Post on 26/02/2019

รีวิวคอนเสิร์ต Kodaline ใช้เวลาไม่นาน ก็คืนความสุขให้ประเทศไทยได้แล้ว ! โชว์ไร้ที่ติ ดีจริง น้ำตาไหลเลย 10 เต็ม 10 .

        ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน Mangosteen Music Festival: Detour ที่ Bitec Bangna Hall 106 โดยไฮไลท์ของงานนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสี่หนุ่มอัลเทอร์เนทีพร็อกจากไอร์แลนด์ อย่างวง Kodaline ซึ่งนี่ถือเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในบ้านเราของพวกเขาอีกด้วย

Kodaline ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน นำโดย สตีเฟน การ์ริแกน (ร้องนำ), มาร์ค เพรนเดอร์แกสต์ (กีตาร์), เจสัน โบแลนด์ (เบส) และ วินนี่ เมย์ จูเนียร์ (กลอง) ปัจจุบันทั้งสี่หนุ่มมีผลงานสามชุดแล้ว และเพิ่งจะปล่อยอัลบั้มล่าสุดอย่าง “Politics of Living” ไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

Kodaline โดดเด่นในการทำเพลงสไตล์อัลเทอร์เนทีพร็อกที่มีส่วนผสมของดนตรีหลายชนิดเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์หรือโฟล์ก โดยเนื้อหาของเพลงมักจะเป็นในแง่บวกเสมอ ๆ แต่ถ้าเป็นเพลงเศร้าก็เศร้าสุด ๆ เหมือนกันและแน่นอนเสน่ห์ของ Kodaline อีกอย่างก็คือท่อนชวนติดหูให้แฟน ๆ ได้ร้องตามในคอนเสิร์ต

จุดเริ่มต้นของพวกเขามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะมันเริ่มมาจากมิตรภาพล้วน ๆ ย้อนไปเมื่อต้นทศวรรษ 2000s หนุ่มสตีฟ และ มาร์ค พบกันครั้งแรกที่โบสถ์ย่านซอร์ด บริเวณใกล้ ๆ สนามบินเมืองดับลินในตอนนั้นพวกเขามีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น และจากชอบในการเล่นสเก็ตบอร์ดของทั้งคู่ มันทำให้พวกเขาได้มาพบวินนี่และเจสัน จนสุดท้ายกลายมาเป็น Kodaline ที่เรารู้จักกันและมีเพลงฮิตติดหูมากมายไม่ว่าจะเป็น Love Will Set You Free, All I Want, High Hopes หรือ The One

“สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเชื่อในตัวเอง มุ่งมั่นในทุกวัน และอย่ากลัวที่จะล้มเหลว เพราะผมเองก็ล้มมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แต่ล้มแล้วก็ต้องเรียนรู้จากมันให้ได้ แค่นั้นเอง” นี่คือประโยคที่ สตีเฟน การ์ริแกน นักร้องนำของวงให้สัมภาษณ์ก่อนจะมาเยือนบ้านเราไม่กี่เดือนก่อน วงที่เริ่มจากการเป็นเพื่อนและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นจากความรักที่จะเล่นดนตรี ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันสามารถแสดงออกเป็นพลังบนเวทีและสะกดทุกคนในฮอลล์ได้อย่างง่ายดาย…โดยเฉพาะโชว์เมื่อคืนก่อนที่มันดีสุด ๆ เลยเว้ยแก ! (ขอยืม Polycat มาหน่อย)

       

       Kodaline เริ่มโชว์ของพวกเขาด้วยเพลงจากอัลบั้มชุดล่าสุดอย่าง Follow Your Fire ก่อนจะต่อด้วยเพลงจากอัลบั้มหนึ่งและสองอย่าง Brand New Day, Ready และ Honest ที่ทำได้สนุกมาก ๆ

ว้าว ! มาถึงตอนนี้ต้องบอกเลยว่า นี่คือโชว์ที่ทำให้ผมประหลาดใจมาก ๆ เพราะมันทั้งซาวน์ดีมากและคนดูต่างมีอารมณ์ร่วมกับวงมาก ๆ ทางวงต่อเนื่องด้วยสองซิงเกิลฮิตจากอัลบั้มล่าสุด “Politics of Living” เริ่มที่เพลง Brother ที่ทำเอาคนอินสุด ๆ พร้อมใจร้องกันลั่นฮอลล์ว่า “I’ve got you brother” ก่อนที่หนุ่มมาร์คจะขึ้นริฟต์กีตาร์เข้าเพลง Head Held High เพลงเนื้อหาให้กำลังใจที่ฟังแล้วคุณจะรู้สึก feel good กับมันมาก ๆ

“เพลงต่อไปเป็นเพลงที่โรแมนติกมาก ๆ” หนุ่มสตีฟ พูดเกริ่นเข้าเพลงต่อไป ก่อนจะพาทุกคนตกไปอยู่ในห้วงของความโรแมนติกกับเพลงสุดฮิตอย่าง The One ซึ่งก่อนหน้านี้ทางวงเคยเล่นเพลงนี้เพื่อร่วมเซอร์ไพรส์แฟนพันธุ์แท้ของพวกเขาในการขอแฟนแต่งงานมาแล้ว ซึ่งน่าเสียดายที่โชว์ในครั้งนี้ไม่มีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง

Kodaline พาทุกคนในฮอลล์ย่านบางนา ขนลุกขนพองไปกับการโชว์ acappella เนียน ๆ กับเพลง I Wouldn’t Be จบเพลงหนุ่มสตีฟไม่รอช้าคว้าแมนโดลินมาเล่นในเพลง Love Like This เพลงสไตล์ไอริชซาวน์ ที่โชว์ออกมาได้อิ่มเอมแฟนเพลงมาก ๆ ความรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในผับแห่งหนึ่งในดับลินจริง ๆ ก่อนพวกเขาจะปิดช่วงนี้ด้วยการทยอยเล่นฮิตไม่ว่าจะเป็น One Day และ Raging เพลงที่พวกเขาไปร่วมแจมกับดีเจดังอย่าง Kygo 

แต่แล้วก็มาถึงในช่วงสุดท้ายหนุ่มสตีฟ กล่าวขอบคุณแฟนๆ และเปรยว่า “และนี่ก็คือเพลงสุดท้ายของพวกเรา” แน่นอนเพลงสุดฮิตอย่าง Love Will Set You Free สมควรอย่างยิ่งที่จะนำมาเล่นปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ในช่วงท้ายสตีฟโชว์เซอร์ไพรส์วิ่งลงมาพร้อมกับเจ้ากล้อง insta360 เพื่อเก็บภาพแฟนเพลงชาวไทยแบบ 360 องศาด้วยตัวเขาเอง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหลังเวทีแบบทุกคนรู้ว่ามันต้องมี encore

แต่แน่นอนสองเพลงที่ฮิตกว่าอย่าง All I Want, High Hopes ยังไม่ได้เล่น แฟนเพลงชาวไทยจะนอนหลับได้อย่างไร… สุดท้ายวงต้านทานเสียงเรียกร้องไม่ไหว กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับสองเพลงดังกล่าว สร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงอย่างมากทุกคนต่างร้องกันสุดเสียงโดยเฉพาะเพลง High Hopes ที่ถือเป็นการปิดโชว์ในครั้งนี้อย่างสมบูรณ์

แต่เรื่องที่น่าเสียดายก็คือโชว์สั้นไปนิด วงเล่นไปทั้งหมดแค่ 14 เพลงเท่านั้น ถือว่าสั้นไปหน่อยซึ่งอาจจะเป็นเพราะงานนี้เป็นโชว์ที่กึ่ง ๆ อยู่ในงานเทศกาลดนตรีซึ่งต่างกับโชว์เต็มรูปแบบ และนั่นทำให้แฟน ๆ อดฟังเพลงอย่าง Shed A Tear หรือ Angle ไปโดยปริยาย


ส่วนตัวขอสารภาพก่อนเลยว่าตอนแรกไม่คิดว่าโชว์จะออกมาดีขนาดนี้ โดยเฉพาะเรื่องของซาวน์ เพราะก่อนหน้านี้ศิลปินที่มาเล่นที่ไบเทค ซาวน์ที่ออกมามักจะขนาด ๆ เกิน ๆล้น ๆ ซะเยอะจะจอห์น เลเจนด์ หรือเจ๊มารายห์ แครี ก็ดับมาแล้ว แต่นี่บางจังหวะ Kodaline ทำให้เรารู้สึกอินกับพวกเขาได้จริง ๆ สังเกตได้จากคราบน้ำตาของแฟนเพลงที่ตื้นตันกับโชว์ และโดยเฉพาะเสียงของคนดูที่บางจังหวะร้องดังกว่าเสียงหนุ่มสตีฟเสียอีก

Kodaline เป็นวงที่ดนตรีอาจฟังดูเรียบง่ายแต่ภายใต้ความน้อย ๆ เหล่านั้น ใครจะไปคิดว่ามันจะสามารถเติมเต็มให้คุณได้อย่างน่าประหลาดใจ ส่วนตัวผมผ่านชมคอนเสิร์ตทุกโชว์ที่ผ่านมาในรอบสามสี่ปีนี้ ซึ่งผมกล้าพูดได้เลยว่านี่ถือเป็นคอนเสิร์ตที่ดีมากถึงมากที่สุดโชว์หนึ่งในรอบห้าสิบโชว์หลังสุด (นับในบ้านเรานะ) ใครที่ไม่ได้ไปคุณน่าจะพลาดคอนเสิร์ตแห่งปี 2019 ไปแล้ว


ทิ้งท้ายเล็กน้อย เรื่องของการจัดการอาจจะโดนสวดหนักหน่อยทั้งเรื่องพื้นที่โซน VIP ที่หลายคนบ่นว่าไม่เหมาะสม เรื่องของการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตอนแรกจนสุดท้ายต้องไล่คนดูที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปในโซนที่จัดไว้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนยังแอบหงุดหงิดไม่น้อย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นแล้วแอบไม่พอใจคือ มีคนกลุ่มหนึ่งนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปสูบในงาน (ทั้งที่เขาห้ามด้วยนะเนี่ย) และปล่อยควันเข้าหน้าแฟนเพลงหลายคน เอิ่ม… คนไทยส่วนนี้ควรมีมารยาทในการชมคอนเสิร์ตมากกว่านี้ คงต้องปรับกันไปถ้าหวังให้สังคมในการชมคอนเสิร์ตบ้านเราดีขึ้น

ป.ล. ผู้เขียนยืนอยู่ตรงกลางพอดี


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

คามิล่า คาเบโย่ ยืนหยัดในความเป็นลาติน่า แม้ถูกเหยียดชาติกว่า 10 ปี 

แมทธิว ฮีลีย์ นักร้องนำแห่งวง The 1975 กับดนตรีและมิตรภาพ ที่ช่วยให้เขาพิชิตเฮโรอีน

เคียวโกะ ฟุคาดะ: ดาวค้างฟ้าสาวญี่ปุ่นผู้เป็นรักแรกของชายไทยในยุค 90

King Princess นักร้องสาวที่สร้างสรรค์เพลงจากความหลงใหลใน “จิ๊มิ”

The Secret Life of Pets 2 ความลับคือความรัก เรารักสัตว์ และสัตว์ก็รักเรา

“แค้น 23 ปี ดีกันเพราะเงินใกล้หมด ?” สังเวียนมวยคู่หูร็อคแอนด์โรล แอ็กเซิล โรส และ สแลช แห่งวงร็อคจอมเกรี้ยวกราด Guns N’ Roses

กอลลัม ตัวละครที่คนทั้งรักทั้งเกลียด แห่ง The Lord of the Rings

โมริ โคโกโร่ หรือ “โคโกโร่นิทรา” แห่งโคนัน นักสืบไม่ได้เรื่อง (?) ที่เรารัก