรือนต่าง ๆ ก็เงียบสงบ พี่น้องซาร์นาเอฟได้ให้เมิ่งขับไปย่านวอเตอร์ทาวน์ เพื่อขนของหลายอย่างจากรถฮอนด้า ซีวิค สีเขียว ซึ่งเขามารู้ในตอนหลังว่านั่นคือ ถุงใส่ระเบิดทำเองจากหม้อแรงดันจำนวนหลายลูก ขณะรถเคลื่อนตัวออกไป มือระเบิดคนพี่ได้เปรย ๆ ว่ามีเป้าหมายต่อไปที่นิวยอร์ก ส่วนคนน้องได้ถามเม้งว่า “เครื่องเสียงรถนายต่อสายเปิดเพลงจากไอโฟนได้ปะ?” เมิ่งส่ายหน้า ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเมอร์เซเดส ML350 เอสยูวี คันนี้ทำได้มากกว่านั้นอีก แต่เหมือนพวกพี่น้องซาร์นาเอฟ ไม่เคยอ่านแคตตาล็อก หรือเดินเล่นงานมอเตอร์โชว์เลยหลงเชื่อหนุ่มตี๋โดยง่าย เลยเปลี่ยนมายื่นแผ่นซีดีอันหนึ่งให้เม้งเปิด “เพลงนั่นมันเหมือนพวกบทสวดหลอน ๆ แปลก ๆ” หนุ่มจีนผู้โชคร้ายที่ถูกคุมตัวไว้ในรถของตัวเองบรรยายเสียงเพลงชวนอึดอัดที่มาจากซีดีลึกลับแผ่นนั้น เหมือนพี่น้องซาร์นาเอฟ รู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจของ ตุ้น เมิ่ง เลยชวนนักศึกษาจีน ที่เพิ่งได้วีซ่าทำงานแบบ H-1B พูดคุยเพื่อละลายพฤติกรรม “พวกเราเป็นมุสลิม มุสลิมเกลียดพวกอเมริกัน” ซาร์นาเอฟผู้พี่ ที่นั่งประกบหนุ่มตี๋เป็นคนเริ่มเปิดประเด็น “คนจีนเป็นมิตรกับคนมุสลิมนะ” เมิ่งตอบกลับไวเท่าความคิด โดยอาจลืมเรื่องที่ทางการจีนได้กระทำกับชาวมุสลิมอุยกูร์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีนไป โชคดีที่พี่น้องซาร์นาเอฟ อาจไม่ได้มีข้อมูล หรืออาจโฟกัสแค่ที่เรื่องปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกา ในอัฟกานิสถาน และอิรัก ที่เป็นมูลเหตุจูงใจหลักของการวางระเบิดสังหารผู้บริสุทธิ์ในงานวิ่งบอสตันมาราธอน ทำให้ ตุ้น เมิ่ง รอดจากการเป็นเหยื่อสังเวยอุดมการณ์ของสองพี่น้อง มือระเบิดได้เอารหัสบัตรเอทีเอ็มของเมิ่งไปกดเงิน 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 25,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนการก่อการร้าย ก่อนจะไปหยุดไปปั๊มน้ำมัน เพื่อให้ซาร์นาเอฟคนน้องลงไปร้านสะดวกซื้อ เพื่อกวาดขนมขบเคี้ยวเป็นเสบียงระหว่างเดินทางไปนิวยอร์ก ส่วนคนพี่ง่วนอยู่กับการหาวิธีเปิดแผนที่จีพีเอสการ์มินที่ฉกมาจากรถฮอนด้า จังหวะที่มือระเบิดละมือจากปืนพกนั้น เมิ่งก็ใช้เสี้ยววินาทีอย่างคุ้มค่าที่สุด “ทุกครั้งที่ย้อนกลับไปคิด วินาทีนั้นเป็นช่วงที่เสี่ยงตายสุด ๆ มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมากที่สุดในชีวิต” เมิ่ง เล่าถึงจังหวะที่แอบปลดเข็มขัดนิรภัยเบา ๆ ผลักประตู พุ่งตัวออกวิ่งข้ามถนนอย่างรวดเร็ว เข้าไปหมอบยังร้านขายของที่อยู่ตรงข้าม แล้วตะโกนให้พนักงานในร้านโทรหาตำรวจทันที กว่าที่มือระเบิดจะเปิดประตูวิ่งตามอดีตตัวประกัน เมิ่งก็หายลับสายตาไปแล้ว มือระเบิดคนพี่เลยได้แต่รีบไปคว้าน้องชายที่กำลังเลือกขนมถุงอย่างสบายใจในมินิมาร์ท แล้วทั้งคู่ก็ขับรถออกไปทันที ตุ้น เมิ่ง ตี๋ฮีโรที่หนีรอดจากมือระเบิดจี้รถเพราะเป็นคนจีน ตำรวจรีบมาหาเมิ่งภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที พอเห็นตำรวจ ตุ้น เมิ่ง รีบบอกหมายเลขเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสที่ฝังอยู่ในรถยนต์เมอร์เซเดสสุดหรูของเขา ซึ่งเขาจำตัวเลขยาวเหยียดนี้ได้ เพราะเขาเป็นนักศึกษาด้านวิศวกรรมขนส่ง ในมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น ไม่แปลกที่เขาถนัดเกี่ยวกับตัวเลข และเขากำลังทำแอปจัดส่งอาหารในไอโฟนทำให้มีความรู้เกี่ยวกับจีพีเอสเป็นอย่างดี แน่นอนว่าสองพี่น้องซาร์นาเอฟ ที่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเครื่องเสียงรถยนต์ต่อกับไอโฟนได้ ไม่มีทางฉุกคิดเลยว่าพาหนะหรูที่พวกเขากำลังอาศัยอยู่นั้น กำลังนำพวกเขาไปสู่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ รถยนต์เมอร์เซเดส เอสยูวี สีดำ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดไว้บนถนนเล็ก ๆ ในวอเตอร์ทาวน์ ซึ่งตามมาด้วยการดวลปืนกันอย่างกับหนังแอ็กชันชั้นดี ทาเมอร์ลัน ซาร์นาเอฟ มือระเบิดคนพี่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลใกล้ ๆ ส่วนน้องชายโซคาร์ ซาร์นาเอฟ กระเสือกกระสนอาศัยความวุ่นวายช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนต่อมาจะถูกพบว่ามือระเบิดคนน้องบาดเจ็บหลบซ่อนอยู่ในเรือลำหนึ่ง หลังเจ้าหน้าที่ต้องปิดเมืองล่ากินบริเวณกว่า 10 ช่วงตึก โซคาร์ ซาร์นาเอฟ ถูกนำตัวขึ้นศาล และถูกตัดสินประหารชีวิต ด้วยข้อหาหลายสิบข้อ ส่วนระเบิดทำมือหลายลูกที่ทั้งคู่เตรียมไว้หลังรถเมอร์เซเดส ถูกหยุดก่อนไม่ถึงนิวยอร์ก ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายการก่อการร้ายลำดับต่อไป ตุ้น เมิ่ง กลายเป็นตี๋ฮีโรที่หนีรอดจากการจี้รถ แล้วนำไปสู่การชี้เป้ามือระเบิดทั้งสอง สิ่งที่เกิดขึ้นแม้ส่วนหนึ่งอาจมาจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่ต้องยอมรับว่าเขามีสติ และไหวพริบในการคุมสถานการณ์ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว เรื่องราวความกล้าหาญของ ตุ้น เมิ่ง บางส่วนถูกนำมาประกอบในภาพยนตร์เรื่อง Patriot day วินาศกรรมปิดเมือง ที่สร้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยเม้งได้ให้สัมภาษณ์ตอนท้ายภาพยนตร์ว่า “ผมรักเมืองนี้ เมื่อเราพบปัญหาที่ท้าทาย เราเผชิญหน้ามันด้วยกัน เราก็ยังมีความหวัง จงมั่นใจว่าความดีชนะความชั่วร้ายเสมอ” ที่มา : https://www.bostonherald.com https://jimmysllama.com https://books.google.co.th https://books.google.co.th https://noshillzone.wordpress.com