Post on 25/10/2019

รีวิวคอนเสิร์ต Backstreet Boys “เสียงแห่งยุค 00s” ที่สุดของวงบอยแบนด์

       ยอดขาย 100 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก และเป็นวงบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ทั้งหมดนี้คือเครื่องการันตีหลักไมล์ความสำเร็จของ Backstreet Boys ได้เป็นอย่างดี และวันที่ 24 ตุลาคม ปี 2562 วงเจ้าพ่อบอยแบนด์ในตำนานแห่งยุค 00s ได้กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งพร้อมกับทัวร์จากอัลบั้มใหม่ล่าสุด “DNA” ซึ่งงานนี้ทั้งห้าหนุ่ม เควิน ริชาร์ดสัน (Kevin Richardson), ไบรอัน ลิตเทรล (Brian Littrell), ฮาววี่ ดี (Howie D), เอเจ แมคลีน (AJ McLean), และ นิค คาร์เตอร์ (Nick Carter) ก็ได้ขนเพลงฮิตเพลงดัง 33 เพลงตั้งแต่อัลบั้มแรกไล่มาถึงชุดล่าสุด จัดกันมาแบบเต็ม ๆ ให้แฟนเพลงชาวไทยที่สนับสนุนพวกเขามากว่า 26 ปีได้อิ่มหนำแบบแน่น ๆ จุก ๆ กันไปข้าง!

เวลาเกือบ ๆ สามทุ่ม Backstreet Boys เปิดตัวได้สมกับเป็นวงบอยเเบนด์รุ่นเก๋าด้วยเพลง ‘Everyone’ ก่อนที่ทั้งห้าหนุ่มจะแดนซ์กระจายสี่เพลงรวด ไล่ตั้งแต่ ‘I Wanna Be With You’, ‘The Call’ และ ‘Don’t Want You Back’ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดคอนเสิร์ตที่น่าจะทำเอาลำโพง PA ด้านบนมีพัง (เพลงบีทแรง ๆ ทั้งนั้น)

เป็นอย่างไรบ้าง พวกคุณตื่นเต้นเหมือนผมไหมที่ได้มาอยู่ที่นี่ เพราะผมเนี่ยตื่นเต้นมาก ไหนใครเป็นแฟนเพลงของเรามาตลอด 26 ปีบ้าง วันนี้เรามีเซอร์ไพรส์จะมอบให้คุณ พวกคุณพร้อมไหม

หนุ่มไบรอัน กล่าวทักทาย ๆ แฟนเพลงชาวไทยครั้งแรก ก่อนจะโชว์เพลงใหม่อย่าง ‘Nobody Else, ‘New Love’ และเพลงเก่าชวนเต้นจากอัลบั้มแรกอย่าง ‘Get Down (You’re the One for Me)’

เรารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาเล่นที่ประเทศที่สวยงามแห่งนี้ และได้เห็นหน้าของพวกคุณและความทรงจำดี ๆ ที่มี อย่างแรกเลยผมขอขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่ทำให้พวกเรามีความสำเร็จและมรดกของตัวเองถึงคราวหนุ่มฮาววี่ทักทายแฟน ๆ และโชว์ร้องท่อนคอรัสสั้น ๆ ของเพลงใหม่ ‘Chateau’

จากนั้นทั้ง 5 หนุ่ม Backstreet Boys ก็ทยอยหยิบเพลงฮิต ๆ อย่าง ‘Show Me The Meaning of Being Lonely’, ‘Incomplete’, ‘Undone’ และ ‘More Than That’ มาร้องให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงกันอีกครั้ง มาถึงตรงนี้เครื่องเสียงมีอาการเบสบวมและให้ความรู้สึกกระแทกจนแก้วหูแทบแตก แต่โชคดีมาก ๆ ที่การร้องและการเอนเตอร์เทนของทั้งห้าดึงความสนใจของคนดูออกมาจากข้อผิดพลาดตรงนั้นได้ดี

ทั้งหมดนี้น่าทึ่งมาก ขอบคุณแฟน ๆ Backstreet Boys ทุกคน เราคิดถึงพวกคุณ รู้ไหมไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนมาทั่วโลก เราก็ไม่เคยลืมพวกคุณ หนุ่มนิค หยอดคำหวานใส่แฟน ๆ ก่อนที่จะถึงคิวเขาร้องเดี่ยวในเพลงใหม่ ‘The Way It Was’ และส่งไม้ต่อให้เพื่อน ๆ ขึ้นมาช่วงร้องในเพลง ‘Chances’

และแล้วก็ถึงคิวเพลงฮิตอย่าง ‘Shape of My Heart’ ที่แฟน ๆ ต่างร้องตามพวกเขาเสียงดังลั่น ซึ่งในเพลงนี้เราจะได้เห็นหนุ่มนิคกับไบรอัน โชว์มุ้งมิ้งทำท่าหัวใจใส่แฟน ๆ อีกด้วย อีกทั้งในเพลงต่อมาอย่าง ‘Drowning’ หนุ่มเควินก็ไม่ยอมน้อยหน้าโชว์ไหว้สวย ๆ ใส่แฟน ๆ หลายครั้ง เป็นการขิงสองหนุ่มกลับ แต่น่าเสียดายมาก ๆ ที่ทั้งสองเพลงฮิตนี้พวกเขาตัดท่อนเวิร์สสองออกทั้งหมด เพื่อเพิ่มความกระชับให้โชว์

เควิน ริชาร์ดสัน

       และแล้วก็ถึงคิวหนุ่มเอเจและเควินขึ้นมาพูดกับแฟน ๆ บ้าง ซึ่งหนุ่มเอเจเล่าว่าเมื่อคืนพวกเขาได้ไปลองกินไข่เจียวปูอันโด่งดังของเจ๊ไฝมาแล้ว

ดีใจที่ได้กลับมาประเทศที่งดงามอีกครั้ง เราคิดถึงพวกคุณมาก แล้วพวกคุณคิดถึงพวกเราไหม นี่ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของโชว์เลย เมื่อคืนเราได้ไปกินอาหารที่อร่อยมาก อยากให้นายไปร้านเจ๊ไฝกับเรามาก (สงสัยเควินไม่ได้ไปด้วย) ที่นี่ผู้หญิงก็สวย วัฒนธรรมก็ดี ซึ่งมันทำให้เราประทับใจมาตลอด 26 ปีนี้เลย

ส่วนเควิน ก็เสริมถึงความรู้สึกดี ๆ ที่เขามีให้กับแฟน ๆ มาตลอด 26 ปี เช่นกันว่า

ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้กลับมาประเทศนี้อีก เรามาไกลมากจากที่ที่เราโตมา ขอบคุณสำหรับความรักใน Backstreet Boys ตลอดระยะเวลา 26 ปีมานี้ เรารู้สึกถึงความรักนั้น ขอบคุณจริง ๆ พวกคุณอยากฟังเพลงมากกว่านี้ใช่ไหม ถ้าพวกคุณอยากสนุกกับเราเหมือนตอนปี 1999 ให้คุณพูดว่า Hell yeah!”

เอเจ แมคลีน

       ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งคู่โชว์เสียวด้วยการเปลี่ยนเสื้อผ้าบนเวที และมีการแจกกางเกงในตัวเองพร้อมลายเซ็นอีกด้วย ถือเป็นช่วงที่สาว ๆ ต่างกรี๊ดปรอทแตกกันถ้วนหน้า

พวกคุณคงสงสัยว่าอีก 3 คนอยู่ไหนใช่ไหม พวกเขากำลังเปลี่ยนชุดอยู่ข้างหลังเวที พวกเขากำลังโป๊อยู่ด้วยล่ะ พวกคุณจะว่าอะไรไหมถ้าผมและเควินจะเปลี่ยนชุดบ้าง ตรงนี้เลย เอเจ กล่าว

ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก คงจะดีกว่ามากถ้าย้อนกลับไป 10-15 ปีที่แล้ว ตอนนั้นหุ่นพวกเราดีมาก เราเข้ายิมตลอด แต่ว่าวันนี้เราเปลี่ยนชุดในกล่องดีกว่า.. เชื่อเถอะ คุณไม่อยากเห็นหรอก มันน่ากลัวจะตายหนุ่มเควิน กล่าวติดตลก

หนุ่มเอเจ เล่าความหลังต่อว่ามีใครมีอัลบั้ม DNA ของเราบ้าง ก่อนที่เราจะไปต่อ ย้อนกลับไปสมัยก่อน คุณยังจำได้ไหมเคยมีคนโยนบรา โยนกางเกงในให้พวกเรา ตอนนี้ถึงเวลาตอบแทนพวกคุณบ้างแล้วตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา Thailand! You’ve been passionated”  เปิดหัวมาซะขนาดนี้ หลังสิ้นประโยคดังกล่าวทั้งคู่ก็หยิบเพลงใหม่อย่าง ‘Passionate’ มาร้องให้แฟน ๆ ได้ฟังซะเลย

       หลังแจก กกน. กันเรียบร้อย ทั้งห้าหนุ่มก็พาทุกคนย้อนความหลังด้วยเพลง ‘Quit Playing Games (With My Heart)’ และ ‘As Long As You Love Me’ และปิดท้ายด้วยเพลงใหม่อย่าง ‘No Place’

พูดถึง MV เพลงที่ผ่านมา (No Place) พวกคุณเองก็เติบโตมาพร้อมกันกับเรา บางคนยังพาลูกมาด้วยเลยวันนี้ ขอบคุณที่เป็นครอบครัวเดียวกันมาตลอด 26 ปีนี้นะ ยิ่งเราโต เรายิ่งเห็นความสำคัญของสิ่งธรรมดาในชีวิต และเรามีเพิ่งมีสมาชิกใหม่ นิคเพิ่งได้ลูกสาวมาสด ๆ ร้อน ๆ เลย อ่าวกรุงเทพฯ ช่วยพูดกับเขาหน่อยว่า ‘Congratulations Nick!’ พูดแล้วก็เนอะเวลาก็ผ่านไป เมื่อก่อนยังเด็กกันอยู่เลย พูดถึงความเป็นเด็ก พวกคุณจำได้ไหมเราเริ่มวงตอนอายุเท่าไหร่กันบ้าง หนุ่มเควิน เปิดประเด็นคำถามใส่เพื่อน ๆ ในวง ซึ่งด้านล่างเป็นบทสนทนาของพวกเขาในช่วงนี้

นิค: ไบรอันตอนนั้นนายอายุเท่าไหร่นะ?

ไบรอัน: ตอนนั้นฉัน 18

นิค: แล้วนายล่ะ ฮาววี่

ฮาววี่: ตอนนั้นฉันอายุ 19 ที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนนั้นไม่รู้ทำไมเราถึงชอบพูดกันว่าเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว

นิค: จริง ๆ เขาก็เป็นผู้ใหญ่ที่สุดนั่นแหละ ดูได้จากขนหน้าอกเขา พวกคุณยังจำ MV เพลง ‘Quit Playing Games (With My Heart)’ ได้อยู่ไหม เขาแทบไม่มีขนหน้าอกเลย รู้ไหมเพราะอะไร เพราะมันไปอยู่บหน้า AJ หมดเลยไงล่ะ

(จากซ้าย) นิค คาร์เตอร์ และ ไบรอัน ลิตเทรล

นิค: เอเจ นายล่ะอายุเท่าไหร่

เอเจ: ตอนนั้นฉันอายุ 14

นิค: แล้วนายล่ะเซ็กซี่เควิน

เควิน: ตอนนั้นฉันอายุ 21

นิค: คุณเป็นลูกผู้ชายตัวจริง จริง ๆ เป็นคนเดียวที่ถูกกฎหมายนะนั่นในอเมริกา ตอนนั้นผมอายุแค่ 13 เท่านั้นเองตอนที่เจอเขา เวลาผ่านไปเร็วจัง

ไบรอัน: นิค นายลืมส่วนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไป ยังจำได้ไหมตอนที่พวกเราพบกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 เมษายน ปี 1993 เราทักทายกัน ตอนนั้นเสียงนายยังกับเอลโม่ ใน Sesame Street เลย

ฮาววี่: ย้อนกลับไปตอนนั้นพวกเรายังไม่มีเพลงของตัวเองไว้ร้อง เราต้องหยิบเพลงของ Boyz II Men, Shai, Jodeci, The Temptations หรือพวกเพลง Doo Wop ต่าง ๆ มาร้อง และวันนี้เราภูมิใจมากที่จะหยิบเพลงอแคปเปลล่าของพวกเราเองมาร้องให้พวกคุณฟังในคืนนี้ ‘Breathe’

ฮาววี่ ดี

       หลังจบเพลงดังกล่าวที่ทั้งหมดร้องประสานเสียงกันได้อย่างกลมกลืน สะกดคนฟังทั้งฮอลล์ได้อยู่หมัด ห้าหนุ่มก็หยิบเพลงจังหวะสโลว์ ๆ (แต่คนดูก็ยังเต้นตามได้อยู่ดี) อย่าง ‘Don’t Wanna Lose You Now’, ‘I’ll Never Break Your Heart’ และ‘ All I Have To Give’ มาเล่นปิดท้ายในช่วงนี้ ก่อนทั้งห้าจะลงจากเวทีไปเปลี่ยนชุดมาเป็นสีขาวล้วน ที่เห็นแล้วเหมือนหลุดมาจากอัลบั้ม Millennium เมื่อปี 1999 ยังไงยังงั้น ก่อนที่ในเวลาต่อมาพวกเขาจะรัวกระสุนความสนุกใส่แฟน แบบไม่ยั้ง เริ่มที่เพลง ‘Everybody’ (Backstreet’s Back), ’We’ve Got It Goin’ On’, ‘It’s Gotta Be You’, ‘That’s the Way I Like It’ และ ‘Get Another Boyfriend’

ก่อนจะปิดท้ายช่วงนี้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยเพลง ’The One’ และ ‘I Want It That Way’ แต่แน่นอนไฟยังไม่เปิดไล่ คอนเสิร์ตยังไม่จบ Backstreet Boys กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับช่วง encore และปิดท้ายคอนเสิร์ตนี้อย่างเป็นทางการด้วยเพลง ‘Don’t Go Breaking My Heart’ และ ‘Larger Than Life’ เพลงที่พวกเขาแต่งให้แฟนคลับทุกคนนั่นเอง

และนี่คือ DNA ของพวกเรา ข้อความสุดท้ายของเอเจ ถึงแฟนเพลงทุกคน ปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์

ไบรอัน ลิตเทรล

       ภาพรวมของโชว์ ต้องบอกเลยว่านี่คือที่สุดของวงบอยแบนด์โลกแล้ว เพราะมันเต็มไปด้วยความสนุกและไม่น่าเบื่อเลย แม้ว่ายุคนี้บอยแบนด์เกาหลีจะมาแรง แต่ถ้าใครได้ดู Backstreet Boys ในวันนี้ คงต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหนุ่ม ๆ อปป้าทั้งหลายก็ต้องยอมน้า ๆ แกเพราะงานนี้ทั้งห้าร้องดี เสียงไม่มีตก ราวกับว่าหลุดมาจากเทปคาสเซ็ตเมื่อปี 1997-2000 เลยทีเดียว อีกทั้งเรื่องเอนเตอร์เทนคือแทบไม่มีจังหวะน่าเบื่อ เพราะตลอดโชว์ความยาว 2 ชั่วโมง ทั้งห้าจะแบ่งกันพูดสลับ ๆ กันไปเพื่อเรียกความน่าสนใจในแต่ละช่วง และไม่ปล่อยให้คนดูเหงาจนเกินไป อีกทั้งยังมีการเพิ่มสเต็ปการเต้นขึ้นเรื่อย ๆ จากต้นคอนเสิร์ตที่ 5 หนุ่มแดนซ์เบา ๆ แต่พอเข้าสู่ช่วงกลางถึงจบคอนเสิร์ต  5 หนุ่ม Backstreet Boys ออกสเต็ปกันสุด ๆ เหมือนนั่งไทม์แมชีนย้อนเวลาไปสมัยยังเป็นหนุ่มวัยรุ่นเลยทีเดียว ทำเอาคนดูเต้นลืมตายเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นวิชวลแสงสีบนเวทีก็ยืนหนึ่ง โดยเฉพาะสปอตไลต์ด้านบนที่สร้างมิติให้กับโชว์เป็นอย่างมาก

แม้จะทำโชว์ออกมาได้ดีและสนุกมากจนแทบไม่มีข้อติ แต่เรื่องเดียวที่ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่สุดอย่างที่ควรจะเป็นคือเรื่องของซาวนด์โดยรวมที่ออกมาอื้ออึง ดังลั่น จนแทบหาคำใดมาอธิบายไม่ได้นอกจากคำว่าอึดอัดจะเห็นได้ว่าแบ็คกิ้งแทร็คบางเพลงเช่น ‘Shape of My Heart’  หรือ ‘Incomplete’ ดนตรีออกมาไม่ชัดเลย กลายเป็นลดทอนมู้ดแอนด์โทนของเพลงไปอย่างไม่ตั้งใจ เสียงเปียโนและกีตาร์ที่เด่น ๆ ของเพลงก็เบาบ้างดังบ้าง แต่โชคดีที่ภายใต้ความอึดอัดดังกล่าวทำให้เราเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลง นั่นก็คือเสียงร้องและการเอนเตอร์เทนของพวกเขานั่นเอง คือทั้งห้าร้องดีแถมเต้นเป๊ะเหมือนเดิมจริง ๆ เรียกว่ากาลเวลาทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลยก็ว่าได้

นิค คาร์เตอร์

       ในปีที่ผ่านมามีวงบอยแบนด์เข้ามาเยื่ยมเยียนบ้านเราหลายต่อหลายวง พร้อมหอบความสนุกและพาเราย้อนวันวานไปกับเพลงที่พวกเราโตมาพร้อม ๆ กับพวกเขาหลายครั้ง ซึ่งถ้าถามว่าวงไหนฝากความประทับใจไว้มากที่สุดในปีนี้ ก็คงต้องบอกว่าหนึ่งเดียวนั้นคือ “Backstreet Boys” นั่นเอง

ทำไม? เพราะอะไร? ถึงต้องเป็นวงนี้ คำตอบง่าย ๆ ก็คือ Backstreet Boys ตอบโจทย์เรื่องความสนุกได้มากที่สุดแล้ว เพราะคอนเสิร์ตที่ดี คือคอนเสิร์ตที่ทำให้แฟนเพลงที่มาชมได้กลับไปแล้วรู้สึกอยากจะฟัง อยากจะร้อง อยากจะเต้นเพลงของพวกเขาอีก ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ทำให้คนที่มากลับไปแล้วรู้สึกแบบนั้นได้จริง ๆ อีกทั้ง Backstreet Boys เป็นวงที่มีเพลงฮิตที่แสนวิเศษเยอะมาก ซึ่งนั่นคือกุญแจสำคัญที่ไขประตูสู่ความสนุกของพวกเขา ลองคิดดูว่าถ้าพวกเขาไม่มีเพลงอย่าง ‘I Want It That Way’ หรือ ‘Shape of My Heart’ นี่คงเป็นแค่โชว์ที่มีผู้ชายห้าคนมาร้องเต้นให้คนนับหมื่นดูเท่านั้น

.. หนุ่มเควิน ไหว้สวยมากจริง ๆ ลองไปหาภาพมาชมกัน

ขอขอบคุณภาพจาก Live Nation BEC-Tero


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว